Samsung (ซัมซุง) รอดพ้นจากวิกฤตการประท้วงหยุดงานได้อย่างหวุดหวิด หลังสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเรื่องโบนัสกับสหภาพแรงงานรายใหญ่ที่สุดของบริษัทได้ในนาทีสุดท้าย 

ช่วยคลายความกังวลของทั่วโลกที่หวั่นว่าซัพพลายเชนชิปความจำจะหยุดชะงักในช่วงที่ตลาดเอไอกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด 

โดยทางสหภาพแรงงานซึ่งมีสมาชิกเกือบ 48,000 คน ระบุว่าจะระงับแผนการหยุดงานประท้วงที่มีกำหนดเริ่มในวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคมนี้เอาไว้ก่อน เพื่อให้สมาชิกได้โหวตว่าจะรับข้อตกลงนี้หรือไม่ในวันที่ 22-27 พฤษภาคมนี้ 

ปัญหาของซัมซุงไม่ได้อยู่ที่บริษัทไม่มีเงิน แต่เกิดจากดราม่าเรื่องการจัดสรรเงินโบนัสที่ไม่เป็นธรรมระหว่างพนักงานแต่ละแผนก ท่ามกลางรายได้ที่พุ่งกระฉูดจากความต้องการเอไอในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก 

ก่อนหน้านี้ ซัมซุงวางแผนจะแจกโบนัสก้อนใหญ่ให้พนักงาน 27,000 คนในแผนกผลิตชิปความจำ ซึ่งสูงกว่าพนักงานแผนกอื่น ๆ ถึงอย่างน้อย 6 เท่า แต่ฝ่ายสหภาพมองว่าพนักงานอีก 23,000 คนที่ผลิตชิปทั่วไป ไม่ควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง 

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ยกเลิกเพดานโบนัส (ที่เคยจำกัดไว้ไม่เกิน 50% ของเงินเดือน) และขอให้แบ่ง 15% ของกำไรจากการดำเนินงานประจำปีมาเป็นกองทุนโบนัสให้พนักงานทุกคน 

สาเหตุที่ทำให้เรื่องโบนัสของซัมซุงกลายเป็นประเด็นขึ้นมา เกิดจากก่อนหน้านี้ทาง เอสเค ไฮนิกส์ คู่แข่งในตลาดเดียวกันและยังเป็นบริษัทเกาหลีใต้ด้วยกันที่ขนาดเล็กกว่า ได้ประกาศยกเลิกเพดานโบนัสไป 

นำมาสู่การอัดฉีดโบนัสให้พนักงานได้สูงกว่าซัมซุงถึง 3 เท่า จนพนักงานซัมซุงบางย้ายไปทำงานกับ เอสเค ไฮนิกส์ 

แน่นอนว่าซัมซุงก็อยู่เฉยไม่ได้ โดยได้แก้เกมด้วยการเสนอโบนัสให้พนักงานฝ่ายชิปความจำสูงถึง 607% ของเงินปี แต่กลับให้ฝั่งอื่นเพียง 50-100% จนกลายเป็นชนวนขู่ว่าจะประท้วงนานถึง 18 วันขึ้นมาในที่สุด 

สำหรับซัมซุง เป็นที่รู้กันทั่วไปว่านอกจากเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีแล้ว ยังเป็นผู้ผลิตชิปความจำรายใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย และกลุ่มบริษัทซัมซุง ยังถือเป็นเครือบริษัทใหญ่ซึ่งเรียกกันว่าแชโบลในภาษาเกาหลีที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ถึง 1 ใน 5 

ขณะที่โรงงานชิปในเกาหลีใต้ กระจายอยู่ในเมือง เปียงเตก ทางภาควันตกเฉียงใต้และฮวาซอง ทางภาคใต้ก็ประกอบไปด้วยพนักงานหลายหมื่นคน โดยโรงงานทุกแห่งพนักงาน 3 กะที่แบ่งกันทำงานกะละ 8 ชั่วโมง เพื่อให้สายการผลิตเดินหน้าต่อเนื่องไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

ดังนั้นหากเกิดการหยุดงานประท้วง ผลกระทบจะรุนแรงมาก โดยสภาหอการค้าอเมริกันในเกาหลีใต้เตือนว่า หากการผลิตชิปของซัมซุงสะดุด 

ย่อมจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีทั่วโลก (สมาร์ตโฟน, แล็ปท็อป, ดาต้าเซ็นเตอร์ และเอไอ) และอาจเปิดโอกาสให้คู่แข่งในภูมิภาคอื่นแซงหน้าได้ 

ขณะที่สถาบันการเงินรายใหญ่อย่าง เจพี มอร์แกน เคยประเมินว่า หากการประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้น อาจทำให้ซัมซุงสูญเงินสูงถึง 14,000 – 20,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 457,000 – 653,000 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตามแม้การเจรจาจะยังไม่สิ้นสุดจนถึงขั้นเคลียร์กันได้ แต่การที่แต่ละฝ่ายยอมถอยและรับข้อเสนอเบื้องต้น ทำให้โอกาสที่จะเกิดการหยุดงานประท้วงแบบรุนแรงนั้นลดลงไปมาก 

ประกอบกับศาลเกาหลีใต้ได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อตัดไฟก่อนที่สถานการณ์จะรุนแรง และเป็นออกมาตรการที่คู่ขัดแย้งต่างต้องปฏิบัติตาม 

ฝ่ายบอร์ดบริหารของซัมซุงถูกสั่งห้ามไม่ให้ลดจำนวนพนักงานในส่วนที่ดูแลความปลอดภัย การป้องกันความเสียหายของโรงงาน การรักษาคุณภาพสินค้า และต้องทำงานตามปกติเพื่อไม่ให้ไลน์ผลิตพัง 

ส่วนสหภาพแรงงานก็ถูกสั่งห้ามปิดล้อมหรือยึดพื้นที่โรงงาน และห้ามขัดขวางพนักงานคนอื่นในการเข้าทำงาน หากฝ่าฝืน สหภาพจะต้องถูกปรับสูงถึงวันละ 74,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.5 ล้านบาท) 

ทั้งนี้หลังข่าวที่ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงเบื้องต้นกันได้ถูกเผยแพร่ออกไป ตลาดหุ้นขานรับในทางที่ดี โดยดันให้หุ้นของซัมซุงพุ่งทะยานขึ้นมากกว่า 6% ส่วนดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ปิดบวกกว่า 7% / bbc