ถอดแผน “ดีวานา” ก่อนขยับสู่ IPO ภายใน 5 ปี

ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เติบโตมากขึ้นทุกปีส่งผลให้ตลาดสปามูลค่า 40,000 ล้านบาทของเมืองไทยไทย เติบโตเฉลี่ยถึงปีละ 8-10% เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่เติบโตประมาณ 6% เท่านั้น ด้วยฐานลูกค้าหลักของธุรกิจสปา 80% เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เหลืออีก 20% เป็นชาวไทยเอง

ตัวเลขที่ว่านี้ได้สะท้อนฐานลูกค้าของดีวานา” (divana) แบรนด์สปาและเครื่องหอมที่ทำตลาดมาแล้ว 17 ปีเช่นเดียวกัน โดยฐานลูกค้าหลักชาวเอเชีย 75% อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง จีน และไต้หวัน ที่เหลือเป็นลูกค้าชาวยุโรป ประมาณ 25% และไทย 5%

ปัจจุบันดีวานามีบริการและผลิตภัณฑ์เครื่องหอม 3 กลุ่มหลัก ซึ่งอยู่ในกลุ่มพรีเมี่ยมทั้งหมด แบ่งเป็นสปา 7 แห่ง ได้แก่เดย์สปา 4 แห่ง และคลินิค 3 แห่ง,ร้านชา ดีวานา ซิกเนเจอร์ คาเฟ่ 1 สาขา และเครื่องหอมซึ่งมี 2 ชนิดได้แก่ สกินแคร์ 15 SKU กับ เครื่องหอม 200 SKU ซึ่งวางจำหน่ายใน ดีวานา ช้อป 50 แห่งทั้งในสปาและศูนย์การค้า

พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ และ ธเนศ จิระเสวกดิลก ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท ดี วี เอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บอกว่าธุรกิจสปาเป็นธุรกิจที่ละเอียดอ่อนจึงต้องจับพฤติกรรมของแต่ละกลุ่มให้ชัดเจนว่าต้องการเรื่องสุขภาพความงานหรือไลฟ์สไตล์

ซึ่งสามารถแบ่งออกมาเป็น 3 กลุ่มได้แก่ 1.กลุ่มผู้สูงอายุที่ชื่นชอบเรื่องของความงามและไม่ยอมแก่ จึงมักจะชอบไปสปา คลินิกและสินค้าสกินแคร์, 2.กลุ่มคนเมือง ซึ่งที่อยู่อาจจะคับแคบจึงต้องการผ่อนคลายในสถานที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งกลุ่มนี้มักจะไปที่ ซิกเนเจอร์ คาเฟ่ ซึ่งออกแบบให้ทำอย่างไรก็ได้ให้คนที่เข้ามาต้องโพสรูป โดยพบว่ากว่าครึ่งของคนที่เข้ามามักจะถ่ายรูปก่อนสั่งอาการ ซึ่งการโพสรูปนี้เองถือเป็นหนึ่งในการสร้างสเตตัสในสังคมด้วย 3.นักท่องเที่ยวระดับบนโดยเฉพาะกลุ่มชาวจีนที่ต้องการมาทำสปาและต้องการกลุ่มเครื่องหอม

ขณะเดียวกันในแง่ของการนำตลาดที่ผ่านมาดีวานาไม่ค่อยใช้งบทำโฆษณามากนักเพราะเชื่อว่ากลยุทธ์ปากต่อปาก” (WOMM หรือ Word of Mouth Marketing) ยังคงได้ผล ซึ่งได้พัฒนาจากการบอกต่อไปสู่โซเชียลมีเดีย

แต่ทั้งนี้ยังได้กลยุทธ์ไว้เสริม 4 ข้อได้แก่ 1.Collaboration กับแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายทั้งใกล้เคียงกัน หรือส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ ล่าสุดได้จับกับ โพเอม” (POEM) ออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชั่นพิเศษ พรีฟอลล์ สำหรับแฟชั่นโชว์ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการกระตุ้นฐานลูกค้าไทยให้เพิ่มขึ้น, 2. Innovation นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้, 3. CSV เป็นการสร้างความยั่งยืนในการช่วยพัฒนาชุมชน และ 4. Experience Penetration Through Superior Service นำจุดแข็งด้านมาต่อยอดพัฒนาในรูปแบบที่ทันสมัย

อย่างไรก็ตามทั้ง 2 มองว่า ถึงตลาดจะมีแนวโน้มไปได้ดี ถ้าไม่เจอผลกระทบที่ส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ก็ยังมีความท้าทายอยู่ที่การต้องประคองระดับการเติบโตให้ค่อยเป็นค่อยไป ก่อนที่วางแผนจะทำ IPO เพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน 3-5 ปีนี้

“ช่วง 2-3 ปีนี้ดีวานาเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากพนักงาน 100 มาเป็น 300 และคาดว่าสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 500 คน ซึ่งได้ขยับจากธุรกิจขนาดเล็กไปเป็นธุรกิจขนาดกลาง โดยมีคำกล่าวที่ว่าธุรกิจขนาดกลางมักจะไปไม่รอด ด้วยบุลคากรที่ฝีมือยังไม่คงที่กับแพชชั่นที่หายไป จึงเป็นปัญหาที่ต้องแก้ ทั้งปรับมาตฐานโดยเฉพาะระบบหลังบ้าน ก่อนที่จะเปิดสาขาใหม่”

โดยปีนี้ได้วางแผนขยายสปา 2 แห่งลงทุน 30 ล้านบาท เลือกทำเลติดรถไฟฟ้าขนาด 300-400คารางวาง เพราะกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยว และเตรียมขยายสู่หัวเมืองท่องเที่ยวอีกอย่างน้อย 4 สาขาในปีหน้า, คลินิค 2 แห่งใช้งบลงทุนแห่งละ 15-20 ล้านบาท, ค่าเฟ่ 2 แห่งลงทุน 10 ล้านบาท และช้อปอีก 10 แห่ง คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ทั้งหมด 500 ล้านบาท

โดยในเร็วๆนี้จะเริ่มรุกไปที่ตลาดยุโรปด้วยการเปิดตัวสาขาลอนดอนประเทศอังกฤษรวมไปถึงกำลังอยู่ในระหว่างเจรจากับบริษัทระดับโลกซึ่งจะเข้ามาจับมือกันในลักษณะถือหุ้นซึ่งจะช่วยให้สามารถขยายตลาดไปได้ทั่วโลกคาดว่าอีก 6 เดือนจะรู้ผล


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer