กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กองทุน ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานฟอรั่มระดับประเทศ Thailand RISE Fund Forum: RISE UP THAILAND ปลุกพลังวิจัย ให้ไทยอัพ ครั้งที่ 3 ปลดล็อกงานวิจัย สู่การสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ และสังคม อย่างเป็นรูปธรรม หลังจากเดินสายจัดงานสร้างความเข้าใจในบทบาทใหม่ของ Thailand RISE Fund ในภาคอีสาน และภาคเหนือ ครั้งนี้ได้จัดขึ้นที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเวทีสำหรับภาคกลาง และภาคตะวันออก

ท่ามกลางตัวเลขผลงานวิจัยไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “เราผลิตงานวิจัยได้มากแค่ไหน” แต่คือ “งานวิจัยเหล่านั้นสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมได้จริงหรือไม่”

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศจะก้าวหน้าได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเพราะเรามีองค์ความรู้จำนวนมาก แต่เพราะเราสามารถแปลงความรู้นั้นให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเชิงระบบ เชื่อมนโยบาย งานวิจัย นวัตกรรม และภาคอุตสาหกรรมให้ทำงานสอดประสานกัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมยืนในบทบาท “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ” ในขับเคลื่อน และร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาในระยะยาว เรามุ่งทำมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่บ่มเพาะองค์ความรู้ พัฒนาทุนมนุษย์คุณภาพสูง และเชื่อมโยงงานวิจัย กับ โจทย์เชิงนโยบาย และโจทย์เชิงระบบของประเทศผลักดันผลงานวิชาการออกจากห้องทดลองสู่การใช้ประโยชน์จริง สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตประชาชน และร่วมกันสร้างอนาคตประเทศไทยที่เข้มแข็ง แข่งขันได้ และยั่งยืนในระยะยาว

ขณะที่ ศ. ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า การพัฒนาระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ ต้องขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบและมีทิศทางชัดเจน  ตั้งแต่การกำหนดยุทธศาสตร์เชิงนโยบาย การสนับสนุนทุนวิจัยเชิงเป้าหมาย ไปจนถึงการเชื่อมโยงผลลัพธ์สู่การใช้ประโยชน์ในภาคเศรษฐกิจและสังคม การบูรณาการความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานรัฐ คือหัวใจสำคัญ เมื่อทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยจะไม่เพียงสร้างองค์ความรู้ แต่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยกระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

 

ด้าน ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ประธานคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์การสื่อสาร กองทุน ววน. อธิบายว่า แม้ประเทศไทยจะมีจำนวนผลงานวิจัยเพิ่มขึ้นกว่า 2.8 เท่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และมีผลงานจำนวนมากได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ แต่โจทย์สำคัญของประเทศในวันนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่ม “ปริมาณ” งานวิจัย หากคือการเพิ่ม “คุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม” ของงานวิจัยเหล่านั้น

การรีแบรนด์ “กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)” สู่ชื่อใหม่ Thailand RISE Fund จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่เป็นการปรับบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ จากการเป็นแหล่งทุนสนับสนุนงานวิชาการ ไปสู่การเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบวิจัยไทยคือช่องว่างระหว่างนักวิจัยกับภาคธุรกิจ ซึ่งขาดกลไกเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ Thailand RISE Fund จึงถูกออกแบบให้เป็น “ตัวกลางเชิงระบบ” เชื่อมงานวิจัยเข้ากับโจทย์เศรษฐกิจจริง โดยเน้นผลลัพธ์ที่วัดผลกระทบได้ (Proof of Impact) มากกว่าจำนวนบทความตีพิมพ์ เป้าหมายคือสร้างธุรกิจ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมใหม่บนฐานความรู้ไทย

กรอบ RISE ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ Research, Innovation, Science Excellence และ Ecosystem โดยเฉพาะมิติ Ecosystem ที่เน้นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ รัฐ และชุมชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจนวัตกรรมทั้งระบบ

ยุทธศาสตร์สำคัญของ กองทุน ววน. หรือ Thailand RISE Fund คือการลงพื้นที่ทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้ประกอบการในภูมิภาคเข้าถึงข้อมูล และเกิดเครือข่ายพัฒนาโครงการร่วมกันตามบริบทเศรษฐกิจแต่ละพื้นที่ สะท้อนการปรับโครงสร้างจากระบบรวมศูนย์สู่ระบบนิเวศแบบกระจายโอกาส

ท้ายที่สุด Thailand RISE Fund มุ่งยกระดับงานวิจัยไทยจาก “งานเพื่อวารสาร” สู่ “งานเพื่อประเทศ” โดยเพิ่ม Impact เชิงเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต วางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว