อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท รีสอร์ทแห่งแรกของแบรนด์อนันตราในประเทศไทย กลับมาเปิดตัวอีกครั้งในปี 2569 หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยรีโนเวททั้งห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางทั่วทั้งโครงการ บนพื้นที่กว่า 35 ไร่ เพื่อรองรับพฤติกรรมนักเดินทางที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและการเดินทางเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

คุณเจมส์ ซัตคลิฟฟ์ ผู้จัดการทั่วไป อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท อธิบายว่า การปรับโฉมครั้งนี้ไม่ได้มองเพียงเรื่องภาพลักษณ์ แต่ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้เข้าพักที่ต้องการพื้นที่และเวลาร่วมกันมากขึ้น ขณะเดียวกันยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทยและการบริการแบบอนันตราเอาไว้

แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การปรับโครงสร้างห้องพัก โดยหนึ่งในไฮไลต์คือการเพิ่มห้องแบบ 2 ห้องนอน จำนวน 7 ห้อง จากการรวมพื้นที่ของห้องพักเดิม ส่งผลให้จำนวนห้องพักรวมของรีสอร์ทปรับลดจาก 191 ห้อง เหลือ 171 ห้อง เพื่อแลกกับขนาดพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขึ้น และรองรับการเข้าพักแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนได้ชัดเจนมากขึ้น

ห้องประเภทนี้สามารถรองรับผู้เข้าพักได้สูงสุด 6 คน (4 ผู้ใหญ่ และเตียงเสริม 2) มีทั้งแบบที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำและแบบทั่วไป โดยเฉพาะห้อง Two-Bedroom Family Pool Suite ขนาด 128 ตารางเมตร ที่มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการพักผ่อน

ความต้องการของตลาดสะท้อนผ่านพฤติกรรมการจอง โดยห้องแบบ 2 ห้องนอนเป็นประเภทที่ถูกจองเต็มเร็วที่สุด เนื่องจากในหัวหินยังมีโรงแรมที่มีห้องลักษณะนี้ในจำนวนจำกัด ทำให้กลายเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของรีสอร์ทหลังการรีโนเวท

ขณะเดียวกัน ห้องพักทั้ง 171 ห้องได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด พร้อมเพิ่มห้องพักรูปแบบใหม่อย่าง Deluxe Pool Access Room จำนวน 13 ห้อง ที่สามารถลงสระว่ายน้ำได้โดยตรงจากหน้าห้อง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้เข้าพัก

แม้จะมีการปรับเปลี่ยนภายใน แต่ภาพจำของสถาปัตยกรรมแบบ “หมู่บ้านไทยริมทะเล” ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ ทั้งเรือนไทย ศาลา และบรรยากาศสวนเขตร้อน ขณะที่รายละเอียดภายในถูกปรับใหม่ให้มีความร่วมสมัยและสอดรับกับการใช้งานมากขึ้น

ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง รีสอร์ทได้ปรับปรุงสระว่ายน้ำหลักและพื้นที่พักผ่อนริมสระให้ใช้งานได้จริงมากขึ้น พร้อมปรับแนวชายหาดเพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงทะเลได้ใกล้ชิดขึ้น ขณะเดียวกันยังพัฒนาโซนกิจกรรม (Active Zone) ให้หลากหลายขึ้น ทั้งโยคะ พิคเคิลบอล แพดเดิลบอล ปีนหน้าผาจำลอง เทนนิส ปิงปอง และมวยไทย รวมถึงฟิตเนสที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับกลุ่มครอบครัว รีสอร์ทได้ปรับโฉม Kids Club ใหม่ เพิ่มพื้นที่การเรียนรู้และโซนกิจกรรมสำหรับเด็ก ทั้งห้องอ่านหนังสือ เพลย์สเตชัน ครัวจำลอง และบ้านต้นไม้ พร้อมเปิดตัว “มินิฟาร์ม” เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

ด้านอาหารและเครื่องดื่ม ห้องอาหารและบาร์ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด โดย Sea.Fire.Salt ห้องอาหารริมทะเลยังคงเป็นจุดเด่นด้านเมนูเนื้อและอาหารทะเล ขณะที่ Rim Nam นำเสนออาหารไทยต้นตำรับในบรรยากาศริมสระ ส่วน Issara Café ถูกออกแบบใหม่สำหรับมื้อเช้า ขณะที่ Loy Nam พูลบาร์ และ Kasara Lounge คลับเลานจ์ ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนตลอดวัน

ขณะที่โครงสร้างลูกค้า 5 อันดับแรก ได้แก่ สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี สวีเดน และไทย โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติมักเข้าพักระยะยาวตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ในขณะที่ลูกค้าชาวไทยยังคงนิยมเข้าพักระยะสั้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แบบ 2 คืน