มรกต น้ำมันพืชอันดับหนึ่ง 44 ปีคู่ครัวไทย เน้นพัฒนาแบรนด์ให้เติบโตไปพร้อมผู้บริโภค

การได้รับการโหวตจากผู้บริโภคทั่วประเทศให้เป็น Marketeer No.1 Brand Thailand ในหมวดน้ำมันพืช ติดต่อกันเป็นปีที่ 12 คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความสัมพันธ์ระหว่าง “มรกต” กับผู้บริโภคไทยที่เดินทางมายาวนาน ความผูกพันที่เติบโตผ่านมื้ออาหารและเมนูที่คุ้นเคย จนกลายเป็นความไว้วางใจที่ค่อย ๆ สั่งสมขึ้นจากการเลือกใช้ในทุกวัน

คุณนุชนาถ สุขมงคล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอสดี กัทธรี อินเตอร์เนชั่นแนล มรกต จำกัด (มหาชน) มองว่าหัวใจของความไว้วางใจอยู่ที่การรักษามาตรฐานของแบรนด์ให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่คาดหวังอย่างสม่ำเสมอ

“เราให้ความสำคัญตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ กระบวนการผลิตที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ ไปจนถึงระบบตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ส่งถึงผู้บริโภคมีคุณภาพ สะอาด และปลอดภัย

ขณะเดียวกัน การรับฟังเสียงของผู้บริโภคก็เป็นอีกส่วนสำคัญ เพราะข้อมูลจากผู้บริโภคช่วยให้เราเห็นทั้งความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป และนำไปใช้ในการพัฒนาสินค้า รวมถึงการสื่อสารให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา แบรนด์จึงต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ

การเป็นแบรนด์ผู้นำหมายถึงการรักษาความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อเราในทุก ๆ วัน และทำให้มรกตยังคงเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกใช้ในครัวของครอบครัวไทยต่อไป”

ความอร่อยที่ส่งต่อทุกเจน

ความผูกพันระหว่างมรกตกับผู้บริโภคมีเรื่องของ “อาหาร” เป็นจุดเชื่อมสำคัญ เพราะอาหารอยู่ในทุกช่วงเวลาของครอบครัว ตั้งแต่สูตรอาหารที่แม่สอนลูก เมนูที่ทำกินกันในบ้าน ไปจนถึงความทรงจำที่เกิดขึ้นรอบโต๊ะอาหาร

มรกตจึงนำเรื่องราวนี้มาพัฒนาเป็นแนวคิด “ความอร่อยที่ส่งต่อทุกเจน” เพื่อบอกเล่าความสัมพันธ์ของแบรนด์กับครอบครัวไทยจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง

“เราเชื่อว่าอาหารมีความหมายมากกว่าการเป็นเพียงหนึ่งมื้อ เพราะอาหารคือช่วงเวลาที่คนในครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน เป็นสูตรอาหารที่ถูกส่งต่อ เป็นรสชาติที่เราคุ้นเคย และเป็นความทรงจำที่เกิดขึ้นรอบโต๊ะอาหาร

โดยมี เชฟเอียน-พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย เข้ามาเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของแคมเปญ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองและความเชี่ยวชาญด้านอาหาร ทำให้แนวคิด ‘ความอร่อยที่ส่งต่อทุกเจน’ มีภาพที่ชัดขึ้นและเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น

พร้อมสื่อสารผ่านทั้ง OOH, Online และ Offline เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในแต่ละ Generation ซึ่งมีพฤติกรรมและช่องทางที่ใช้งานแตกต่างกัน โดยยังคงใช้ Brand Idea เดียวกันเป็นแกนของการสื่อสาร”

เบื้องหลังแคมเปญนี้ยังมีการเปลี่ยนมุมมองเรื่องการสื่อสารของมรกต จากเดิมที่พูดถึงผลิตภัณฑ์เป็นหลัก มาเล่าเรื่องของแบรนด์และความสัมพันธ์กับผู้บริโภคมากขึ้น

“หนึ่งใน Turning Point สำคัญของมรกต คือการเปลี่ยนจากการสื่อสารที่เน้นเพียงตัวผลิตภัณฑ์ ไปสู่การสร้าง Brand Meaning และความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในระดับที่ลึกขึ้น

การเล่าเรื่องผ่านอาหาร ครอบครัว และความทรงจำ ทำให้มรกตมีพื้นที่สื่อสารกับคนต่าง Generation ในเรื่องเดียวกัน และแต่ละคนสามารถเชื่อมโยงกับแบรนด์ผ่านประสบการณ์ของตัวเอง”

รักษาความเชื่อมั่น พร้อมเติมความสดใหม่ให้แบรนด์

การเป็นแบรนด์ผู้นำในตลาดที่มีการแข่งขันสูงทำให้มรกตต้องดูแลทั้งสิ่งที่ผู้บริโภคคุ้นเคย และเรื่องใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด คุณนุชนาถมองว่าความท้าทายสำคัญคือการทำให้มรกตยังคง “คู่ควรกับตำแหน่งผู้นำ” ในทุกวัน

“เราต้องรักษาสิ่งที่ผู้บริโภคเชื่อมั่น และสร้างสิ่งใหม่ที่ตอบโจทย์อนาคต เรื่องนี้ครอบคลุมตั้งแต่คุณภาพ ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม การสื่อสาร ไปจนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพราะองค์ประกอบทั้งหมดมีส่วนต่อการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว”

อีกเรื่องที่มรกตให้ความสำคัญมากขึ้นคือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อทำความเข้าใจผู้บริโภค ทั้งการวิเคราะห์ Data การพัฒนา Content และการวัดผล ทำให้การทำงานด้านการตลาดมีข้อมูลเข้ามาช่วยในการตัดสินใจมากขึ้น แต่ละช่องทางจึงถูกออกแบบให้เหมาะกับพฤติกรรมของผู้บริโภคและบริบทของช่องทางนั้น ขณะเดียวกันทุกช่องทางยังต้องสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน

“AI และ Digital เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าใจผู้บริโภคได้ละเอียดขึ้น ทำงานด้าน Content ได้ตรงขึ้น และวัดผลการสื่อสารได้ชัดขึ้น ขณะที่การรักษาความแข็งแรงของแบรนด์ยังอยู่ที่คุณภาพ ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการทำให้ทุกช่องทางทำงานร่วมกันภายใต้ Brand Idea เดียวกัน”

เติบโตอย่างยั่งยืน ไปพร้อมความคาดหวังของผู้บริโภค 

การเดินหน้าของแบรนด์ในระยะยาวยังเกี่ยวข้องกับความคาดหวังใหม่ของผู้บริโภค โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส นวัตกรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจกับที่มาของผลิตภัณฑ์และแนวทางการดำเนินธุรกิจมากขึ้น มรกตจึงให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการดูแลเรื่องแหล่งที่มาของวัตถุดิบ โดยมรกตได้รับการรับรอง RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ในรูปแบบ Segregated ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มาจากห่วงโซ่อุปทานน้ำมันปาล์มที่ผ่านมาตรฐานด้านความยั่งยืน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาได้

ขณะเดียวกัน การทำความเข้าใจผู้บริโภคในแต่ละ Generation จะยังเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสื่อสาร เพื่อให้มรกตสามารถรักษาคุณค่าที่ผู้บริโภคไว้วางใจ พร้อมสร้างความสดใหม่ให้กับคนรุ่นใหม่

ภาพของ “แบรนด์ที่แข็งแรง” ในมุมมองของคุณนุชนาถ จึงเชื่อมโยงกับความสามารถในการสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นต่อเนื่อง และทำให้ผู้บริโภคพร้อมเลือกแบรนด์ในแต่ละช่วงชีวิต

“แบรนด์ที่แข็งแรงคือแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่น เลือกใช้ และพร้อมส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง ความแข็งแรงของมรกตเกิดจากการดูแลหลายองค์ประกอบไปพร้อมกัน ตั้งแต่คุณภาพของสินค้า นวัตกรรม ประสบการณ์ของผู้บริโภค และการสื่อสารที่สม่ำเสมอในทุก Touch Point

หัวใจสำคัญอยู่ที่การรักษาสมดุลระหว่างความแข็งแรงของแบรนด์ที่สั่งสมมานาน กับความสดใหม่ที่ทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่า มรกต ยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา”

และเมื่อมองกลับมาที่รางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ติดต่อกันเป็นปีที่ 12 สิ่งที่มรกตได้รับจึงเป็นความไว้วางใจจากผู้บริโภคในหลาย Generation ซึ่งเติบโตมากับแบรนด์และยังคงเลือกมรกตในมื้ออาหารของครอบครัว

คุณนุชนาถกล่าวทิ้งท้ายถึงความรู้สึกที่มีต่อผู้บริโภคว่า

“เราอยากขอบคุณทุกครอบครัวที่เลือกมรกตให้เป็นส่วนหนึ่งของทุกมื้ออาหาร และขอบคุณทุก Generation ที่เติบโตมากับแบรนด์ และยังคงส่งต่อความอร่อยให้กับคนรุ่นต่อไป”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline