เพราะอะไร ประมูล คลื่น 1800 MHz โดนเท

15 มิถุนายน 2561 เป็นวันที่กสทช. กำหนดให้ ค่ายมือถือยื่นเจตจำนงค์เข้าประมูล คลื่น 1800 MHz ระยะเวลา 15 ปีจำนวน 3 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 15 MHz เท่ากับโอเปอเรเตอร์ที่มีอยู่ 3 ราย ราคาเริ่มต้น37,457 ล้านบาท ต่อหนึ่งใบอนุญาต

ในวันรับเอกสารการประมูล โอเปอรเตอร์ทั้ง 3 รายได้แก่เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ เอช ได้ขอรับเอกสารจำนวน 5ฉบับ แบ่งเป็นเอไอเอส2 ฉบับ ดีแทค 2ฉบับ และทรูมูฟเอช 1ฉบับ

ซึ่งการเข้ารับเอกสารแบบการประมูล ของทั้ง3โอเปอเรเตอร์ ทำให้ กสทช. มั่นใจว่า คลื่น1800MHz มีผู้สนใจเข้าประมูลอย่างแน่นอน

แต่ทำไมวันนี้โอเปอเรเตอร์ทุกรายถึงไม่แสดงจำนงค์เข้าร่วมประมูล คลื่น 1800 MHz

1.โอเปอเรเตอร์ ทั้ง3 ราย ไม่มีความกดดันด้านจำนวนความกว้างหรือ Bandwidth ของคลื่น ที่จะนำมาให้บริการลูกค้า เหมือน 2ปีที่ผ่านมา

ในเวลานั้นการแข่งขันดุเดือดเกิดจาก เอไอเอส ประสบปัญหาคลื่น 900MHz หมดสัญญาสัมปทาน และจะเหลือเพียงคลื่น 2100MHz จำนวน15  Bandwidth ให้บริการลูกค้า กว่า 40 ล้านราย ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอกับการให้บริการ และในเวลานั้นเอไอเอสได้คลื่น 90MHz และ 1800MHz ไป

ทรูมูฟ เอช มีคลื่น 850MHz และ 1800 MHz ที่หมดอายุสัมปทาน และเหลือเพียงคลื่น 850 MHz ที่เช่าจาก CAT และ 2100 MHz จำนวน  Bandwidth 30MHz การประมูลในครั้งนั้นทรูมูฟ เอชได้คลื่น 90MHz และ 1800MHz ไปเช่นกัน

และมีแจสโมบายเป็นตัวแปรที่ทำให้โอเปอเรเตอร์ทั้งเอไอเอสและทรู ยอมทุ่มเงินมากขึ้นเพื่อให้ได้คลื่นมา

ปัจจุบันเอไอเอส และทรูมูฟ เอช มี Bandwidth ทั้งหมดรวมกัน 55MHz ซึ่งถือว่ายังเพียงพอกับการให้บริการในเวลานี้

ส่วนดีแทค แม้ปีนี้คลื่น 850 MHz และ 1800 MHz จำนวน 35 MHz จะหมดอายุสัมปทานลง และต้องส่งมอบคลื่นคืนให้กับกสทช. แต่ก่อนที่คลื่นจะหมดอายุลง ดีแทคได้จับมือกับ TOT เช่าคลื่นความถี่ 2300MHz จาก TOT จำนวน Bandwidth 60 MHz มาให้บริการกับลูกค้าดีแทคเป็นเวลา 8 ปี

ดีแทคผู้ที่เคยคิดว่าเสียเปรียบด้านจำนวนคลื่นถ้าไม่มีการประมูล 1800MHz ในรอบนี้ กลับสามารถรอการจัดสรรคลื่นใหม่ๆ ในอนาคตได้อย่างไม่มีปัญหา และทิศทางของดีแทคในวันนี้คือต้องการคลื่นความถี่ต่ำ เช่น 850MHz และ 900MHz มากกว่าคลื่นความถี่สูงอย่าง 1800MHz เพื่อสร้างความสมดุลในการให้บริการ

2.อัตราเริ่มต้นในการประมูลใบอนุญาต 1800MHz สูงเกิน และไม่คุ้มกับรายได้ที่ได้รับกลับมา

กสทช. ตั้งราคาเริ่มต้นการประมูลที่ 37,457 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่อ้างอิงจากการประมูลคลื่น 1800 MHz เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

ซึ่งในเวลานี้โอเปอเรเตอร์ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องได้คลื่นมาเหมือนในอดีต กลับมองว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูงจนเกินไปเมื่อเทียบประเทศอื่นๆ

อย่างเช่นมาเลเซียเริ่มต้นการประมูลที่ 3 ล้าน

เกาหลีเหนือ 8 ล้าน

อิตาลี 11 ล้าน

ไต้หวัน 23 ล้าน

ส่วนอินเดียแพงสุด 42 ล้าน

3.กฎการประมูล N-1 ที่กำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลต้องมีมากกว่าจำนวนใบอนุญาตที่ออกให้ประมูลอย่างน้อย 1 ราย เช่นใบอนุญาตมี 3 ใบ ต้องมีผู้ร่วมประมูลอย่างน้อย 4 ราย ซึ่งโอเปอเรเตอร์มองว่าเป็นการสร้างดีมานด์เทียมให้กับตลาด และเป็นการปั่นราคาแบบไม่มีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม

4.ใบอนุญาต มีคลื่นขนาดใหญ่เกินไป คือใบละ 15 MHz ซึ่งผู้เข้าร่วมประมูลต้องใช้เม็ดเงินจำนวนสูงเกินความจำเป็น เมื่อเทียบกับปริมาณที่ต้องการใช้คลื่นให้บริการลูกค้าจริงเพื่อประมูลใบอนุญาตมา ทำให้โอเปอเรเตอร์ขาดสภาพคล่องทางการเงิน

โดยเฉพาะเอไอเอสและทรูมูฟ เอช ที่มีภาระที่จะต้องจ่ายค่าประมูลคลื่นให้กับกสทช.ตามงวดที่กำหนดไว้ ส่วนดีแทคก็มีภาระจากการจ่ายค่าเช่าคลื่น 2300MHz ให้กับ TOT เช่นกัน

5.โอเปอเรเตอร์ต้องการให้ กสทช.ทำ โรดแมพ การจัดสรรคลื่นออกมาประมูล เพื่อที่จะวางแผนการประมูลคลื่นได้ตามความต้องการการใช้งานจริง

 

 


อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน Marketeeronline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer