การเลี้ยงลูกเป็นเทรนด์ที่เปลี่ยนไป-เปลี่ยนมา โดยเทรนด์ล่าสุดคือ Beta Mom 

เฮเธอร์ จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงลูกจาก KSL ศูนย์ที่ปรึกษาการเลี้ยงลูกในสหรัฐฯ นิยามความเป็น Beta Mom ไว้ว่า คือคุณแม่ที่ปล่อยวางจากความสมบูรณ์แบบ มีนิสัยสบายๆ เข้าถึงง่าย และ มีความยืดหยุ่นสูง 

พร้อมปฏิเสธการอัดตารางกิจกรรมจนแน่นเอี้ยด และไม่กดดันตัวเองว่าต้องทำทุกอย่างให้ไร้ที่ติ 

นี่คือขั้วตรงข้ามของการเลี้ยงลูกอันเข้มงวดอย่าง Alpha Mom และ Helicopter Mom โดยแทนที่จะนั่งกังวลกับทุกรายละเอียด คุณแม่แบบ Beta Mom เลือกที่จะโอบรับความเป็นจริงของชีวิต

โดยไม่สนใจที่จะอวดภาพที่ดูดีในสื่อโซเชียลให้ดูสวยหรู เพราะสำหรับพวกเธอแล้ว คำว่าดีพอก็คือดีที่สุดแล้ว 

Beta Mom พร้อมที่จะปล่อยวางการควบคุมบางอย่างลง แล้วเปลี่ยนมาใช้วิธีร่วมมือกับลูกแทน แทนที่จะคอยบงการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการในทุกๆ เรื่อง โดยพวกเธอจะเดินไปพร้อมกับลูกและตอบสนองต่อความต้องการทางอารมณ์ของเด็กๆ เป็นหลัก 

สิ่งที่ทำให้ Beta Mom ต่างจากแม่คนอื่นอย่างเห็นได้ชัดคือ นิยามของความสำเร็จ โดยคุณแม่กลุ่มนี้ไม่ได้โฟกัสกับการเค้นศักยภาพสูงสุดหรือตักตวงโอกาสที่ดีที่สุดให้ลูกในทุกฝีก้าว แต่หันมาให้ความสำคัญกับการรับรู้และเชื่อมโยงทางอารมณ์ 

พร้อมกันนี้ยังเปิดพื้นที่ให้ลูกได้รู้สึก ได้ทบทวนตัวเอง หรือแม้กระทั่งยอมให้ลูกถอยห่างออกมาจากกิจกรรมที่ทำแล้วไม่มีความสุข แต่ขณะเดียวกันก็ยังดูอยู่แบบ “ห่างๆ อย่างห่วงๆ” และไม่สุดโต่งไปอีกฝั่งถึงขนาดปล่อยให้ล้มแล้วลุกเอง (FAFO Parenting)

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในชีวิตประจำวันคือ หากเจอลูกวัยรุ่นพูดจาไม่น่ารักใส่ Alpha Mom อาจจะดุด่าและตักเตือนในทันทีด้วยคำแรงๆ 

แต่ Beta Mom จะมองให้ลึกกว่านั้น โดยพวกเธอจะจับน้ำเสียงได้แล้วคิดว่า วันนี้ลูกคงเจอเรื่องเหนื่อยๆ มาทั้งวันแน่เลย 

ซึ่งการทำแบบนี้ไม่ใช่การเพิกเฉยต่อพฤติกรรมก้าวร้าว แต่เป็นการเลือกที่จะเตือนในภายหลัง หลังจากที่สร้างความเข้าใจในอารมณ์-ความรู้สึกของกันและกันแล้ว การหยุดคิดสักนิดจะช่วยสร้างความผูกพันก่อนที่จะตามด้วยการตักเตือนเสมอ 

เทรนด์ Beta Mom ถือเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับต่อวิถีการเลี้ยงลูกที่เป๊ะเว่อร์ไปเสียทุกอย่างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะความกดดันที่ต้องจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่จัดตารางเวลา ควบคุมอารมณ์ ไปจนถึงคาดหวังผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบนั้น มันเริ่มมากเกินกว่าจะรับไหว 

เฮเธอร์ จอห์นสัน เน้นย้ำว่า การเป็น Alpha Mom มันไม่ยั่งยืน และการที่คนเป็นแม่ต้องคอยแบกรับอารมณ์ของทุกคนในบ้านก็เป็นเรื่องที่หนักหนาเกินไป 

ดังนั้นแนวคิดแบบ Beta Mom จึงเหมือนเป็นแหล่งน้ำกลางทะเลทรายที่ช่วยคลายความเครียดจากการเลี้ยงลูกอันยาวนาน และช่วย ลูกรู้สึกว่าตัวเองได้รับความเข้าใจและมีคนคอยสนับสนุนอยู่เสมอ ท่ามกลางบรรยากาศในบ้านที่มีความยืดหยุ่นและเชื่อมโยงกันอย่างอบอุ่น 

อย่างไรก็ตาม หากยืดหยุ่นจนปล่อยมากเกินไป ก็อาจกลายเป็นผลเสียได้เช่นกัน เพราะบางครั้งพ่อแม่อาจจะหลีกเลี่ยงการพูดคุยในเรื่องยากๆ ที่จำเป็นต้องพูด

และในบางกรณี หากกฎระเบียบในบ้านหลวมเกินไป เด็กๆ ก็อาจจะกลายมาเป็นคนควบคุมอำนาจในบ้านแทน 

ดังนั้นความสมดุลจึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคุณแม่สไตล์นี้ แทนที่จะต้องมานั่งเลือกว่าตัวเองจะเป็นแม่สายไหน 

โดยสิ่งที่ควรทำคือถอยออกมาหนึ่งก้าว แล้วปล่อยวางเรื่องประเภทของแม่ไปเสีย เพราะเทรนด์เปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา แต่วิธีการเลี้ยงลูกที่มีประสิทธิภาพและเป็นความจริงนั้นไม่เคยผันผวนไปตามกระแสของใคร 

เฮเธอร์ จอห์นสัน เสริมว่า เทรนด์ต่างๆ รวมถึงเทรนด์การเลี้ยงลูกล้วนมาแล้วไป ดังนั้นคุณแม่ควรหันมาเน้นที่ 3 หลักการเลี้ยงลูกที่ไม่เคยตกยุค คือ ความอบอุ่นซึ่งหมายถึงการเชื่อมโยงทางอารมณ์และความผูกพัน 

วางกรอบระเบียบ คือการสร้างขอบเขตและกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน และความเป็นผู้นำ นั่นคือการที่พ่อแม่สามารถบริหารจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ 

โดยแม้ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อจะสำคัญทั้งหมด แต่ เฮเธอร์ จอห์นสัน ชี้ว่าเราควรเลือกเอนเอียงไปทางความอบอุ่นก่อนเสมอ 

เพราะถ้าคุณสร้างความเชื่อมโยงกับลูกได้แล้ว ลูกก็พร้อมจะยอมรับกรอบระเบียบและแนวทางการนำทางจากคุณด้วยความเต็มใจ

และลูกๆ จะเปิดใจรับฟังมากขึ้นเมื่อพวกเขารู้สึกว่าตัวเองได้รับความเข้าใจ ซึ่งนี่ไม่ได้แปลว่าให้คุณทิ้งกฎเกณฑ์ แต่เป็นการใช้ความสัมพันธ์ที่ดีนำทางลูกนั่นเอง / ksltv