ถนนงามวงศ์วาน เป็นหนึ่งในถนนสายสำคัญที่เชื่อมระหว่างจังหวัดนนทบุรีและกรุงเทพฯ
หลายคนที่อยู่นนทบุรีต้องเคยผ่านทางนี้ ไม่ว่าจะไปเรียน ทำงาน ทำธุระ หรือทำอะไรก็ตามที่ต้องเข้ากรุงเทพฯ
ถนนสายนี้เริ่มต้นจากแยกแคราย ผ่านแยกพงษ์เพชร ข้ามถนนวิภาวดี-รังสิต ไปสุดที่แยกเกษตร บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มีเส้นแบ่งระหว่างเขตจังหวัดนนทบุรีกับกรุงเทพฯ อยู่ที่คลองประปาที่อยู่ติดกับแยกพงษ์เพชร
หากลากตั้งแต่ต้นสายไปถึงสุดสาย ถนนงามวงศ์วานมีความยาวเพียง 6 กม.
แต่ทำเลนี้กลับกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมต่อระหว่างนนทบุรีและกรุงเทพฯ เพราะสามารถไปได้หลายทาง
ฝั่งตะวันตกของถนนงามวงศ์วานเป็นถนนรัตนาธิเบศร์ สามารถไปสุดถึงอำเภอบางใหญ่
ฝั่งตะวันออกก็เป็นถนนเกษตร-นวมินทร์ ออกไปได้สุดถึงถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก
จุดเปลี่ยนที่ทำให้ถนนสายนี้เริ่มมีความคึกคักต้องเริ่มจากยุคแรกๆ คือการเปิดตัวของสองห้างคู่บุญของถนนเส้นนี้อย่าง “พันธุ์ทิพย์” และ “เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน”
พันธุ์ทิพย์ เดิมคือ “บางลำภู งามวงศ์วาน” คาดว่าเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงประมาณปีพ.ศ. 2530
เจ้าของแรกคือ “ตระกูลหวังชูเชิดกุล” ก่อนจะขายห้างสาขานี้ให้กับกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ในปี 2548 ซึ่งนำไปปรับปรุงใหม่เป็นพันธุ์ทิพย์
ขณะที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน เปิดครั้งแรกในปี 2534 เป็นห้างใหญ่แห่งแรกๆ ของนนทบุรี ทำให้ย่านนี้เริ่มกลายมาเป็นศูนย์กลางของคนที่อยู่ในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง
เมื่อมีห้างใหญ่ ตึกแถวรอบๆ ก็เปลี่ยนจากที่อยู่อาศัยมาเป็นร้านค้า ร้านอาหาร และสถานประกอบการ ทำให้ถนนสายนี้เริ่มเป็นทำเลการค้าที่มีผู้คนสัญจรอย่างหนาแน่น
จุดเปลี่ยนต่อมาก็คือ “ทางด่วนศรีรัช” เปิดในปี 2536 มีจุดขึ้น-ลงอยู่ที่ถนนงามวงศ์วาน กลายเป็นจุดที่ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างนนทบุรีและใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ สะดวกขึ้น
คนที่ทำงานในเมืองก็เริ่มขยับออกมาซื้อบ้านจัดสรรอยู่ในนนทบุรี ตั้งแต่ตามแนวถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ไปจนถึงโซนอำเภอบางใหญ่ และบางบัวทอง
ต่อมาก็มีคิวรถตู้และรถสาธารณะมากมายอยู่ในพื้นที่ใกล้ห้างพันธุ์ทิพย์และเดอะมอลล์ ไปได้ทั่วทุกสารทิศ ตั้งแต่บางกะปิ รังสิต อนุสาวรีย์ชัยฯ ไปจนถึงพัทยาและต่างจังหวัด
ถนนงามวงศ์วานจึงกลายเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมระหว่างคนนนทบุรีกับพื้นที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ
ไม่ว่าจะเดินทางด้วยการขับรถ ขึ้นทางด่วน หรือต่อรถสาธารณะ คนส่วนใหญ่ที่อยู่นนทบุรีต้องผ่านถนนงามวงศ์วานก่อนไปต่อที่อื่น
นอกจากนี้ งามวงศ์วานยังเคยมียุคทองแห่งสถาบันกวดวิชา มีสถาบันต่างๆ เป็นจำนวนมากอยู่ตามตึกแถวระหว่างห้างเดอะมอลล์และพันธุ์ทิพย์
ทำให้ถนนสายนี้เต็มไปด้วยเด็กนักเรียนมัธยมทั้งจากฝั่งนนทบุรีและกรุงเทพฯ ที่มาเรียนพิเศษกันในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
อีกหนึ่งเรื่องที่เป็นตัวเร่งให้ถนนงามวงศ์วานมีความคึกคักมากขึ้นคือ “รถไฟฟ้าสายสีม่วง” ซึ่งเริ่มเปิดในปี 2559
รถไฟฟ้าสายนี้ทำให้คนจากกรุงเทพฯ ย้ายมาอยู่นนทบุรีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา
แม้ว่าสายสีม่วงจะไม่ได้วิ่งผ่านงามวงศ์วานโดยตรง แต่เมื่อคนในจังหวัดมีจำนวนมากขึ้นก็ทำให้ความคึกคักโดยรวมมากขึ้นตามไปด้วย
และช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถนนงามวงศ์วานก็มีความคึกคักมากขึ้นไปอีก ด้วยธุรกิจต่างๆ ที่เข้ามาลงทุนกันเป็นจำนวนมาก
นำโดยห้างใหญ่อย่างเดอะมอลล์ ที่ลงทุนกว่า 4,000 ล้าน ปรับโฉมครั้งใหญ่และรีแบรนด์ดิ้งเป็น “เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน” ในปี 2563
มีการปรับพื้นที่ภายในห้างให้ดูทันสมัยมากขึ้น เริ่มตั้งแต่เข้าห้างก็เป็นโซนของ Gourmet ที่มีร้านอาหารแบรนด์ใหญ่
ไปจนถึงชั้นบนสุดก็มีศูนย์อาหารขนาดใหญ่ที่รวมร้านสตรีทฟู้ดมาไว้ในที่เดียวกัน
ต่อมาในปี 2567 ทายาทเจ้าสัวเจริญก็มาทุ่มทุนปรับปรุงพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ครั้งใหญ่เหมือนกัน
แต่ห้างนี้วางตัวเป็น “ตลาดนัดติดแอร์” เป็นแหล่งรวมของมือสอง พระเครื่อง และวัตถุมงคล
ส่วนในอนาคต ถนนงามวงศ์วานยังมีอีก 2 โครงการใหญ่ที่กำลังอยู่ระหว่างการผลักดัน
โครงการแรก คือ ทางด่วนสายเกษตร-งามวงศ์วาน ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะสร้างเป็นอุโมงค์ใต้ดิน หรือเป็นทางยกระดับ
อีกโครงการ คือ รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (ช่วงแคราย-แยกลำสาลี) ซึ่งยังอยู่ระหว่างการศึกษาและรออนุมัติต่อไป
งามวงศ์วานอาจไม่ใช่ถนนที่ยาวที่สุด หรือกว้างที่สุดในนนทบุรี
แต่เป็นถนนที่อยู่ในชีวิตของผู้คนมากที่สุดสายหนึ่ง
ตั้งแต่วันที่คนนนทบุรีใช้ถนนสายนี้เข้าเมือง ไปเรียน ไปทำงาน ไปเดินห้าง ไปเรียนพิเศษ หรือขึ้นรถตู้ไปต่อที่อื่น
จนถึงวันนี้ที่เมืองยังขยายตัวต่อเนื่อง และยังมีโครงการใหม่ๆ รอเกิดขึ้นบนถนนสายเดิม
ถนนที่มีความยาวเพียง 6 กม. ก็ยังคงมีบทบาสำคัญที่แบกชีวิต ความทรงจำ และการเติบโตของเมืองมาตลอดหลายสิบปี
