ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ซาอุดีอาระเบียคือหนึ่งในประเทศเอเชียที่มีความเคลื่อนไหวน่าสนใจ เพราะหลังจากที่ มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อัล ซาอุด ขึ้นเป็นองค์ประมุขของประเทศทางพฤตินัย
ประเทศใหญ่ในตะวันออกกลางแห่งนี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงมากมายให้เห็น หนึ่งในนั้นคือ การทุ่มลงทุนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะด้านกีฬาและเกมมิ่ง
ปี 2021 ขณะที่โลกติดล็อกดาวน์จากสถานการณ์โควิด จนการแข่งขันกีฬาเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ก็มีข่าวใหญ่ในวงการกีฬาปรากฏออกมา
นั่นคือการที่กองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุฯ (พีไอเอฟ) ทุ่มเงิน 410 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 13,000 ล้านบาท) ซื้อหุ้นเกือบทั้งหมดของสโมสรฟุตบอล นิวคาสเซิล ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และต่อมาซื้อเพิ่มอีกจนเป็นเจ้าของทั้งหมด

นี่เป็นเพียงก้าวแรกในวงการกีฬาของซาอุฯ ที่ดำเนินการผ่านพีไอเอฟเท่านั้น โดยต่อมาในปี 2022 มีการทุ่มเงินก้อนใหญ่อีกครั้งตั้งการแข่งขัน กอล์ฟรายการ แอลไอวี ขึ้น
ท่ามกลางการคาดว่าคงหวังให้เป็นรายการคู่แข่งของ พีจีเอ ที่ดังในวงการกอล์ฟมาอย่างยาวนานโดยต่อมาเงินที่ พีไอเอฟ ลงไปในกอล์ฟรายการ แอลไอวี ก็เพิ่มเป็น 5,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 165,000 ล้านบาท)
ถัดมาในปี 2023 ซาอุฯ มีความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอีกครั้ง และกลับไปที่วงการฟุตบอล โดยหลังตลาดซื้อ-ขายนักเตะปิด
ปรากฏว่า สโมสรในลีกเอสพีแอล ของซาอุฯ ทุ่มซื้อนักเตะเป็นเงินรวมกันมากถึง 1,020 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 33,700 ล้านบาท) มากเป็นลีกอันดับ 2 ของโลก รองแค่พรีเมียร์ลีก ของอังกฤษเท่านั้น
ในปีเดียวกันซาอุฯ ยังรุกตลาดเกมและเกมมิ่งต่อ ด้วยการซื้อหุ้นค่ายเกมดังสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง นินเทนโด เพิ่มอีกด้วย
แม้ปี 2024 ซาอุฯ ไม่มีความเคลื่อนไหวใหญ่ที่น่าสนใจในวงการกีฬาและเกมมิ่ง แต่ถัดมาจะกลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการหลัง
ตุลาคมปี 2025 ซาอุฯ เป็นแกนนำเปิดดีลใหญ่ ซื้อค่ายเกมอิเล็กทรอนิกส์ อาร์ตส์ หรืออีเอ เจ้าของเกมดังๆ มากมาย เช่น “ฟีฟ่า” และ “เดอะ ซิมส์”
มีการประเมินว่า ดีลดังกล่าวที่มีกลุ่มทุนจากสหรัฐฯ นำโดย จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ร่วมด้วยนี้ จะมีมูลค่าทั้งหมดสูงถึง 55,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท)
ด้วยมูลค่าดีล ทำให้ดีลซื้อ อีเอ เป็นดีลใหญ่สุดอันดับสองในวงการเกมมิ่ง รองจากดีลฮุบค่ายเกมแอคติวิชันของไมโครซอฟต์ มูลค่า 68,700 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท) ในปี 2022
ล่าสุด 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ซาอุฯ ก็ปิดดีลฮุบ อีเอ สำเร็จโดยจ่ายเงิน 36,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณเกือบ 2 ล้านล้านบาท) ที่ลงไป จึงถือเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของค่ายเกมอายุ 44 ปีแห่งนี้

ดีลนี้ ถูกจับตามองใน 3 ประเด็น เริ่มจาก จะทำให้ซาอุฯ เข้ามามีบทบาทในตลาดเกมและวงการเกมมิ่งมากขึ้น พร้อมกันยังทำให้ประเทศทันสมัยขึ้นในสายตาคนรุ่นใหม่
โดยเมื่อนำเกมมิ่งและกีฬามารวมกัน ก็สามารถผลักดันให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ของประเทศได้ไม่ยาก ในยุคที่โลกลดการพึ่งพาน้ำมัน ที่เคยเป็นรายได้หลักของซาอุฯ มานาน
หลังรถอีวีที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเริ่มมีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้รถเครื่องยนต์สันดาปใช้น้ำมันยังครองพื้นที่ส่วนใหญ่บนท้องถนนทั่วโลกก็ตาม
ประเด็นที่ต้องจับตามองประเด็นต่อมาคือ ซาอุฯ อาจถูกมองว่าใช้กีฬาและเกมมิ่งในการสร้างภาพ และกลบเกลื่อน ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ
ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับประเด็นสุดท้ายที่จะถูกจับตามองเช่นกัน นั่นคือ เกมค่ายอีเอจากนี้ จะลดความหลากหลายลงไปด้วยจากอิทธิพลของทางการซาอุฯ หรือไม่
สำหรับ พีไอเอฟ ก่อตั้งเมื่อปี 1971 เพื่อนำรายได้จากน้ำมันไปลงทุนในด้านอื่นๆ เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้ประเทศ โดยปัจจุบัน กระจายลงทุนกว้างขวางและมีหุ้นในบริษัทดังๆ มากมาย
ตามแผนของ มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อัล ซาอุด ที่ขึ้นเป็นองค์ประมุขของประเทศทางพฤตินัย หลังกษัตริย์ที่เป็นพระบิดาประชวรไม่สามารถบริหารประเทศด้วยพระองค์เองได้มานานแล้ว
มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อัล ซาอุด ทรงวางแผนปฏิรูปเพื่อให้ซาอุฯ ทันสมัยขึ้นเมื่อถึงปี 2030 ให้ตรงกับชื่อโปรเจกต์ยักษ์ “วิชั่น 2030” / bbc, wikipedia
