หนึ่งใน Pain Point คลาสสิกของภาคการเกษตรไทย คือ “ปลูกเก่ง สินค้าดี แต่หาที่ขายไม่ได้” และเมื่อต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง กำไรที่ควรจะได้ก็หดหายไปเกินครึ่ง ขณะเดียวกันฝั่งผู้บริโภคเองก็ต้องการสินค้าที่สด สะอาด และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้

เพื่ออุดช่องโหว่นี้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร “แม็คโคร” (Makro) และ “โลตัส” (Lotus’s) จึงเปิดตัว AXTRA AGRI CONNEXT (แพลตฟอร์มแห่งโอกาส)

จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาทำลายกำแพงการค้าเดิมๆ ด้วยการดึงเกษตรกรให้เข้ามา “ขายตรง” กับห้างโมเดิร์นเทรดได้แบบ 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องง้อคนกลางอีกต่อไป

เจาะ 3 ปัญหาหลักที่ทำให้เกษตรกรไทยไปไม่ถึงฝัน

นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร ซีพี แอ็กซ์ตร้า เล่าถึงอินไซต์ตลอด 37 ปีที่คลุกคลีกับเกษตรกรว่า ปัญหาหลักที่พบมี 3 เรื่อง คือ

1. ขาดช่องทาง : มีของดีอยู่ในมือ แต่ไม่รู้จะเอาไปขายที่ไหน

2. เสียเปรียบคนกลาง : อยากเข้าห้างใหญ่ก็ทำได้ยาก สุดท้ายต้องผ่านคนกลาง ทำให้โดนกดราคาและเสียมาร์จิ้น

3. ผลิตไม่ตรงความต้องการตลาด : ปลูกของดี แต่ไม่ใช่สิ่งที่ตลาดอยากได้ ทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้

เปลี่ยน Pain Point เป็นโอกาส

จากข้อจำกัดทั้ง 3 เรื่องที่ฉุดรั้งเกษตรกรไทยมาอย่างยาวนาน แพลตฟอร์มนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อทลายกำแพงเหล่านั้นโดยเฉพาะ

โดยจะทำหน้าที่เป็นช่องทางออนไลน์ที่เปิดให้เกษตรกรสามารถนำเสนอสินค้าได้โดยตรงแบบไม่จำกัดเวลาและสถานที่

เพียงแค่อัปโหลดรูปภาพ ระบุราคา และแนบใบรับรองต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งตรงถึง “ฝ่ายจัดซื้อ” ของแม็คโครและโลตัสทันที ทำให้การเจรจาซื้อขายรวดเร็วและเป็นธรรมมากขึ้น

นอกจากเรื่องการซื้อขายแล้ว แพลตฟอร์มนี้ยังมาพร้อมกับระบบ i-Trace (Traceability System) ที่ร่วมมือกับภาครัฐ

ทำให้ผู้บริโภคสามารถสแกน QR Code เพื่อเช็กได้เลยว่า สินค้านี้มาจากสวนไหน สายพันธุ์อะไร และมีมาตรฐานการผลิตอย่างไร

ซึ่งถือเป็นการยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้เจาะกลุ่มเป้าหมายระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น (ปัจจุบันมีเกษตรกรนำร่องเข้ามาอยู่ในระบบแล้วกว่า 900 ราย)

เมื่อภาครัฐ-เอกชน ประสานเสียงดันเกษตรกรสู่ธุรกิจเต็มตัว

การขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ฝั่งเอกชน แต่ยังเป็นการผนึกกำลังกับหลายหน่วยงานสำคัญ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ (Ecosystem) ที่ครบวงจร

โดย กรมการค้าภายใน มองว่านี่คือการพลิกโฉม “ระบบตลาดดั้งเดิม” ที่คนซื้อคนขายต้องมาเจอหน้ากัน ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัล

ซึ่งจะช่วยคืนอำนาจต่อรองให้เกษตรกร ทำให้มูลค่าเพิ่มของสินค้าตกถึงมือคนปลูกอย่างแท้จริง และเกิดราคาที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

สอดคล้องกับมุมมองของ กรมส่งเสริมการเกษตร และ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่เห็นตรงกันว่า ปกติเกษตรกรมักจะฟูมฟักผลผลิตเป็นอย่างดีและมีความเชี่ยวชาญด้านการปลูก แต่มักจะตกม้าตายเพราะขาดความรู้ด้านธุรกิจและการตลาด

ดังนั้น แพลตฟอร์มนี้จึงเปรียบเสมือนการเปิดโลกการค้า ช่วยปลดล็อกองค์ความรู้จากฝั่งผู้ซื้อไปสู่ผู้ผลิตโดยตรง

และเมื่อผสานเข้ากับการบริหารจัดการของกลุ่มสหกรณ์ ก็จะยิ่งทำให้การผลิตและการกระจายสินค้ามีประสิทธิภาพและตรงกับวอลลุ่มที่ตลาดต้องการ ผลักดันให้เกษตรกรก้าวขึ้นเป็น Smart Farmer อย่างเต็มตัว

ซึ่งทาง หอการค้าไทย ก็ได้ย้ำชัดว่าความร่วมมือในครั้งนี้ คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนจากคำว่า “โอกาส” ให้กลายเป็น “ความหวัง” และนำไปสู่ “ความสำเร็จ” ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME

รวมถึงกลุ่ม Young Smart Farmer สามารถต่อยอดและขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง

เป้าหมายต่อไปศูนย์รวมสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุด

นอกจากนี้ ทาง ซีพี แอ็กซ์ตร้า ก็ไม่ได้มองแค่การเป็นช่องทางรับซื้อ แต่ตั้งเป้าจะปั้นแพลตฟอร์มนี้ให้เป็นศูนย์รวมเกษตรกรและ SME ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรม Business Matching อย่างต่อเนื่อง

โดยเป้าหมายใหญ่ที่วางไว้คือ ภายในปี 2569 บริษัทฯ จะรับซื้อสินค้าเกษตรผ่านช่องทางต่างๆ ให้ได้ถึง 30,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 35,000 ล้านบาท

ซึ่งนับเป็นเม็ดเงินมหาศาลที่จะถูกฉีดตรงเข้าสู่กระเป๋าของเกษตรกรไทย และถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว