งานสัมมนา Earth Jump 2026 เวทีทอล์กภายใต้ชื่อ ‘Cool Biz ธุรกิจของเหล่า Young Gen ที่ทำให้โลกนี้เย็นจัง’ ซึ่งรวบรวมเหล่านักธุรกิจ SME และผู้ประกอบการ Young Gen มาเจาะลึกโซลูชันด้านความยั่งยืนที่สามารถนำไปปฏิบัติและสร้างผลกำไรได้จริง

วิทยากรรับเชิญที่มาร่วมเปิดมุมมองเกี่ยวกับการปรับโมเดลธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางความท้าทายในโลกปัจจุบัน พร้อมแบ่งปันวิธีคิดในการพาธุรกิจไทยเติบโตไปสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ดร. เกยูร โชคล้ำเลิศ ประธานกรรมการบริหาร บจก. ยู้ ฟิชบอล และ Founder ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร UNC ขึ้นบรรยายในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนขยะจากก้างปลาให้กลายเป็นนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ

จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากกิจการลูกชิ้นปลาของครอบครัวที่มีมายาวนานกว่า 80 ปี เมื่อเธอได้เข้ามาบริหารและตั้งโรงงานของตนเอง จึงพบปัญหาว่าปลาหนึ่งตัวสามารถนำมาทำลูกชิ้นได้เพียงร้อยละ 30 ถึง 40 เท่านั้น ส่วนที่เหลือต้องกลายเป็นขยะกองโตที่สร้างภาระในการกำจัด

กระทั่งมีบริษัทจากญี่ปุ่นเข้ามาติดต่อขอซื้อหนังปลาเพื่อนำไปทำคอลลาเจน ทำให้เธอฉุกคิดได้ว่าก้างปลาที่ถูกทิ้งก็น่าจะมีมูลค่าซ่อนอยู่เช่นกัน นำมาสู่การร่วมมือกับนักวิจัยเพื่อสกัดแคลเซียมจากก้างปลาทะเล แม้ก้างปลา 100 กิโลกรัมจะสกัดแคลเซียมได้เพียง 7 ขีด แต่สิ่งที่ได้คือแคลเซียมซึ่งดูดซึมได้ดีและไม่ตกค้าง

หลังจากนั้นเมื่อลูกของเธอประสบปัญหาแพ้อาหารอย่างรุนแรง เธอจึงนำแคลเซียมดังกล่าวมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เพื่อช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่แข็งแรง 

เธอมองว่าความยั่งยืนของธุรกิจต้องเริ่มต้นที่คน โดยการสร้างคุณค่าบางอย่างที่มากพอจนทำให้คนรุ่นหลังอยากจะสืบสานและรักษามันไว้ต่อไป

คุณวิชญ์ วิทยฐานกรณ์ Co-Founder นีรา รีทรีท โฮเทล (neera retreat hotel) บรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับแรงกระเพื่อมแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

นีรา รีทรีท โฮเทล เป็นโรงแรมขนาดเล็กริมแม่น้ำท่าจีน จังหวัดนครปฐม ที่ตั้งชื่อตามคำว่า นีรา ซึ่งแปลว่าหยดน้ำ โดยมีเป้าหมายในการเป็นพื้นที่ให้คนได้หยุดพัก ใกล้ชิดธรรมชาติ และทดลองใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลก

ในช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจ โรงแรมต้องเผชิญกับคำวิจารณ์อย่างหนักจากลูกค้าที่ไม่คุ้นเคยกับแนวทางรักษ์โลก เช่น การต้องแยกขยะ หรือการที่ไม่มีของใช้พลาสติกบางชนิดวางเตรียมไว้ให้ในห้อง ทำให้ทีมงานได้เรียนรู้ว่าความยั่งยืนไม่ควรเป็นเหมือนข้อสอบที่บังคับให้คนทำตามและกลัวที่จะทำผิด

ทางโรงแรมจึงปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารมาเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าได้ทดลองทำด้วยความสมัครใจ ผ่านการออกแบบประสบการณ์อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น การเตรียมยาสีฟันแบบเม็ด การใช้ถุงผ้าอัปไซเคิล การทำถังขยะสีเหลืองสำหรับสิ่งของที่ลูกค้ารู้ว่ารีไซเคิลได้แต่ไม่แน่ใจวิธีแยก และการปรับขนาดอาหารเป็นสองไซส์เพื่อลดเศษอาหารเหลือทิ้ง

เขาเชื่อมั่นว่าแม้จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ แต่เมื่อมีการส่งต่อความตั้งใจนี้ แรงกระเพื่อมจากหนึ่งหยดน้ำจะสามารถขยายวงกว้างออกไปได้ไกลกว่าที่คิด

คุณชัญญา จรุงชัยนานนท์ กรรมการ บจก. ลาซันย่า (LASUNYA) ขึ้นบรรยายในหัวข้อที่ว่าด้วยโอกาสของ SME ไทยในการใช้ความยั่งยืนเป็นกลยุทธ์เพื่อเจาะตลาดโลก

แบรนด์ลาซันย่าเป็นโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทยที่ดำเนินการมาถึง 43 ปี โดยจุดเริ่มต้นด้านความยั่งยืนขององค์กรไม่ได้มาจากความพยายามตามกระแสสังคม แต่เกิดจากความเชื่อพื้นฐานที่ว่าต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแม้ไม่มีใครเห็น

ด้วยการรับจ้างผลิตให้กับลูกค้าต่างชาติ ทำให้โรงงานได้รับการยกระดับมาตรฐานความรับผิดชอบอย่างเข้มข้น เช่น การจัดการเข็มเย็บผ้าที่หัก หรือการเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัยสูงสุดอย่างกาวสูตรน้ำและไม้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับการดูแลและให้เกียรติช่างฝีมือทุกคนในโรงงาน

เมื่อลาซันย่าต้องการลบภาพจำที่ว่าสินค้าจากประเทศไทยต้องมีราคาถูก จึงได้นำทักษะของช่างฝีมือไทยไปผสมผสานกับการออกแบบ จนสามารถเป็นแบรนด์โซฟาไทยที่คว้ารางวัลการออกแบบระดับโลกได้สำเร็จ

การนำความยั่งยืนที่ซ่อนอยู่หลังบ้านออกมาสื่อสารให้ชัดเจนขึ้น ได้กลายเป็นภาษาพูดสากลที่ช่วยเปิดประตูสู่การจัดแสดงผลงานในต่างประเทศ

อีกทั้งแบรนด์ยังนำเศษหนังที่เหลือทิ้งมาสานต่อเป็นของตกแต่งชิ้นเล็ก เพื่อพิสูจน์ว่าธุรกิจสามารถเริ่มต้นสร้างความยั่งยืนได้จากทรัพยากรที่มีอยู่โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาล

คุณธัญญรัตน์ ตรีสุรมงคลโชติ Marketing Director และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ SHE KNOWS บรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับบทเรียนของธุรกิจแฟชั่นที่สามารถดีต่อโลก ดีต่อคน และยังคงสร้างผลกำไรได้ในเวลาเดียวกัน

เธอเปิดประเด็นด้วยความจริงที่ว่าเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นนั้นไม่ได้มีราคาถูกอย่างที่คิด เพราะมีคนกลุ่มอื่นที่กำลังแบกรับต้นทุนแฝงแทนเราอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร แรงงานเด็ก หรือแม้แต่สิ่งแวดล้อมที่ต้องรับผลกระทบจากขยะเสื้อผ้า นำมาสู่การสร้างแบรนด์ที่ใช้วัสดุเป็นมิตรต่อโลก ผลิตในไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ และต้องการเป็นทางออกของปัญหานี้

