บ้านสถาพร รุกอสังหาเต็มรูปแบบ ภายใต้ชื่อ “สถาพร เอสเตท” (SATHAPORN ESTATE)

บ้านสถาพร เสริมแกร่งลุยตลาดอสังหา ภายใต้แบรนด์ใหม่สุดทันสมัย สถาพร เอสเตท (SATHAPORN ESTATE) พร้อมขยายไลน์รุกตลาดบ้านและคอนโด ตั้งเป้า 5 ปี โต 11,500 ล้านบาท

มุ่งมั่นมอบคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านที่อยู่อาศัยที่มาพร้อมงานออกแบบที่ทันสมัย สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม พร้อมชูจุดแข็งการพัฒนานวัตกรรมในทุกด้านของการอยู่อาศัยร่วมกับพันธมิตรคุณภาพ รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน ประเดิมโครงการแรกในแนวสูงรุกครึ่งปีหลังกับ “The SHADE (Sathon1)” บนทำเล CBD ใจกลางสาทร มูลค่าโครงการกว่า 1,300 ล้านบาท

นายสุนทร สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัดเปิดเผยว่าบริษัทฯเตรียมรุกตลาดอสังหาอย่างเต็มรูปแบบภายใต้ชื่อสถาพร เอสเตท (SATHAPORN ESTATE) จากเดิมที่รู้จักในชื่อเดิมคือบ้านสถาพรรังสิตโดยบจก.เฉลิมนครและบ้านทรัพย์หิรัญโดยบจก.ทรัพย์หิรัญซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพทั้งโครงการบ้านและทาวน์โฮมในทำเลกรุงเทพฯและปริมณฑลตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีโดยในปีนี้บริษัทฯได้เตรียมขยายธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบภายใต้ชื่อ สถาพร เอสเตท (SATHAPORN ESTATE)

ที่มุ่งเน้นคุณภาพและบริการมีการออกแบบและพัฒนาโครงการที่ทันสมัยใส่ใจสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่โดยมีกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจนั่นคือ“Revitalize”ซึ่งหมายถึงการเสริมความแข็งแกร่งเพื่อรองรับการรุกธุรกิจอย่างมีศักยภาพเริ่มตั้งแต่การพัฒนาProduct ภายใต้Brand ใหม่ที่ถูกออกแบบมาในแนวคิด “For The Nature Of Life” เราจึงพัฒนาเพื่อชีวิตอยู่คู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังเสริมแกร่งด้วยการผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรหรือ Strategic Alliance เพื่อรองรับการอยู่อาศัยที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของอนาคต (SMART LIFE) ที่ครอบคลุม 4 ด้านไม่ว่าจะเป็น1.SMART AUTOMATION เป็นการผนึกกำลังกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง PANASONIC ที่มุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ชีวิตง่ายขึ้น  โดยระบบควบคุมไฟแอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆรวมถึงนวัตกรรม Safety Town เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร

2.SMART ENERGY เป็นการผนึกกำลังกับEA ANYWHEREในการติดตั้งสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเพราะบริษัทฯมองว่าในอนาคตพลังงานจากฟอสซิลหรือน้ำมันจะหมดไปดังนั้นจึงมองเห็นคุณค่าของการใช้พลังงานอื่นเข้ามาทดแทน

3.SMART MOBILITY เป็นการผนึกกำลังกับ BOX24 ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านล็อกเกอร์อัจฉริยะเพื่อช่วยให้ลูกค้าหมดปัญหาการรับพัสดุหรือฝากสิ่งของตอนที่ไม่อยู่บ้านด้วยล็อกเกอร์อัจฉริยะที่มาพร้อมกับบริการเสริมเช่นส่งพัสดุ, ฝากสิ่งของ, ซักอบรีด, และซื้อสินค้าออนไลน์ซึ่งทั้งหมดนี้ตอบโจทย์ในยุคดิจิทัล4.SMART ENVIRONMENTเป็นการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครร่วมกันพัฒนาเครื่อง Recycle Vending Machine หรือเครื่องรีไซเคิลขยะซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดเพื่อเป็นการช่วยลดขยะในโครงการอีกด้วย

ในส่วนของกลยุทธ์ในการรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสถาพรเอสเตท (SATHAPORN ESTATE) จะเริ่มขยายธุรกิจเข้าสู่แนวสูงมากยิ่งขึ้นโดยคิดเป็นสัดส่วนในการขยายธุรกิจในแนวสูง50% และแนวราบ45% และรายได้จากทรัพย์สินหรือRecurring Incomes 5%  ซึ่งจะใช้กลยุทธ์ในการรุกตลาดที่แตกต่างกันออกไปโดยแนวราบจะเน้นปัจจัยสำคัญในเรื่องศักยภาพของทำเลในอนาคตส่วนแนวสูงจะเน้นปัจจัยสำคัญในเรื่องของทำเลCBD ของกรุงเทพฯและความสะดวกสบายของการอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น

ในไตรมาส 3 ของปีนี้บริษัทฯมีกำหนดเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมโครงการแรกในชื่อ“The SHADE (Sathon1)”(เดอะเชดด์สาทร1) คอนโดมิเนียมสูง8 ชั้น2อาคารจำนวน278ยูนิตภายใต้แนวคิด“Shades The One You Love” ซึ่งสะท้อนให้นึกถึงบุคคลที่คุณรักพร้อมทั้งยังสะท้อนการเป็นเป็นแหล่งพักพิงที่ให้ร่มเงาแก่คนที่คุณรักไปพร้อมกันดยมาพร้อมกับการออกแบบอาคารให้เย็นโล่งพร้อมPanoramic Unblock View โปร่งสบายด้วยการระบายอากาศAir Ventilation Design, Smart Locker, Space Management, His & Her Design และSingle Corridor(บางยูนิต) และพื้นที่จอดรถกว่า 70% พร้อมเทคโนโลยีSmart Home Solutions ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมแอร์, TV และแสงสว่างผ่านApplication บนมือถือและDigital Door Lockพร้อมพื้นที่สีเขียวและส่วนกลางครบครันรวมมูลค่าโครงการประมาณ1,300 ล้านบาท

นอกจากนี้ในปี 2562 ทางบริษัทฯเตรียมทำการเปิดตัวโครงการแนวสูงเพิ่มอีก 2 โครงการได้แก่The Shade Twig (เดอะเชดด์ทวิกก์)เย็นอากาศ   และThe Crown (เดอะคราวน์) พระราม4 รวมไปถึงโครงการแนวราบอีก 1 โครงการได้แก่“The Eternity (ดิอิเธอร์นิตี้) รังสิตคลอง 5โครงการประเภทบ้านเดี่ยวบนพื้นที่กว่า99 ไร่มูลค่าโครงการ3,500 ล้านบาทซึ่งนับเป็นโครงการไฮไลท์ของทางบริษัทฯที่ออกแบบโดยทีมงานศิลปินแห่งชาติจากสถาบันอาศรมศิลป์โดยจะเน้นพื้นที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพของศูนย์กลางแห่งความเจริญย่านรังสิตติดถนนใหญ่รังสิตนครนายกใกล้ทางด่วนศรีรัชวงแหวนตะวันออกใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อรังสิต) และสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (คูคตลำลูกกา) อีกทั้งยังใกล้ศูนย์กลางความเจริญแห่งใหม่อย่างศูนย์การค้าเมการังสิตและอิเกียรังสิต

ในปี2561 นี้สถาพรเอสเตทได้ตั้งเป้ายอดPre-Sale อยู่ที่ 1,300 ล้านบาท(รับรู้รายได้ปี2563)พร้อมทั้งบริษัทฯยังคงมุ่งเน้นที่จะเป็นอันดับหนึ่งในใจลูกค้าโดยการนำธรรมชาติมาสร้างสรรค์และพัฒนาให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้อยู่อาศัยทุกเพศทุกวัยด้วยมุมมองการเลือกทำเลที่ตั้งโครงการเพื่อรองรับชีวิตในวันนี้และวันข้างหน้าพร้อมทั้งมั่นใจว่าในอีก5 ปีข้างหน้าบริษัทฯจะสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นถึง11,500 ล้านบาทได้ตามเป้าหมาย นายสุนทร กล่าวในตอนท้าย 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer