ตัวชี้วัดความสำเร็จของ BTS คือเสียได้ไม่เกิน 3 เที่ยวต่อวัน.. สาเหตุว่าทำไม BTS เสียบ่อย

ตะลึง ตัวชี้วัดความสำเร็จของ BTS คือเสียได้ไม่เกิน 3 เที่ยวต่อวัน.. สาเหตุว่าทำไม BTS เสียบ่อย
.
เมื่อวานนี้ BTS เสียอีกแล้ว และเสียทั้งเช้าและเย็น กระทบผู้โดยสารเป็นล้านคน ขณะที่คำตอบของผู้บริหาร BTS คือ “เส้นทางของรถไฟฟ้าบีทีเอสที่วิ่งผ่านใจกลางเมืองมีตึกสูงจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาคลื่นวิทยุรบกวนอาณัติสัญญาณบ่อยครั้ง” ซึ่งฟังดูแล้วเป็นเรื่องตลก ตึกสูงในกรุงเทพมีมานานแล้วก่อน BTS เกิดอีก และ BTS สร้างมาแล้วเกือบ 20 ปี
.
แล้วอะไรคือสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง?
.
ด้วยธรรมชาติของธุรกิจรถไฟฟ้าที่ต้องมีการลงทุนมหาศาลและมีการให้สัมปทานเดินรถแค่เพียงเจ้าเดียวต่อสาย BTS จึงเป็นธุรกิจผูกขาดโดยธรรมชาติ เมื่อเป็นธุรกิจผูกขาดที่คนหลายล้านคนต้องใช้ BTS จึงไม่ต้องง้อลูกค้า ต่อให้ BTS ทำแย่แค่ไหน ผู้โดยสารก็ต้องใช้อยู่ดี BTS จึงไม่มีแรงจูงใจในการลงทุนเพื่อให้ผู้โดยสารปัจจุบันแฮปปี้ขึ้น ต่อให้ลงทุนสร้างเครื่องแลกธนบัตรอัตโนมัติ ลงทุนสร้างลิฟท์คนพิการ ลงทุนสร้างห้องน้ำสาธารณะซึ่งเป็นสิ่งที่รถไฟฟ้าตามเมืองชั้นนำในต่างประเทศมี สิ่งเหล่านี้ก็แทบไม่ได้ทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น
BTS เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีหน้าที่ทำกำไรสูงสุด BTS จึงมุ่งมั่นแต่หาทางเพิ่มรายได้ หาทางขึ้นค่าโดยสารและเพิ่มพื้นที่โฆษณาให้มากที่สุด ถึงจะรกตาผู้โดยสาร แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้โดยสารลดลง เรียกได้ว่าพื้นที่โฆษณา รายได้ กำไร และราคาหุ้น BTS เพิ่มทุกปี สวนทางกับ จำนวนคนด่าบนทวิตเตอร์และเฟซบุ๊
.
เมื่อเป็นธุรกิจผูกขาดที่กระทบกับชีวิตประจำวันของประชาชน รัฐบาลจึงมีหน้าที่กำกับดูแลไม่ให้บริษัทเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคไม่มีทางเลือก ผ่านรายละเอียดสัมปทานและกลไกต่างๆ
.
ผ่านมาเกือบ 20 ปีก็ชัดเจนว่ารัฐบาลไม่มีความรู้เรื่องนี้หรือไม่ก็ไม่ใส่ใจเลย ไม่มีกำหนดให้ละเอียดในสัญญาว่า BTS ต้องทำอะไรบ้าง ต้อง service ให้ดีขนาดไหน ถ้าเกิดความผิดพลาด ต้องจ่ายค่าปรับ หรือชดใช้ให้ลูกค้าเท่าไร
.
เมื่อมาดูคำสัมภาษณ์ของผู้บริหาร BTS นายอาณัติ อาภาภิรม กรรมการที่ปรึกษา บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ได้ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวาน วันที่ 25 มิ.ย. ว่า “ขณะนี้ระบบเดินรถของบีทีเอส ยังดำเนินการได้มาตรฐานร้อยละ 99.5”
.
99.5 เปอร์เซ็นต์ ฟังดูคร่าวๆเป็น KPI ที่ใช้ได้ น่าจะทำให้คนกรุงเทพโดยสารรถไฟฟ้าได้อย่างตรงเวลา
.
แต่เมื่อมาวิเคราะห์อย่างละเอียด คำนวณจากจำนวนรถไฟฟ้าวันจันทร์ถึงศุกร์ให้บริการตั้งแต่ 5.15 ถึงเที่ยงคื่น สายสุขุมวิทวิ่งทั้งหมด 337 เที่ยวต่อวัน สายสีลม 221 เที่ยวต่อวัน
.
นั่นหมายความว่า มาตรฐานของบริษัท BTS คือ ยอมให้มีรถเสียได้ไม่เกิน 3 เที่ยวต่อวัน หรือยอมให้เสียได้ 17 นาทีต่อวัน ไม่รวมถึงมาตรฐานคำว่าตรงเวลาของ BTS คือล่าช้าไม่เกิน 5 นาที
.
ถ้าเป็นบริษัททั่วไป ตัวเลขความสำเร็จ 99.5 เปอร์เซ็นต์ อาจถือว่าใช้ได้ แต่ไม่ใช่กับ BTS ที่เสียทีกระทบคนเป็นล้านคน
.
เรียกได้ว่าเป็นการตั้ง KPI ที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง และที่แย่ไม่น้อยกว่ากันคือภาครัฐบาลที่โดนตัวเลข 99.5 เปอร์เซ็นต์หลอก ไม่ยอมลงลึกในรายละเอียด
.
เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของรัฐบาลในการกำกับธุรกิจผูกขาด ที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วนรอบคอบว่ามาตรฐานและตัวชี้วัดความสำเร็จคืออะไรบ้าง ตั้งแต่เขียนเงื่อนไขโครงการ
.

มาโนช พฤฒิสถาพร สนใจด้านสตาร์ทอัพมาก เขามีประสบการณ์ทำสตาร์ทอัพทั้งที่ไทยและอเมริกา จบ MBA จาก Kellogg School of Management ที่นั่นเขาสมัครงานบริษัทเทคโนโลยีในตำแหน่งด้านธุรกิจกว่า 3,000 งาน ศึกษาบริษัทเตรียมตัวสัมภาษณ์กว่า 200 บริษัท สุดท้ายได้งานที่ Credit Karma บริษัทสตาร์ทอัพมูลค่าแสนล้านที่ SF มาโนชกลับมาทำสตาร์ทอัพไทย มาโนชยังเป็นนักเขียนตัวยง เขาเป็นเจ้าของหนังสือ A DREAM TO DIE FOR ล้ม 3,000 ครั้ง เพื่อชนะฝันเดียว พูดคุยกับมาโนชได้ที่ https://www.facebook.com/manoje.prutthisathaporn

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer