หากความสุขคือการแข่งขันโอลิมปิก ประเทศในกลุ่มนอร์ดิกคงการันตีการขึ้นโพเดียมรับเหรียญรางวัลอย่างแน่นอน และที่จริงแล้ว พวกเขาเหมาทั้งสามอันดับบนโพเดียมเลยทีเดียว
จากรายงานความสุขโลก (World Happiness Report) ฉบับล่าสุด พบว่าสามอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ได้แก่ ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ และเดนมาร์ก
ฟินแลนด์ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นครั้งที่ 9 ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ ตามมาด้วย ไอซ์แลนด์ ในอันดับที่ 2 และ เดนมาร์ก ในอันดับที่ 3 โดยการจัดอันดับนี้จัดทำโดยศูนย์วิจัยความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing Research Centre) แห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด
คอสตาริกา ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นโดยคว้าอันดับที่ 4 ซึ่งเป็นอันดับสูงที่สุดเท่าที่ประเทศจากละตินอเมริกาเคยทำได้ แต่หลังจากนั้นอันดับก็กลับมาเป็นของกลุ่มประเทศนอร์ดิกอีกครั้ง โดย สวีเดน และ นอร์เวย์ ครองอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ ส่วนประเทศอื่นๆ ในยุโรปที่ติด 10 อันดับแรก ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ (อันดับ 7), ลักเซมเบิร์ก (อันดับ 9) และสวิตเซอร์แลนด์ (อันดับ 10)
ทางด้าน อิสราเอล เป็นประเทศเดียวในตะวันออกกลางที่ติด 20 อันดับแรก โดยอยู่ที่อันดับ 8
สำหรับประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา อยู่ในอันดับที่ 23 แคนาดา อันดับที่ 25 และ สหราชอาณาจักร อันดับที่ 29 นี่ถือเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ไม่มีประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก (สหรัฐฯ, นิวซีแลนด์, ไอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, แคนาดา หรือสหราชอาณาจักร) ติดอยู่ใน 10 อันดับแรกเลย
วัดความสุขกันอย่างไร?
การจัดอันดับนี้ใช้ข้อมูลจาก Gallup World Poll ที่สอบถามผู้ตอบแบบสอบถามใน 147 ประเทศ ให้ประเมินชีวิตของตนเองโดยใช้ภาพเปรียบเทียบเป็น “บันได” ซึ่งชีวิตที่ดีที่สุดคือระดับ 10 และแย่ที่สุดคือระดับ 0 (เรียกว่า Cantril Ladder)
นักวิจัยพิจารณาปัจจัย 6 ด้าน ได้แก่ GDP ต่อหัว, อายุขัยเฉลี่ย, ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, และการรับรู้ถึงเสรีภาพและคอร์รัปชัน เพื่ออธิบายความแตกต่างระหว่างประเทศ โดยการจัดอันดับใช้ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี เพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์ชั่วคราว เช่น สงคราม หรือวิกฤตเศรษฐกิจ
ชาวฟินแลนด์ประเมินความพึงพอใจในชีวิตเฉลี่ยที่ 7.764 คะแนน ในขณะที่ชาวอเมริกันมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 6.816 คะแนน
John F. Helliwell ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านเศรษฐศาสตร์ระบุว่า เคล็ดลับของฟินแลนด์คือ “ความร่วมมือ” โดยเขากล่าวว่า “สังคมที่ประสบความสำเร็จจะร่วมมือกันเมื่อเผชิญกับวิกฤต ชาวฟินแลนด์รู้เรื่องนี้ดี และเมื่อคุณรู้สึกว่าทุกคนลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้”
วิกฤตความสุขในวัยรุ่น
รายงานฉบับปี 2024 เริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า “วิกฤตความสุขในคนรุ่นใหม่” โดยพบว่าในรอบทศวรรษที่ผ่านมา คะแนนประเมินชีวิตของคนอายุต่ำกว่า 25 ปีในสหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ลดลงเกือบ 1 คะแนนเต็ม ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงอย่างน่าตกใจ เมื่อเทียบกับคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคอื่นที่ความสุขมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
“สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ คือขอบเขตและลักษณะของการใช้โซเชียลมีเดีย” Helliwell กล่าว พร้อมเสริมว่ากุญแจสำคัญไม่ใช่แค่การใช้ แต่อยู่ที่ว่าใช้อย่างไร ใช้อย่าง “สร้างสรรค์สังคม” หรือ “ต่อต้านสังคม” กันแน่
ภาพรวมของโลกและ “จุดที่เหมาะสม”
แม้ประเทศที่ร่ำรวยมักจะมีอันดับที่ดี แต่ก็ไม่เสมอไป เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (อันดับ 21) และซาอุดีอาระเบีย (อันดับ 22) อยู่เหนือสหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศที่อยู่ท้ายตารางมักเป็นประเทศที่มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรง เช่น อัฟกานิสถาน (อันดับ 147) และเซียราลีโอน
ในด้านดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการใช้อินเทอร์เน็ตมากเกินไปเป็นผลเสีย แต่การตัดขาดเลยก็ไม่ใช่ทางออก “คุณต้องหาจุดที่พอดี (Sweet spot) ไม่ต้องการตัดขาดจากโลก แต่ก็ไม่อยากเชื่อมต่อจนเกินไป”
ความหวังและกระเป๋าสตางค์ที่หายไป
แม้จะมีปัญหาเรื่องโซเชียลมีเดีย แต่นักวิจัยยังคงมีความหวัง เพราะหลายประเทศเริ่มมีมาตรการปกป้องเยาวชน และในประเทศที่ความสุขสูง ผู้คนยังคงไม่ลืมพื้นฐานที่สำคัญ นั่นคือ “ความไว้เนื้อเชื่อใจ”
Helliwell ยกตัวอย่างว่า ฟินแลนด์คือที่ที่ดีที่สุดที่คุณจะทำกระเป๋าสตางค์หาย “ทุกคนอยากอยู่ในที่ที่เราเชื่อมั่นว่าเมื่อทำกระเป๋าเงินหาย จะได้คืนมาพร้อมเงินที่อยู่ครบ” เขายังกล่าวทิ้งท้ายอย่างอบอุ่นว่า “โลกนี้เต็มไปด้วยคนแปลกหน้าที่ใจดี ถ้าคุณตระหนักถึงเรื่องนี้ มันจะส่งผลต่อความสุขของคุณในทุกๆ ด้าน”
10 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ปี 2026
- ฟินแลนด์
- ไอซ์แลนด์
- เดนมาร์ก
- คอสตาริกา
- สวีเดน
- นอร์เวย์
- เนเธอร์แลนด์
- อิสราเอล
- ลักเซมเบิร์ก
- สวิตเซอร์แลนด์
อันดับท้ายตาราง: อัฟกานิสถาน (147), เซียราลีโอน (146), มาลาวี (145), ซิมบับเว (144) และ บอตสวานา (143)
บทวิจัยเต็มรูปแบบที่เป็นที่มาของข่าวนี้คือ World Happiness Report 2026 ซึ่งเผยแพร่โดยศูนย์วิจัยความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing Research Centre) แห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ร่วมกับ Gallup และเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN SDSN) :
- เว็บไซต์หลักของรายงาน: https://www.worldhappiness.report/ed/2026/
- ไฟล์ PDF อันดับทั้งหมด : https://files.worldhappiness.report/WHR26.pdf
จากการรายงานของ World Happiness Report 2026 อันดับความสุขของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดย สิงคโปร์ ยังคงครองแชมป์ในภูมิภาคนี้ ขณะที่ ไทย อยู่อันดับที่ 3 ของอาเซียน
นี่คือสรุปอันดับความสุขของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียงจากมากไปน้อย:
| อันดับในอาเซียน | ประเทศ | อันดับโลก (2026) | คะแนนเฉลี่ย |
| 1 | สิงคโปร์ | 36 | 6.6 |
| 2 | เวียดนาม | 45 | 6.4 |
| 3 | ไทย | 52 | 6.2 |
| 4 | ฟิลิปปินส์ | 56 | 6.2 |
| 5 | มาเลเซีย | 71 | 6.0 |
| 6 | อินโดนีเซีย | 87 | – |
| 7 | ลาว | 92 | – |
| 8 | กัมพูชา | 121 | – |
| 9 | เมียนมา | 129 | – |
ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- สิงคโปร์ แม้จะเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน แต่ในระดับเอเชียโดยรวม (รวมเอเชียตะวันออก) ไต้หวัน (อันดับ 27 ของโลก) ได้รับการจัดอันดับให้เป็นดินแดนที่มีความสุขที่สุดในเอเชียแทนที่สิงคโปร์ในปีนี้
- ไทย ขยับขึ้นมาเล็กน้อยจากปีที่แล้ว (ซึ่งเดิมอยู่อันดับที่ 58 ในปี 2024 และ 60 ในปีก่อนหน้า) โดยในปี 2026 นี้ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 52 ของโลก
- เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มความสุขที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยฟิลิปปินส์ขยับขึ้นมา 1 อันดับจากปีที่แล้ว
- ปัจจัยบวก: นักวิจัยระบุว่าความเข้มแข็งของระบบเครือญาติ (Kinship networks) และการสนับสนุนภายในชุมชน เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองระดับความสุขของคนในภูมิภาคนี้ ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพ
อ้างอิง : cnn.com