ความท้าทายสำคัญ คือการทำให้แฟชั่นรักษ์โลกสามารถเข้าถึงคนหมู่มากได้ แบรนด์จึงต้องรักษาสมดุลระหว่างดีไซน์ คุณภาพ และราคา เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องรู้สึกเสียสละมากเกินไปในการเลือกซื้อสินค้า

เธอยอมรับว่าธุรกิจที่รักษ์โลกแบบสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นไม่มีอยู่จริง บางครั้งองค์กรจึงต้องเลือกทางออกที่ส่งผลเสียต่อโลกน้อยที่สุดแทน เพื่อให้ธุรกิจยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้และมีกระแสเงินสดหล่อเลี้ยง

นอกจากนี้ SHE KNOWS ยังเป็นแบรนด์สตรีทแวร์ไทยแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล B Corp ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยพิสูจน์ความจริงใจของแบรนด์ ป้องกันข้อครหาเรื่องการฟอกเขียว และกลายเป็นใบเบิกทางที่แข็งแกร่งในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ

คุณวรัตต์ วิจิตรวาทการ ผู้ก่อตั้ง ROOTS บรรยายในหัวข้อที่เน้นย้ำเรื่องการหยั่งรากความยั่งยืนบนพื้นฐานของความสัมพันธ์ในการทำธุรกิจ

เขามองว่าแม้ตลาดกาแฟในประเทศไทยจะเติบโตอย่างมหาศาล แต่ผู้ประกอบการกลับต้องแข่งขันอย่างหนักจนได้กำไรน้อยลง จุดเปลี่ยนของแบรนด์เกิดขึ้นเมื่อเขาได้มีโอกาสขึ้นดอยไปชงกาแฟสดให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟชิมเป็นครั้งแรก ทำให้เขาค้นพบพันธกิจใหม่ว่า ROOTS จะต้องเป็นสะพานเชื่อมโยงเรื่องราวและความตั้งใจจากต้นน้ำไปสู่ผู้บริโภคที่ปลายน้ำ

แบรนด์ตัดสินใจใช้เฉพาะเมล็ดกาแฟไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ภายในร้านทั้งหมด แม้จะต้องแลกกับการสูญเสียลูกค้าบางกลุ่มที่ชื่นชอบกาแฟต่างประเทศก็ตาม

การตัดสินใจนี้ทำให้แบรนด์สามารถประหยัดต้นทุนด้านภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มได้เกือบทั้งหมด ซึ่งแทนที่จะเก็บส่วนต่างนั้นไว้เป็นกำไร ROOTS เลือกใช้วิธีนำเงินรายได้กลับไปลงทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตและผลผลิตให้เกษตรกรภายใต้แนวคิดต้นน้ำสู่ปลายแก้ว จนทำให้คุณภาพของเมล็ดกาแฟไทยพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รายได้ของร้านหดหายไปแทบทั้งหมด ความสัมพันธ์อันดีที่สร้างมาตอกย้ำให้เห็นถึงคุณค่า เมื่อบรรดาเกษตรกรต่างพร้อมใจกันส่งเมล็ดกาแฟมาให้ทางร้านผลิตไปก่อนโดยไม่ต้องรีบจ่ายเงิน 

เขาจึงเชื่อมั่นว่าการลงทุนในความสัมพันธ์ แม้จะไม่ปรากฏในรูปแบบของตัวเลขบนงบการเงิน แต่มันคือภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดที่จะทำให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าสนใจจากเวทีทอล์กนี้ อาจไม่ใช่ความสำเร็จของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือสัญญาณว่าวงการธุรกิจ SME ไทยกำลัง ‘เปลี่ยนผ่าน’ สู่ความยั่งยืนอย่างเต็มตัว ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ ‘คิดต่าง’ และ ‘ลงมือทำจริง’

และการที่ SME ไทยจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน ยังควรต้องมีครบทั้ง ‘ตอบโจทย์ผู้บริโภค’ ‘สร้างผลกำไร’ และ ‘ลงมือทำให้โลกใบนี้เย็นลงได้อย่างแท้จริง’