มีการวิเคราะห์และสถิติจากสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย ที่ชี้ถึงการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเข้ามาได้มาก โดยส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญ คือการยกระดับในภาคบริการ โดยเฉพาะกลุ่มคนจีนที่มีรายได้สูง ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ทุกภาคส่วนพยายามจะจับให้ได้มากที่สุด ซึ่งแม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงหลายปีหลังจะชะลอตัวลงไปบ้างจากอัตราการเติบโตของ GDP ที่ลดลง แต่ในภาพรวมแล้ว คนจีนคือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกในเวลานี้ และเป็นกลุ่มที่หลายประเทศทั่วโลกต้องการดึงดูดเข้ามาให้สำเร็จ

แล้วงานในภาคบริการนี่เอง ที่จะเป็นแรงดึงดูดสำคัญที่จะดึงคนจีนในระยะยาว

วันนี้เราลองมาดู 4 ปัจจัยสำคัญที่อาจจะกลายเป็นข้อเด่นสำหรับการดึงนักท่องเที่ยวจีนให้เข้ามามากขึ้น

1. Service Mind จิตบริการทั่วไป

“สยามเมืองยิ้ม” เป็นฉายาที่ต่างชาติยกให้กับคนไทยและประเทศไทยมาช้านาน ด้วยความที่ผู้คนมีความยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมจะต้อนรับคนต่างชาติด้วยรอยยิ้มและมีการต้อนรับไปจนถึงบริการที่ดี มีความเป็นมิตร หรือแม้แต่ในเรื่องการสื่อสารตามท้องถนนเอง แม้ว่าคนไทยโดยส่วนใหญ่จะไม่ถนัดการสื่อสารภาษาอังกฤษ แต่ในท้องถนนของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เราจะพบกันบ่อยว่าถ้าหากมีชาวต่างชาติเดินเข้ามาถามเส้นทาง คนไทยส่วนใหญ่ก็มีความพยายามที่จะสื่อสารแล้วแนะนำเส้นทางที่ถูกต้องให้นักท่องเที่ยวโดยไม่ค่อยเกี่ยงเท่าไหร่นัก

2. ประยุกต์ใช้ร่วมกับ E-Commerce ของจีน

คนจีนทุกวันนี้นิยมจับจ่ายซื้อของผ่านระบบออนไลน์ เพราะมีข้อดีตรงที่ไม่จำเป็นต้องพกเงินสด อีกทั้งยังมีโอกาสเลือกและตัดสินใจซื้อสินค้าโดยหาข้อมูลก่อนได้ ทำให้แทนที่จะเร่งรีบซื้อของที่อยากได้ในทันทีเมื่อเห็นวางอยู่หน้าร้าน พวกเขามีโอกาสได้หยุดคิดแล้วหาข้อมูลก่อนว่า มีสินค้านั้นๆ หรือของที่ทดแทนกันได้วางขายบนเว็บไซต์ Tmall หรือ Taobao หรือไม่

ถ้ามีวางขายบนออนไลน์ แล้วคนจีนพบว่าราคาถูกกว่าที่ตั้งหน้าร้านในเมืองไทย พวกเขาก็เลือกจะสั่งทางออนไลน์มากกว่า

ดังนั้น การประยุกต์การขายผ่าน E-Commerce มาใช้สำหรับขายสินค้าของผู้ประกอบการไทยก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งสำหรับผู้ค้าปลีกรายย่อยที่ไม่สามารถแข่งขันเรื่องหน้าร้านกับรายใหญ่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าประเภททดแทนนั่นเอง

3. ความอดทนต่อพฤติกรรมคนจีน

อาจจะไม่ได้ถึงขั้นเป็นพ่อพระหรือแม่พระ แต่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ภาคการท่องเที่ยวของไทยไม่ว่าจะเป็นสถานที่ของภาครัฐหรือของเอกชนในหลายแห่งค่อนข้างจะมีความอดทนต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนที่เคยสร้างวีรกรรมเอาไว้มากมายในอดีต ซึ่งแต่ละแห่งก็มีความพยายามที่จะแนะนำคนจีนที่เข้ามาไปจนถึงหาทางป้องกันและแก้ไขพฤติกรรมเหล่านั้นด้วยวิธีการที่แตกต่างกันไป

ตัวอย่างเช่น การขอความร่วมมือจากคนจีนในการห้ามทำสิ่งต่างๆ เช่นให้ผู้ปกครองระวังไม่ให้เด็กๆ ปัสสาวะหรืออุจจาระในที่สาธารณะ มีการติดป้ายห้ามไว้โดยเขียนเป็นภาษาจีน หรือวาดเป็นภาพ เป็นต้น

4. กลยุทธ์การตั้งราคาและจัดหาของฝาก

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังสูงและปริมาณมาก การทำให้พวกเขาประทับใจและรู้สึกถึงความสำคัญจึงเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง

มีกรณีศึกษาจากร้าน Duty Fee ของ King Power ที่ตั้งราคาของฝากหรือสินค้าปลอดภาษีโดยเขียนภาษาจีนกำกับไว้ว่าราคานี้พิเศษ ถูกกว่าที่เมืองจีน ซึ่งการเขียนเป็นภาษาจีนไว้แล้วยังเขียนอยู่เหนือภาษาอังกฤษก็เป็นกลยุทธ์ที่แสดงว่าให้ความสำคัญกับชาวจีนเป็นพิเศษ

5. ใช้ภาษาจีนสื่อสารมากขึ้น

ไม่ใช่แค่เขียนภาษาจีนติดตามป้ายในสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังรวมถึงประกาศตามสถานที่บางแห่ง ตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนมากขึ้น เช่น สยามพารากอน และ เซ็นทรัลเวิลด์ จะมีประชาสัมพันธ์ประกาศออกไมค์ถึงสามภาษา คือ ไทย อังกฤษ และจีน


อิทธิชัย อรรถกระวีสุนทร

ผู้ก่อตั้ง บริษัท เลเวลอัพ โฮลดิ้ง จำกัด ที่ปรึกษาด้านการตลาดจีน

เจ้าของเพจ Level Up Thailand และ Level Up China, และ เว็บไซต์ https://www.levelupthailand.com/ความรู้การตลาดออนไลน์จีน

Speaker และ ผู้เขียนหนังสือ “บุกตลาดจีนด้วยโซเชียลมีเดีย”