Customer Centric หัวใจแห่งความสำเร็จ แบบฉบับ SENA และ Hankyu Hanshin properties Corp.

ในวงการอสังหาฯ การร่วมทุนระหว่างบริษัทหรือการเข้ามาลงทุนของกลุ่มทุนจากต่างประเทศ ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อีกต่อไปแล้ว เพราะก่อนหน้านี้มีกลุ่มทุนรายใหญ่จากหลากหลายประเทศ เลือกมาร่วมทุน หรือ Joint Venture กับบริษัทอสังหาฯ ในบ้านเรา เพราะยังเห็นโอกาสในการเติบโต โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภท “คอนโดติดแนวรถไฟฟ้า” ผุดขึ้นเพื่อรองรับการขยายของแนวรถไฟฟ้าที่เริ่มเห็นเป็นรูปร่างมากขึ้นในบ้านเรา

หากพูดถึงการร่วมทุนจากต่างประเทศ ลำดับแรกคงหนีไม่พ้นเรื่องของเม็ดเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อนำมาขยับขยายกิจการ ลุยปั้นโครงการต่างๆ ได้คล่องมือขึ้นแล้ว ยังรวมถึงเรื่องของ Knowledge sharing หรือการแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกันทั้งในด้านของเทคโนโลยี ความรู้ Know-How ต่างๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ และเรียนรู้ความสำเร็จจากประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา


“ความสำเร็จที่ต้องสานต่อ” ของ เสนา และ ฮันคิว ฮันชิน

ล่าสุด บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามประกาศความร่วมมือ (Joint Venture Agreement) กับ บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร๊อพเพอร์ตี้ คอร์ปเปอเรชั่น เพื่อสานความสำเร็จอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ 2 โครงการแรก อย่าง Niche MONO สุขุมวิท-แบริ่ง และ Niche Pride เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี จากการนำเอาแนวความคิด Geo fit+ คิดอย่างคนญี่ปุ่น มาปรับให้ฟิตกับชีวิตคนไทยในทั้ง 2 โครงการ เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตให้กับลูกค้าทุกคนได้มีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น

โดยการจับมือเพื่อสานต่อความสำเร็จในครั้งนี้เสนา และฮันคิว ฮันชิน พร๊อพเพอร์ตี้ คอร์ปเปอเรชั่น มีแพลนจะเปิดตัวคอนโดทั้งหมดอีก 5 โครงการ (รวมทั้งหมด 7 โครงการ) รวมมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท

โครงการที่ 3 และ 4 จะเปิดตัวภายในช่วงกลางปีนี้ ได้แก่ โครงการ คอนโดมิเนียมย่านบางนา (กำหนดเสร็จปี 2563) และอีกหนึ่งโครงการเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชูรี โครงการแรกของเสนา ภายใต้ชื่อ PITI เอกมัย ซึ่งมีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท และยังถือเป็นโครงการ flagship ใหม่ในการรุกตลาดคอนโดระดับ 5-10 ล้านบาทของเสนา

“เอกมัย” เป็นทำเลแรกที่เสนาเลือกเปิดตัวโครงการระดับลักชูรีเป็นที่แรก และเป็นแบรนด์ใหม่ “ปีติ เอกมัย” (PITI EKKAMAI) ซึ่งถูกออกแบบมาไม่ได้เพื่อเป็นแค่พื้นที่อยู่อาศัย แต่เป็น “พื้นที่ชีวิต” ตามแนวคิด “Ikigai” เพื่อทุกๆ moment ของทุกวัน เป็นการใช้ชีวิตที่มีความสุขและมีคุณค่า

Ikigai ปรัชญาของคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ย่านโอกินาวา ย่านที่ผู้คนมีความสุขและอายุยืนกว่ามาตรฐานชาวโลก โดยความหมายของคำว่า Iki หมายถึงชีวิต และ Kai หมายถึงคุณค่าของชีวิต เมื่อรวมกัน คำว่า Ikigai จึงหมายถึง “การมองหาคุณค่าและความสุขจากการใช้ชีวิต” เป็นแนวคิดที่ช่วยให้เรารู้จักมองโลกในแง่ดี เปิดรับความสุขจากสิ่งเล็กน้อยรอบตัว อย่างโครงการคอนโดใหม่ที่เสนาร่วมกับฮันคิวยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปรัชญาและนำมาประยุกต์ใช้กับโครงการ

