ขายไก่ก็ไม่เว้น เมื่อ “Big Data” มา “CPF” จึงต้อง ปรับ เพื่อ Service ที่เร็วขึ้น

ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ ได้เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งในชีวิตประจำวันและ ในธุรกิจหลายๆ รูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมผลิตเนื้อไก่ที่จำเป็นต้อง “ปรับ” ระบบตั้งแต่การเลี้ยงจนกระทั่งถึงมือลูกค้า ซึ่งการ “ปรับ” นั้นคือการปรับโดยมี Big Data มาเกี่ยวข้อง โดยจะนำมาใช้เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในทุกกระบวนการ ซึ่งจะทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น และส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันอีกด้วย

ต้องไม่ใช่บริษัทใหญ่ที่เคลื่อนไหวช้า

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF หนึ่งในผู้ผลิตและจัดจำหน่ายไก่เนื้อรายใหญ่ของไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ Big Data และกระบวนการจัดการข้อมูลต่างๆ ที่จะมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจ จึงได้เดินหน้าจับมือ บริษัท JDA ซอร์ฟแวร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทซอฟแวร์บริหารซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ระดับโลก จากประเทศสหรัฐอเมริกา

เพื่อยกระดับการบริหารซัพพลายเชนของธุรกิจไก่เนื้อตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของซีพีเอฟ ให้ดำเนินการในห่วงโซ่การผลิตไก่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลอย่างครบวงจร ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น และเป็นบริษัทแรกของกลุ่มธุรกิจอาหารในประเทศไทยที่นำระบบนี้มาใช้

ปัจจุบัน CPF มีการจัดจำหน่ายไก่เนื้อปีละประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งจัดจำหน่ายในประเทศ 50% และส่งออกต่างประเทศจำนวน 20 ประเทศอีก 50% โดยในแต่ละสัปดาห์จะมีการจัดจำหน่ายเฉลี่ยสัปดาห์ละ 8.5 ล้านตัว หรือเฉลี่ยปีละ 500 ล้านตัว

CPF ใช้ Big Data

ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ สายธุรกิจไก่เนื้อและการค้าระหว่างประเทศ ซีพีเอฟ กล่าวว่า “เราจะไม่เป็นบริษัทใหญ่ที่ทำอะไรช้า การจับมือในครั้งนี้กับ JDA จะทำให้ CPF ของเราเคลื่อนไหวได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งอย่างที่ทราบกับ สินค้าของเราคือไก่ ไก่เป็นสิ่งที่มีชีวิตซึ่งจัดการยาก กระบวนการต่างๆ นั้นมีจำนวนมากกว่าอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอื่นๆ”

ดังนั้นการยกระดับ ซัพพลายเชน ของ CPF โดยใช้ Big Data ที่มีอยู่จะช่วยทำให้ CPF มี Service ที่รวดเร็วขึ้นสามารถตรวจสอบกระบวนการได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการรับ Order การขนส่ง การรับสินค้า เป็นต้น โดยจะสามารถระบุวันได้ชัดเจน และลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลการสั่งซื้อได้แบบ Real Time อีกด้วย

“และเนื่องด้วยโรงงานการผลิตไก่ของ CPF มีจำนวน 4 โรงงานด้วยกัน แต่ก็เวลาลูกค้าจะตรวจสอบข้อมูลต่างๆ จะยุ่งยากมากและไม่สามารภระบุวันที่แน่ชัดได้ แต่เมื่อเรามีการนำ Big Data มาใช้ ทำให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าที่ Order ไปถูกป้อนเข้าโรงงานไหน มีจำนวน Order ก่อนหน้าเท่าไร และ Order ของตนเองอยู่ลำดับที่เท่าไร อีกกี่วันถึงจะได้สินค้า”

นอกจากนี้การจับมือกับ JDA ในการนำ Big Data มาใช้ในครั้งนี้จะทำให้ CPF ประหยัดเรื่องต้นทุนในเรื่องกระบวนการ Service ถึง 20%

โตจากคุณภาพไก่ที่ดี

สำหรับภาพรวมการส่งออกไก่เนื้อนั้นเมื่อนำมาคิดรวมทุกผู้ผลิตแล้วมีมูลค่าส่งออกกว่า 100,000 ล้านบาท และคู่แข่งที่สำคัญที่สุดของไทบคือ บราซิล ซึ่งหลายๆ ประเทศได้ซื้อไก่เนื้อกับทางบราซิลเนื่องจากมีราคาถูกกว่าแต่ไม่มีการตัดแต่งชิ้นส่วนที่ดี ซึ่งประเทศไทยได้เปรียบในส่วนนี้ ไก่เนื้อที่ส่งออกจากไทยไปนั้นนับว่ามีคุณภาพที่ดีกว่าบราซิล มีการตัดแต่งชิ้นส่วนสวยงาม ทำให้หลายๆประเทศซื้อขายกับไทยเพิ่มมากขึ้น เช่น ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร และเยอรมัน เป็นต้น

โดยภาพรวมการส่งออกไก่เนื้อของไทยปีนี้มีข้อได้เปรียบกว่าคู่แข่งเนื่องจากคู่แข่งหลักอย่างบราซิลในช่วงต้นปี โดน EU ประกาศห้ามนำเข้าเนื้อไก่จากบราซิล โดยให้เหตุผลเรื่องสุขอนามัย

 


อ่านคอนเทนต์การตลาดอ่าน MarketeerOnline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer