การขึ้นมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ของ คณิตา ศาศวัตายุ ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนตัวผู้บริหารตามวาระ

แต่น่าสนใจอย่างมากตรงที่เป็นการส่งต่อผู้นำขององค์กรที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่

ทำไม “คณิตา” จึงได้รับเลือก

คณิตา ปัจจุบัน อายุ 55 ปี จบการศึกษาจาก Master of Science (Engineering Management), University of Missouri-Rolla ประเทศสหรัฐอเมริกา วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นลูกหม้อคนหนึ่งขององค์กรนี้

จากข้อมูลบริษัท จะเห็นว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็น Succession Plan ที่เตรียมการมาล่วงหน้า ไม่ใช่การแต่งตั้งแบบเร่งด่วน

โดยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เธอทำหน้าที่ CEO Designate พร้อมดูแลงานด้านกลยุทธ์ การพัฒนาธุรกิจ และทรัพยากรบุคคล สะท้อนว่า ปตท.สผ. ต้องการผู้นำที่ไม่เพียงบริหารธุรกิจปิโตรเลียม แต่สามารถกำหนดทิศทางการเติบโตและเตรียมองค์กรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน

ปตท.สผ. ใหญ่แค่ไหน

ปตท.สผ. เป็นบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของกลุ่ม ปตท. ที่แม้ปี 2568 ราคาพลังงานโลกจะอ่อนตัวลง แต่ ปตท.สผ. ยังมีรายได้รวม 294,849 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 60,273 ล้านบาท

ถึงจะเป็นรายได้เพียงประมาณ 11% ของทั้งกลุ่ม ปตท. แต่เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ทำกำไรสูงที่สุดของเครือ (รายได้ทั้งหมดของเครือปี 2568 คือ 2,662,145 ล้านบาท กำไร 90,166 ล้านบาท) และมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เพราะเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายหลักที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของไทย

โจทย์ที่รอ CEO คนใหม่ ในวันที่โลกพลังงานกำลังเปลี่ยน

แม้ผลประกอบการของ ปตท.สผ. จะยังแข็งแกร่ง แต่โจทย์ของ CEO คนใหม่ไม่ได้มีเพียงการรักษารายได้และกำไร แต่ต้องรับมือกับปัญหาต่าง ๆที่กำลังถาโถมเข้ามาต่อเนื่องอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

วันนี้ บริษัทน้ำมันทั่วโลกต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งเป้าหมาย Net Zero กฎเกณฑ์ด้าน ESG การเติบโตของพลังงานหมุนเวียน รถยนต์ไฟฟ้า และความไม่แน่นอนจากสงครามและภูมิรัฐศาสตร์

ในอีกด้านหนึ่ง การเติบโตของ AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) กลับทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้ ภารกิจของ CEO ปตท.สผ. จึงไม่ใช่การเลือกระหว่างพลังงานฟอสซิลกับพลังงานสะอาด แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน การเติบโตของธุรกิจ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

รวมถึงการพัฒนาผู้นำและบุคลากรรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานในระยะยาว

ความท้าทายของคณิตา จึงไม่ใช่แค่การเป็น CEO หญิงคนแรกขององค์กร แต่เป็นการรับไม้ต่อในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมพลังงานกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ด้วย