ตลาดโมเดลยุคออนไลน์ “สวรรค์ของนักสะสม ฝันร้ายของพ่อค้า”

ย้อนไปสัก 10 ปีที่แล้วการจะซื้อโมเดลตัวการ์ตูนดังๆ มีแค่ 2 สถานที่ให้นักสะสมเลือกซื้อคือ 1.ร้านค้าในศูนย์การค้าต่างๆ 2. สะพานเหล็ก

แต่เวลานี้แค่เลื่อนหน้าจอ Smartphone ก็มีพ่อค้าออนไลน์เปิดร้านขายกันเพียบ เมื่อผู้ซื้อมีตัวเลือกเยอะกว่าในอดีต การแข่งขันก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ผลลัพธ์ตามมาคือพ่อค้าออนไลน์ “กดปุ่ม” แข่งขันราคาชนิดที่บางรายเลือกจะขายแบบขอกำไรบางเฉียบแค่ 2 -3% จากต้นทุน

ปรากฎการณ์ตรงนี้ ทำให้ร้านค้านอกโลกออนไลน์ที่ขายราคาปกติกลายเป็นร้านขายของแพง พ่อค้าออนไลน์ที่ขายถูกก็จะได้กำไรแบบบางเฉียบ ทำให้สถานการณ์ ตลาดโมเดล ในบ้านเรา ณ ปัจจุบันจึงถูกนิยามว่าเป็น “สวรรค์ของนักสะสม นรกของพ่อค้า” อย่างแท้จริง

ตลาดเปลี่ยน ร้านค้าก็ต้องเปลี่ยน

ปรากฎการณ์นี้ไม่ใช่แค่ในเมืองไทยแต่ลุกลามไปทั่วโลกถึงขนาดสร้างความล้มสลายให้แก่ยักษ์ใหญ่อย่าง Toys “R” Us บริษัทค้าปลีกของเล่นรายใหญ่ที่ทำธุรกิจ 38 ประเทศทั่วโลก ที่ในช่วงไตรมาส 3 เพิ่งขอคำสั่งศาลสหรัฐอเมริกา ให้คุ้มครองชั่วคราวจากกรณีล้มละลาย หลังประสบปัญหาขาดทุนจากคู่แข่งออนไลน์

เมื่อตลาดเปลี่ยน ยักษ์ใหญ่จะอยู่รอดก็ต้องเปลี่ยนตาม ตัวอย่างที่ชัดเจนไม่ต้องมองไกลไปที่ไหน ก็คือบริษัท Dream toy ตัวแทนจำหน่ายสินค้าจาก BANDAI ในเมืองไทย ที่จากเดิมหมางเมิน “เกมราคา” ก็เลือกจัดโปรโมชั่น “ลดราคาสินค้าเกือบทุกเดือน” พร้อมกับมีการขายผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งเป็นราคาขายที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับพ่อค้าออนไลน์

แล้ว “ตัวการ” ที่ทำให้ตลาด “โมเดล” ราคาตกต่ำ อย่างพ่อค้าออนไลน์นั้นหาสินค้าจากไหนมาขาย

ตลาดโมเดล

วิธีการรักษา “สมดุลย์ราคา”

ส่วนร้านค้าโมเดลที่ลงทุนเช่าพื้นที่ตามศูนย์การค้าจนไปถึงย่านทำเลอาคาร “เมก้า พลาซ่า” ซึ่งกลุ่มนี้มีต้นทุนค่าเช่าพื้นที่,ค่าลูกจ้าง,สุดท้ายกลุ่มนี้คือค้าขายโมเดลเป็นรายได้หลักหาเลี้ยงปากท้องครอบครัว ไม่ใช่พ่อค้าออนไลน์ฟรีแลนซ์ ที่ทำเป็นอาชีพเสริมขอกำไรเพียงน้อยนิดก็พอใจ

แม้ความเป็นจริงพื้นฐานการตลาดคือต้องมี 4P แต่สำหรับตลาดขายโมเดลออนไลน์ ผู้ขาย + ผู้ซื้อ เลือกจะรู้จักแค่ P เดียวคือ P = Price ที่ใครขายถูกกว่าได้เปรียบ    

เมื่อตลาดเปลี่ยน คนขายก็ต้องเปลี่ยน ร้านค้าที่มีหน้าร้านตาม “ตึก เมก้า พลาซ่า” และทำเลอื่นๆ ก็ต้องลงมาสู่สนามออนไลน์ที่มี “เกมราคา” เป็นตัวขับเคลื่อน

แต่ร้านค้าที่มีหน้าร้านก็ไม่ได้มาแบบไร้กระบวนยุทธ์เล่นเกมราคาแบบไม่ลืมหูลืมตา เพราะนั้นหมายถึงการขายสินค้าที่จะทำลาย

“สมดุลย์” ราคาหน้าร้านของตัวเองในอนาคต

 

ตลาดโมเดล

กลวิธีนี้เองที่ยังทำร้านค้าโมเดลต่างๆ ยังสามารถประคองตัวและทำให้มูลค่า ตลาดโมเดล ไม่ตกต่ำอย่างที่ใครหลายคนคิดไว้ก่อนหน้านี้โดยในปี 2016 ที่ผ่านมามีมูลค่า 7,000 ล้านบาท

 

ตลาดโมเดล

ส่วนปัญหาเรื่องราคาขายที่นับวันจะ “ตกต่ำ” ลงเรื่อยๆ จากกลุ่มพ่อค้าออนไลน์ คงไม่มีวิธีแก้ไข เพราะนี้คือตลาดที่อิสระเปิดกว้าง ใครจะขายราคาเท่าไร เป็นสิทธิของพ่อค้าคนนั้น

เพราะอย่างที่บอกไว้ข้างต้น พ่อค้าออนไลน์บางรายก็เลือกที่จะขอหยิบกำไรเล็กน้อยต่อสินค้า 1 ชิ้น แต่ขอเน้น Volume ยอดขายเยอะ 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer