จากโจทย์กำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ร้านอาหารจึงไม่ได้ต้องการเพียงลูกค้าเพิ่ม แต่ต้องรู้ด้วยว่าขายอะไร กำไรอยู่ตรงไหน และจะบริหารร้านให้รอดได้อย่างไร LINE MAN Wongnai ขยับจาก Food Delivery เข้ามาช่วยร้านค้าจัดการธุรกิจด้วย Data, POS และ AI พร้อมต่อยอดข้อมูลไปสู่โอกาสเข้าถึงเงินทุน

นาย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า การเข้ามาช่วยร้านค้าผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงกระตุ้นยอดขายในช่วงที่มีมาตรการ แต่บริษัทต้องการใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสให้ร้านค้าได้เรียนรู้และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารธุรกิจ เพื่อให้สามารถเติบโตต่อได้หลังจบโครงการ

ปัจจุบัน LINE MAN Wongnai มีร้านอาหารบนแพลตฟอร์มมากกว่า 520,000 ร้านทั่วประเทศ และในโครงการไทยช่วยไทย พลัส มีร้านค้าที่เข้าร่วมผ่าน LINE MAN มากกว่า 59,000 ร้าน ครอบคลุม 77 จังหวัด กว่า 266 อำเภอ

ในช่วงที่ผ่านมายอดขายรวมของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการผ่าน LINE MAN เพิ่มขึ้นประมาณ 1.8 เท่าเมื่อเทียบกับโครงการก่อนหน้า และคาดว่าเมื่อโครงการสิ้นสุด ยอดขายจะอยู่ที่ประมาณ 2 เท่า

ขณะที่เงินสนับสนุนจากภาครัฐที่ถูกส่งผ่าน LINE MAN ไปยังร้านค้าทั่วประเทศมีมากกว่า 2,570 ล้านบาท จากจำนวนคำสั่งซื้อประมาณ 16 ล้านรายการ

จากข้อมูลของโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ก่อนหน้านี้ ยอดขายเฉลี่ยต่อวันของร้านค้าเพิ่มขึ้น 67% ในช่วงที่มีโครงการ และหลังจบโครงการ ยอดขายยังอยู่สูงกว่าช่วงก่อนโครงการประมาณ 10%

นายยอด กล่าวว่า บริษัทไม่ได้มองผลของมาตรการเพียงช่วงเวลาที่มีโครงการ แต่ต้องการให้ร้านค้าใช้โอกาสที่ได้ลูกค้าใหม่และมียอดขายเพิ่มขึ้น มาพัฒนาการบริหารร้านในระยะยาว

“เราอยากให้ร้านค้าไม่ได้ขายดีเฉพาะตอนที่มีโครงการ แต่หลังจากโครงการจบแล้ว ร้านค้ายังสามารถขายต่อได้ดีขึ้น เพราะมีทั้งลูกค้าใหม่ ข้อมูล และเครื่องมือที่ช่วยให้เขาบริหารร้านได้ดีขึ้น”

ตัวอย่างที่บริษัทนำมาใช้คือร้าน “ประจักษ์เป็ดย่าง” ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้น 130% ในช่วงโครงการ และได้ลูกค้าใหม่ผ่าน LINE MAN Food Delivery มากกว่า 3,500 ราย ขณะที่ “ตำยำยั่ว by โบตั๋น” ได้ลูกค้าใหม่มากกว่า 2,600 ราย และยอดขายเพิ่มขึ้น 44%

🟥จาก POS สู่ข้อมูลสำหรับบริหารร้าน

อีกส่วนที่ LINE MAN Wongnai ต้องการผลักดันคือการนำข้อมูลจากการขายมาใช้บริหารธุรกิจ ปัจจุบันมีร้านอาหารมากกว่า 72,000 ร้านที่ใช้ Wongnai POS ซึ่งบริษัทมองว่า POS ไม่ควรทำหน้าที่เพียงรับออเดอร์หรือคิดเงิน แต่สามารถเป็นฐานข้อมูลให้ร้านรู้ว่าธุรกิจกำลังเกิดอะไรขึ้น

จากผลสำรวจ ระบุว่า ร้านอาหารทั่วไปมีอัตราการอยู่รอดประมาณ 70% ขณะที่ร้านที่เข้าร่วมโครงการและใช้ POS มีอัตราการอยู่รอดประมาณ 93% โดย LINE MAN Wongnai ใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการชี้ให้เห็นถึงบทบาทของเครื่องมือดิจิทัลต่อการบริหารร้าน

จากฐานข้อมูลนี้ บริษัทจึงเปิดตัว “Wongnai Genie” เครื่องมือ AI สำหรับร้านอาหาร โดยนำข้อมูลจาก LINE MAN, Wongnai, Wongnai POS และ LINE Pay มาใช้วิเคราะห์ธุรกิจ โดยข้อมูลที่จะนำมาใช้ต้องอยู่ภายใต้การยินยอมของร้านค้า

Genie สามารถช่วยดูยอดขาย เมนูที่ขายดี ช่วงเวลาที่ขายดี รวมถึงวิเคราะห์ต้นทุนและกำไรของแต่ละเมนู เพื่อช่วยให้เจ้าของร้านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เช่น ควรลดต้นทุนตรงไหน เมนูใดควรผลักดัน หรือช่วงเวลาใดควรทำโปรโมชั่น

🟥Wongnai Genie เครื่องมือ AI สำหรับร้านอาหาร

นายยอด กล่าวว่า โจทย์ของ Genie ในช่วงแรกไม่ได้ต้องการเข้ามาแทนเจ้าของร้าน แต่ต้องการลดเวลาที่ผู้ประกอบการต้องใช้กับการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเป็นงานที่ร้านขนาดเล็กจำนวนมากไม่มีคนดูแลโดยเฉพาะ

“ร้านอาหารจำนวนมากไม่มีเวลานั่งเปิดข้อมูลย้อนหลังหรือวิเคราะห์ตัวเลขด้วยตัวเอง สิ่งที่เราต้องการทำคือใช้ AI เข้ามาช่วยให้เจ้าของร้านเห็นว่าธุรกิจกำลังเกิดอะไรขึ้น เมนูไหนทำกำไร ต้นทุนอยู่ตรงไหน และควรบริหารร้านอย่างไร”

ปัจจุบัน Wongnai Genie ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ โดยเปิดให้ร้านค้าจำนวนไม่กี่พันร้าน หรือราว 10% ของฐานร้านค้าเข้ามาทดลองก่อน และตั้งใจขยายไปยังร้านค้าหลักหมื่นราย โดยมีเป้าหมายระยะหนึ่งที่ 50,000–100,000 ร้าน ขณะที่ช่วงแรกบริษัทเปิดให้ใช้งานฟรี

หนึ่งในร้านที่ทดลองใช้คือ Bearhouse ซึ่งนำ Genie มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขายและต้นทุน โดยเฉพาะการดูว่ายอดขายเพิ่มหรือลดจากอะไร เมนูไหนมีต้นทุนและกำไรเท่าไร รวมถึงการจัดการสต๊อก ทำให้ทีมงานไม่ต้องใช้เวลาในการรวบรวมและดูข้อมูลเองทั้งหมด

จากการทดลองใช้งาน Bearhouse ประเมินว่า การนำ AI เข้ามาช่วยงานลักษณะนี้มีโอกาสลดเวลาการทำงานและต้นทุนของทีมได้ประมาณ 10–15% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินจาก Bearhouse เอง ไม่ใช่ผลการวัดประสิทธิภาพที่ LINE MAN Wongnai ทำกับร้านค้าโดยตรง

ช่วงแรก Genie จะเน้นช่วยร้านลดต้นทุนและเข้าใจธุรกิจมากขึ้น ส่วนการเพิ่มยอดขายจะเป็นสิ่งที่ต้องติดตามผลต่อไป ขณะที่บริษัทเตรียมเพิ่มความสามารถด้านการวิเคราะห์ลูกค้า การจัดการเมนูและโปรโมชั่น รวมถึงการสร้างภาพสำหรับทำการตลาด

ส่วนการคิดค่าบริการในอนาคตยังไม่มีข้อสรุป โดยจะพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้งานและต้นทุนในการให้บริการ

🟥ใช้ Data เปิดทางเข้าถึงเงินทุน

นอกจากยอดขายและการบริหารร้าน LINE MAN Wongnai ยังต้องการใช้ข้อมูลเพื่อช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา บริษัทและพันธมิตรให้บริการด้านสินเชื่อและการเงินกับร้านค้ามากกว่า 30,000 ร้าน

ร้านค้าสามารถสมัครผ่าน Wongnai Merchant App หรือ POS ขณะที่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีทั้งบริการผ่อนชำระสำหรับอุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์หรือ POS และการส่งต่อสินเชื่อให้กับพันธมิตรที่ได้รับใบอนุญาต เช่น LINE BK

บริษัทยังอยู่ระหว่างทำงานร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. เพื่อช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้กับร้านค้าที่มีศักยภาพแต่ขาดหลักประกัน

ประเด็นนี้สอดคล้องกับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มองว่าการช่วยร้านค้าไม่ควรหยุดอยู่ที่การเพิ่มลูกค้าหรือยอดขาย แต่ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจและเข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้น

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงการคลังคือการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SME และร้านค้ารายย่อย ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้มาตรการเข้าถึงผู้ประกอบการได้รวดเร็วและทั่วถึง

หนึ่งในเครื่องมือที่ภาครัฐผลักดันคือ AI “นกกระซิบ” บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งพัฒนาโดยธนาคารกรุงไทย เพื่อช่วยร้านค้าวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ ทั้งยอดขาย แนวโน้มการดำเนินงาน รวมถึงเปรียบเทียบข้อมูลกับร้านค้าในพื้นที่ใกล้เคียงหรือร้านที่อยู่ในประเภทธุรกิจเดียวกัน

เมื่อผู้ประกอบการมีข้อมูลธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ข้อมูลดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการได้

ขณะที่ร้านค้าที่มีศักยภาพแต่มีหลักประกันไม่เพียงพอ จะมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเงินทุน

🟥Food Delivery ยังโต แต่ต้นทุนต้องบริหาร

ด้านธุรกิจ Food Delivery นายยอดคาดว่าปีนี้จะโตมากกว่า 20% หลัง 9 เดือนแรกโตเกิน 20% แล้ว และหากรวมผลจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” อาจโตได้ประมาณ 20–25% โดยช่วงไตรมาส 4 ยังเป็นช่วงที่มีปัจจัยหนุนจากวันหยุดยาวและเทศกาลปลายปี

แต่การโตของยอดขายก็มาพร้อมต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดย LINE MAN Wongnai ต้องเพิ่มงบสนับสนุนการตลาดประมาณ 20% จากแผนเดิม และใช้งบสนับสนุนโครงการราว 100 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 400 ล้านบาทตลอด 4 เดือน ขณะที่บริษัทยังไม่ได้ปรับเพิ่มค่าบริการจากร้านค้าอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนราคาน้ำมันที่ขึ้นมาแตะประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นายยอด ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่ได้กระทบธุรกิจ แม้ต้นทุนน้ำมันจะกระทบไรเดอร์โดยตรง

ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังเดินหน้าขยายการใช้ AI และข้อมูลจากการขายเข้ามาช่วยร้านอาหารดูยอดขาย ต้นทุน และการบริหารร้านมากขึ้น โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กที่อาจไม่มีคนหรือระบบสำหรับวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตัวเอง