“เคทีซี” (KTC) หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย จัดงานเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 24 ภายใต้หัวข้อ “Speed Economy: โอกาสและความท้าทายของอีคอมเมิร์ซ และคนทำคอนเทนต์” เพื่อเจาะลึกถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคที่การตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงแค่เห็นคอนเทนต์รีวิว
โดยได้รับเกียรติจากวิทยากร 3 ท่าน มาร่วมเปิดมุมมองเกี่ยวกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ การปรับตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และพฤติกรรมการใช้จ่าย ท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมแบ่งปันวิธีคิดใหม่ ๆ เพื่อพาอุตสาหกรรมไทยก้าวข้ามความท้าทายและเติบโตอย่างยั่งยืน
คุณกุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ในหัวข้อเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจอีคอมเมิร์ซไทยและการปรับตัวสู่ยุคไลฟ์คอมเมิร์ซ
ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยมีรากฐานมายาวนานกว่า 21 ปี โดยในปีนี้คาดการณ์ว่ามูลค่าเศรษฐกิจอีคอมเมิร์ซแบบ B2C จะสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท ทำให้ไทยเป็นตลาดที่ใหญ่อันดับต้น ๆ ในภูมิภาค เป็นรองเพียงอินโดนีเซียเท่านั้น
ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดไม่ได้ตัดสินกันที่การเปรียบเทียบราคาหรือสเปคสินค้าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า “Crazy in love economy” ซึ่งเป็นการตัดสินใจซื้อเพราะความรักและความผูกพันที่มีต่อตัวครีเอเตอร์ หรือแบรนด์ ผู้ประกอบการ SME จึงควรเร่งปรับตัวเข้าสู่การทำไลฟ์คอมเมิร์ซ เนื่องจากปัจจุบันยอดขายจากการไลฟ์คิดเป็นสัดส่วนถึง 20-30% ของยอดขายทั้งประเทศแล้ว
ด้านทิศทางการเติบโต ผู้ประกอบการไม่ควรจำกัดโอกาสอยู่แค่ตลาดในประเทศที่มีประชากรราว 69 ล้านคน แต่ควรหาโอกาสขยายตลาดแบบข้ามพรมแดนไปยังประเทศที่ใหญ่กว่า เช่น อินโดนีเซียที่มีประชากร 280 ล้านคน หรือจีนที่มีประชากร 1,400 ล้านคน โดยสามารถเริ่มต้นจากการใช้ประโยชน์จากเงินทุนสนับสนุนของภาครัฐ เช่น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีงบประมาณช่วยเหลือการปรับตัวสู่ดิจิทัลและการออกบูธ
คุณสุวิตา จรัญวงศ์ อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ในหัวข้อเกี่ยวกับทิศทางของ Creator Economy และการสร้างความเชื่อมั่น
ปัจจุบันเศรษฐกิจกลุ่มครีเอเตอร์ในไทยมีมูลค่าประมาณ 45,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมธุรกิจเกมที่จะทำให้มูลค่าสูงขึ้นไปอีกมหาศาล
ท่ามกลางกระแสการเข้ามาของ AI สิ่งที่จะทำให้ครีเอเตอร์อยู่รอดได้คือการมี “ตัวตนที่แท้จริง” เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับผู้บริโภค โดยยอดผู้ติดตามอาจไม่สำคัญเท่ายอดการมีส่วนร่วม
ครีเอเตอร์ที่มียอดผู้ติดตามเพียง 2,000 – 3,000 คน ก็สามารถสร้างยอดขายได้จริง หากมีสัดส่วนการกดไลก์ คอมเมนต์ หรือแชร์ที่ดี อัลกอริทึมก็จะช่วยดันโพสต์ไปหาคนนับล้านได้ทันที
ในแง่ของการจัดระเบียบวงการ สมาคมฯ กำลังเดินหน้าให้ความรู้ด้านกฎหมายกว่า 30 ฉบับที่ครีเอเตอร์จำเป็นต้องรู้ รวมถึงการสร้างมาตรฐานวิชาชีพเพื่อให้การทำงานในนิเวศสื่อเป็นไปอย่างสร้างสรรค์
นอกจากนี้ ในมุมของธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง ต้องกล้าที่จะออกมานำเสนอหน้ากล้องด้วยตัวเอง เพื่อช่วยละลายพฤติกรรม และสร้างความคุ้นเคยจนเกิดเป็นความผูกพันกับลูกค้า
ทั้งยังเน้นย้ำถึงเรื่องสุขภาพจิต ว่าแม้เทคโนโลยีจะเร่งสปีดให้ทุกคนต้องแข่งขัน แต่ทุกคนมีเวลา 8 ชั่วโมงเท่ากัน จึงควรดึง AI มาช่วยทุ่นแรงเพื่อเพิ่มผลผลิต และหากเหนื่อยก็สามารถพักได้ โดยให้ตั้งเป้าหมายการทำงานเป็นระยะสั้น เช่น รายสัปดาห์หรือรายไตรมาส เพื่อรักษาคุณภาพชีวิต
คุณณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต KTC ในหัวข้อเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคและมาตรการความปลอดภัย
พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้มี Customer Journey ที่สั้นลง ลูกค้าเห็นรีวิวก็พร้อมกดซื้อทันที โดยเปลี่ยนรูปแบบมาเป็น “ซื้อน้อยชิ้น แต่ซื้อบ่อยครั้ง” และยังคงมองหาความคุ้มค่าเสมอ
สถิติการทำธุรกรรมของ KTC ประกอบกับข้อมูลเชิงลึกจากฝั่งแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์ สะท้อนให้เห็นยอดการทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและฟู้ดเดลิเวอรีในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค. – เม.ย.) ของปี เติบโตสูงขึ้นเกือบ 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้ง ขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 800 – 1,000 บาท
ปัจจุบันการช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นไลฟ์สไตล์หลักไปแล้ว โดยมีสัดส่วนคิดเป็น 40-45% ของการใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากอดีต หมวดหมู่สินค้าที่กวาดยอดใช้จ่ายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. ความงามและเครื่องสำอาง 2. แฟชั่นเครื่องแต่งกาย และ 3. สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญ Double Day อย่าง 12.12 กลายเป็นช่วงที่มียอดใช้จ่ายพุ่งสูงสุดแห่งปี เนื่องจากเป็นช่วงปลายปีที่คนต้องการให้รางวัลตัวเอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อความเร็วในการตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้น ความปลอดภัยก็ต้องเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
KTC ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก โดยมีทีมงานหลังบ้านคอยตรวจสอบพฤติกรรมการใช้จ่ายออนไลน์ที่ผิดปกติตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมบัตรเครดิตดิจิทัลที่หมายเลข CVV เปลี่ยนแปลงใหม่ตลอด 24 ชั่วโมง และระบบที่อนุญาตให้ผู้บริโภคตั้งลิมิตวงเงินการใช้จ่ายออนไลน์รายวันได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับสมาชิกบัตร
ทั้งนี้ ท้ายที่สุดแล้ว แม้แพลตฟอร์มจะกระตุ้นให้เกิดความเร็ว แต่ผู้บริโภคก็ต้องมีสติและวินัยในการใช้จ่าย เพื่อให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตที่ดี
