หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา… ซื้อหมึกกรุบด้วยนะ”
“คิดจะแซ่บ คิดถึงหมึกกรุบ”
“ทุกคำซ่า ทุกซองแซ่บ” ฯลฯ

สารพัดประโยคสุดกวนที่ปรากฏอยู่บนป้ายบิลบอร์ดขนาดยักษ์ทั่วกรุงเทพฯ กำลังทำหน้าที่มากกว่าแค่โฆษณา เพราะนี่คือแคมเปญ “หมึกกรุบอร่อยกรุบใกล้ฉัน” จากแบรนด์ “หมึกกรุบ” ที่เข้ามายึดป้ายบิลบอร์ดหลายจุดทั่วกรุง เพื่อเปลี่ยนพื้นที่เมืองให้กลายเป็นสนามเด็กเล่นทางการตลาด

ความน่าสนใจคือ แต่ละป้ายจะใช้ข้อความในลักษณะ “Copy Lead” ชวนให้นึกถึงข้อความคุ้นหู สร้างไวรัลและโชว์ความกวนของหมึกกรุบที่ตั้งใจเข้าไปป่วนแบรนด์ยักษ์ใหญ่ เพื่อสร้างสีสันและความสนุกให้คนเมืองที่พบเห็นจนทนไม่ไหว ต้องหยิบมือถือขึ้นมา “แชะ&แชร์” และพูดถึงต่อบนโลกโซเชียลทันที

ถ้าคิดว่านี่เป็นแค่ป้ายบิลบอร์ดเน้นฮา… คุณกำลังโดนหมึกกรุบแกงเข้าให้แล้ว Marketeer พาไปถอดรหัสเกมการตลาดที่เปลี่ยนภาพจำจากแบรนด์ขนมสู่ Entertainment Brand เต็มรูปแบบ เพื่อเข้าไปฝังตัวในใจคน และให้ผู้บริโภคทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงปั่นไวรัลให้แบรนด์ต่อไป

สูตรลัดจิตวิทยา ยืมความคุ้นเคยมาสร้าง Top of Mind

หลายแบรนด์มักตกม้าตายกับการพยายามยัดเยียด Tagline ใหม่ ๆ ให้คนจำ ซึ่งต้องใช้ทั้งเงินและเวลามหาศาล แต่หมึกกรุบเลือกใช้ “ทางลัด” ด้วยกลยุทธ์ Copy Lead การใช้ข้อความคุ้นหู ชวนให้นึกถึงข้อความในชีวิตประจำวัน

กระบวนการนี้ทำให้ผู้บริโภคเก็ตมุกได้ทันทีในวินาทีแรกโดยไม่ต้องคิดตาม แต่ความเจ๋งคือ จังหวะที่สมองเจอ “ความผิดคาด” จากประโยคที่คุ้นเคย มันจะสั่งการให้สลับเอาชื่อแบรนด์หมึกกรุบเข้าไปแทนที่ทันที และจดจำได้แม่นยำกว่าการโฆษณาแบบตะโกนขายของตรง ๆ หลายเท่าตัว

ไม่ได้ขายของ แต่มาขาย “Brand Personality”

สังเกตไหมว่า บนป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ที่แน่นอนว่าต้องใช้ค่าโฆษณาค่อนข้างสูง หมึกกรุบไม่ได้ใช้พื้นที่ไปกับการอวดสรรพคุณสินค้า วัตถุดิบ ความสะอาด หรือการอัดโปรโมชั่นตัดราคาใด ๆ 

วิธีคิดแบบนี้คือการดีไซน์หน้าป้ายเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Gen Z และ Millennials ที่ไม่ชอบการโดนยัดเยียดโฆษณาฮาร์ดเซล แต่จะเปิดใจให้แบรนด์ที่ทำตัวเหมือน “เพื่อน” ที่คุยภาษาเดียวกัน มีอารมณ์ขัน และกล้าเล่นอะไรนอกกรอบ การส่งแคมเปญกวน ๆ บุกเมืองในครั้งนี้เลยกลายเป็นการตกกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้รู้สึกอินและอยากดึงแบรนด์เข้ามาอยู่ในไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้แบบเนียน ๆ

สลายภาพโฆษณา ให้เป็น “Media Playground”

การเลือกปูพรมบิลบอร์ดกระจายไปตามพิกัดต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ เป็นการดีไซน์ประสบการณ์ให้คนเมืองเกิดการ “บังเอิญเจอซ้ำ” ระหว่างวัน ไม่ว่าจะตอนขับรถ นั่งรถไฟฟ้า หรือตอนที่เลื่อนฟีดโซเชียลแล้วเจอเพื่อนถ่ายรูปมาลง

การเห็นซ้ำในหลากหลาย Touchpoints แบบนี้ช่วยสร้าง Brand Recall ได้ดีที่สุด ยิ่งแต่ละจุดมีข้อความแอบแซวไม่ซ้ำกัน เมืองทั้งเมืองเลยกลายเป็นเหมือนพื้นที่ให้คนได้คอยตามล่าหา Easter Egg คอยจับสังเกต ชวนให้อมยิ้มมุมปาก และช่วยเปลี่ยนเส้นทางรถติดน่าเบื่อในกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นเรื่องสนุกที่ชวนให้อยากตามไปดูต่อว่าป้ายต่อไปแบรนด์จะไปป่วนกวนใครอีก

หยิบความกวนมาป่วนเมือง

จากการวางกลยุทธ์ที่ลึกล้ำสู่การลงมือทำ แคมเปญ Billboard Bombard ตั้งใจดีไซน์หน้าป้ายมาให้เข้ากับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ เพื่อเอื้อให้คนถ่ายรูปไปแชร์ต่อบนโลกออนไลน์ได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะดีเทลความกวนบนหน้าป้ายของหมึกกรุบ ชวนให้นึกถึงข้อความแสบๆ กวนๆ ตามสไตล์ของแบรนด์

อาทิ Copy Lead บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยอดฮิต ใช้ข้อความแนวชวนกินคู่กันแบบ Cross-Consumption อย่าง “มาม่า หมึกกรุบ คู่แท้ความอร่อย” ที่ช่วยครีเอทพฤติกรรมการกินแบบใหม่ให้ผู้บริโภคอยากลองทำตาม

OOH 10 จุดยุทธศาสตร์ถล่มกรุง

เพื่อให้เกิดอิมแพ็กต์และสร้างการรับรู้ในวงกว้างสูงสุด แบรนด์เลือกปูพรมสื่อโฆษณาพร้อมกันใน 10 จุดยุทธศาสตร์สำคัญทั่วกรุงเทพฯ เน้นทำเลทองที่รถติดหนักหน่วงและคนมีเวลาจ้องป้ายนานที่สุด เช่น แยกฟอร์จูนมุ่งหน้าอโศก, สุขุมวิท 21, วงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, ถนนเพชรบุรี และป้ายยักษ์ริมทางด่วนดินแดง

โดยแคมเปญนี้จะยึดพื้นที่สายตาคนเมืองยาวต่อเนื่อง 1 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม – 15 มิถุนายน 2569  พร้อมแรงส่งบนโลกออนไลน์ผ่านแฮชแท็ก #หมึกกรุบอร่อยกรุบใกล้ฉัน เพื่อเชื่อมกระแสบนท้องถนน (Offline) เข้าสู่บทสนทนาบนโซเชียลมีเดีย (Online) อย่างไร้รอยต่อ

สรุป

แคมเปญ Billboard Bombard ของหมึกกรุบในครั้งนี้ คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าสื่อดั้งเดิมอย่างป้ายบิลบอร์ดจะไม่มีวันตาย ตราบใดที่มันยังถูกขับเคลื่อนด้วยไอเดียที่สดใหม่และเข้าใจมนุษย์อย่างแท้จริง 

หมึกกรุบไม่ได้มองพื้นที่ OOH เป็นเพียงแค่ป้ายโฆษณาที่เอาไว้ตะโกนบอกชื่อสินค้าหรืออัดโปรโมชั่นขายของ แต่กำลังใช้มันเป็นคอนเทนต์จุดกระแสชั้นยอดที่เปลี่ยนสายตาของคนเมืองให้กลายเป็น Engagement และยอดแชร์บนโลกออนไลน์ 

ที่สำคัญไปกว่านั้น แคมเปญนี้ยังมีมูลค่าที่มากกว่าแค่ตัวเลขการแชร์หรือยอดขายระยะสั้น เพราะแบรนด์สามารถใช้บุคลิกที่สนุกสนานและอารมณ์ขันอันมีเสน่ห์ เข้ามาทลายกำแพงระหว่าง “คนซื้อ” กับ “คนขาย” ได้อย่างสิ้นเชิง พร้อมกับเชื่อมโยงให้ผู้บริโภคเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในแก๊งความสนุกของแบรนด์โดยตรง จนสามารถแทรกซึมเข้าไปนั่งอยู่ในใจ กลายเป็น “เพื่อนซี้” ที่หลอมรวมเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์และชีวิตประจำวันได้อย่างแนบเนียนและยั่งยืน

#MarketeerOnline #หมึกกรุบ #หมึกกรุบอร่อยกรุบใกล้ฉัน