Mr. Tsuneo Wakabayashi, President of Hankyu Hanshin Properties Corporation

ทสึเนะโอะ วาคาบายาซิ ประธานบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร๊อพเพอร์ตี้ คอร์ปเปอเรชั่น กล่าวถึงการร่วมมือกับเสนาที่นอกจากจะเป็นการร่วมทุนทางธุรกิจแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “แนวคิดในการทำธุรกิจที่สอดคล้องกัน”  นั่นก็คือเรื่องของการมอง ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ Customer Centric ซึ่งบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร๊อพเพอร์ตี้ คอร์ปเปอเรชั่น ใช้หลักการที่ว่านี้ในการบริหารธุรกิจในญี่ปุ่นและต่างประเทศมากว่า 100 ปี

“ต้องยอมรับว่าการเป็น Partner ทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืนที่สุด จุดสำคัญอยู่ที่การมีแนวความคิดที่ตรงกัน เพราะจะส่งผลให้การตัดสินใจ สอดคล้องและไปในทางเดียวกัน นอกจากนั้น ฮันคิว ฮันชิน พร๊อพเพอร์ตี้ คอร์ปเปอเรชั่น ยังเชื่อในความเป็นมืออาชีพ และความชำนาญของเสนาในการเลือกทำเลในกรุงเทพฯ เพื่อต่อยอดเป็นโครงการที่มีศักยภาพต่อไป”

ดร.ยุ้ย – ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

ด้าน ดร.ยุ้ย” เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มองโอกาสการร่วมทุนกับ ฮันคิว ฮันชิน พร๊อพเพอร์ตี้ คอร์ปเปอเรชั่น ในการนำเอาความรู้ Knowledge จากบริษัทด้านอสังหาฯ ชั้นนำของญี่ปุ่นมาปรับใช้ในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะแนวคิดอย่าง Geo fit+ ที่สามารถยกระดับการอยู่อาศัยและชีวิตประจำวันของลูกค้าเสนาทุกคนได้ครบทุกด้าน ประกอบไปด้วย 4 ด้านหลักๆ


Geo fit+ Days:
Daily Life ของผู้อยู่อาศัยดีขึ้น ได้จากนวัตกรรมที่คิดจากจุดเล็กๆ น้อยๆ พัฒนาขึ้นจากการรับฟังปัญหาของผู้อยู่อาศัยจริง นำมาวิเคราะห์เเนวทางการพัฒนา ทดสอบและเก็บข้อมูลครั้งแล้วครั้งเล่าจนกลายเป็นโปรดักส์จริงที่อยู่ในโครงการเพื่อให้ทุกคนได้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น บริเวณเคาน์เตอร์ประกอบอาหารที่ออกแบบให้สามารถวาง Tablet ได้อย่างพอดิบพอดี เพราะรู้ดีว่าคนสมัยนี้ชอบที่จะทำอาหารไปพร้อมๆ กับชม Cooking VDO หรือรับชมคอนเทนต์อื่นๆ จากออนไลน์


Geo fit+ Eco:
เมื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ได้แล้ว ขั้นต่อไปคือการหวนกลับมาคิดถึงเรื่องรอบๆ ตัวเรา โดยเฉพาะเรื่องการประหยัดพลังงาน และการใช้พลังงานทดแทนต่างๆ ซึ่งเสนาได้เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากการผลักดันให้โซลาร์เซลล์เกิดให้ได้ในสเกลของครัวเรือน และเมื่อผสานกับแนวคิดจาก Geo fit+ Eco ยิ่งน่าสนใจ


Geo fit+ Age
:
การพัฒนาเพื่อให้บ้านเหมาะกับทุกวัย กลายเป็นหนึ่งในโจทย์หลักที่สอดคล้องไปกับสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยที่กำลังเพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การบิดมุมคิดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเรื่องของตำแหน่งปลั๊กไฟ เพียงแค่ยกสูงขึ้นมาจากเดิม การใช้งานก็สะดวกสบายขึ้น ผู้สูงอายุก็ไม่จำเป็นต้องก้มลงต่ำ ที่สำคัญคือไม่สิ้นเปลืองต้นทุนอะไรเพิ่มเลย


Geo fit+ Sonae
:
เพราะเรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ แถมยังต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น การออกแบบประตูห้องคอนโดให้มีไซส์ที่กว้างพอสำหรับเข็นเตียงพยาบาลเข้าไปได้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน การฝึกอบรมพนักงานและลูกบ้านให้เตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดต่างๆ หรือจะเป็นช่องว่างที่เพิ่มมากขึ้นบริเวณเคาน์เตอร์ทำอาหารเพื่อลดโอกาสศีรษะกระแทก

“แนวความคิดที่พัฒนาขึ้นมาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เมื่อรวมกันก็จะสามารถยกระดับการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้… อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของเจ้าของโครงการที่คิดอย่างเข้าใจลูกค้าโดยแท้จริง”

นอกจากแนวความคิดแบบ Geo fit+ ดร.ยุ้ยยังแอบกระซิบว่า เธอกำลังเตรียมพร้อมสำหรับนวัตกรรม Future life จากฮันคิว ฮันชิน พร๊อพเพอร์ตี้ คอร์ปเปอเรชั่น ซึ่งเป็นเรื่องของ Ai และ IoT เพื่อนำมาปรับใช้กับโครงการต่อไปในอนาคตอีกด้วย!

 

Insight กลุ่มทุนญี่ปุ่น ลงทุนต่างชาติ

เห็นได้ชัดว่าช่วงหลังมีกลุ่มทุนเกี่ยวกับอสังหาฯ จากประเทศญี่ปุ่นหลายเจ้า เข้ามา Joint Venture ทำธุรกิจในบ้านเรา นอกจากจะมองเห็นโอกาสไปได้ต่อของที่พักอาศัยประเภทต่างๆ แล้ว ยังมีเอฟเฟกต์ใหญ่อีก 2-3 ประการที่ส่งเสริมให้กลุ่มทุนจากญี่ปุ่นเริ่มออกจากประเทศเพื่อหาช่องทางในการทำธุรกิจ

ประชากรญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว และอัตราการเกิดของคนญี่ปุ่นก็ลดลงจนเป็นสถิติ ช่วงวัยของคนทำงานที่มีกำลังซื้อจึงเริ่มลดน้อยลง แต่บริษัทยังจำเป็นต้องทำรายได้ที่สม่ำเสมอและเติบโต ดังนั้นการย้ายออกมายังต่างประเทศจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

การสนับสนุนของภาครัฐคืออีกหนึ่งแรงขับที่ทำให้บริษัทมองช่องทางในการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น

สำหรับคนไทย ส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ดีกับสินค้า บริการ และแนวความคิดที่มาจากญี่ปุ่น ดังนั้นภาพลักษณ์จากบริษัทหรือแบรนด์จากแดนปลาดิบยังช่วยเสริมให้ภาพลักษณ์ของบริษัทไทยที่ร่วมทุนแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

ซึ่งความแข็งแกร่ง บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร๊อพเพอร์ตี้คอร์ปเปอเรชั่น ถูกยกให้เป็นบริษัท อสังหาฯ ที่มีชื่อเสียงมากในภูมิภาคคันไซ (โอซากา-เกียวโต-โกเบ) ทำรายได้ต่อปีมากกว่า 760,000 ล้านเยน (กว่า 227,000 ล้านบาท) ธุรกิจหลักของฮันคิว ฮันชิน ได้แก่ ระบบขนส่งมวลชนในเมือง-นอกเมือง 29.2% อสังหาฯ 27.6% และธุรกิจอื่นๆ อย่างสื่อบันเทิง การท่องเที่ยว โรงแรม และในด้านอสังหาฯ โดดเด่นที่สุดในเรื่องของการทำโครงการ Mixed use และคอนโดติดแนวรถไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ Geo กระจายอยู่ในเขตคันไซ และโตเกียว

ด้านเสนา ตัวเลขรายได้หลังจากเข้าตลาดหุ้นอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท/ปี… ขยับขึ้นมาเป็น 5,000 ล้าน/ปีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เเละสำหรับเเผนการในอนาคตภายในปี 63 วางเป้ารายได้ ทั้งเเนวราบเเละแนวสูงไว้ที่ 10,000 ล้านบาท

ร่วมเปิดสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับโครงการคอนโดมิเนียม PITI Ekkamai ครั้งแรกที่ “SENA Online Booking”

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์จองก่อนใครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 2 ส.ค. 61 พร้อมเปิดจองจริงวันที่ 2 ส.ค.นี้

ตั้งแต่เที่ยงวัน – 22.00 น.ที่ www.onlinebooking.sena.co.th สอบถามเพิ่มเติมโทร.1775


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer