007 ได้ Rebrand อีกครั้ง หลังคว้ามือดี Series ดังมากำกับภาคใหม่

ปัญหาหลักของงานใหญ่โดยเฉพาะ Project ที่มีมานาน และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ไม่ว่าในธุรกิจใด คือการเฟ้นหา การคัดเลือกว่า ใครเหมาะสมที่สุดในการมากำกับดูแลหรือบริหารจัดการ Project ให้เดินหน้าต่อไป นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมคนเก่งหลายคนถึงถูกปลด หรือต้องโบกมือลางานใหญ่ ทั้งที่เพิ่งทำงานได้ไม่นาน เหมือน Danny Boyle ที่ขอถอนตัวจากการกำกับ James Bond ภาพยนตร์สายลับเรื่องดังภาคใหม่ แต่ล่าสุดทีมผู้สร้างเรียกเสียงฮือฮา หลังประกาศว่า Cary Fukunaga คือผู้กำกับคนใหม่ที่มาสานต่อตำนานจารชนเจ้าของรหัส 007

ข่าวนี้ได้รับความสนใจ เพราะ Fukunaga เป็นผู้กำกับรุ่นใหม่ที่เพิ่งสร้างชื่อมาจาก True Detective Season 1 – Series ดังของ HBO ที่กวาดรางวัลมาหลายเวที ซึ่งหมายความว่า James Bond จะได้เดินหน้าไปสู่ทิศทางใหม่ ไม่ต่างจากสินค้าประวัติยาวนาน ที่ได้คนยุคใหม่มาปรับโฉมให้ดูร่วมสมัยขึ้น

ตัวเลือกสุด Surprise ในวันที่ใช่ เพื่อส่งท้าย Daniel Craig

แม้ไม่ใช่คอหนังตัวยงก็คงเคยผ่านตา 007 กันมาบ้าง โดย 56 ปีที่ผ่านมา ตัวละครจากจินตนาการของ Ian Flaming มีหนังออกมาแล้ว 24 เรื่อง ผ่านฝีมือการกำกับของ 11 คน และมีนักแสดง 7 คนที่มาสวมบทสายลับอังกฤษชื่อดังแห่งวงการภาพยนตร์

อย่างไรก็ตาม ช่วงหลายปีมานี้ ตำนานหนังจารชน เผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งคอหนังที่เปลี่ยนจากดูหนังโรงมาดูผ่าน Mobile Device กันมากขึ้น และหนังสายลับอีกหลายเรื่อง ทั้งเก่า-ใหม่ ที่มีออกมาไม่ขาดสาย 

นอกจากนี้ยังต้องหาทางพา Daniel Craig ซึ่งรับบท Bond มาแล้ว 5 ภาค ไปสู่ทิศทางใหม่ๆ และสร้างความแตกต่างจากนักแสดงคนอื่นๆ ที่สวมบทบาทในหนังแนวเดียวกันให้ได้ โดยปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จของ Fallout ภาคล่าสุดของ Mission: Impossible และ Kingsman ทั้งสองภาค ทำให้ทีมงานต้องคิดหนักว่าจะทำอย่างไรให้ภาคต่อไป ซึ่งเป็นภาคสุดท้ายของ Craig กลับมาดังอีกครั้ง

การได้ Boyle มามีส่วนกับภาคใหม่แม้เพียงช่วงสั้นๆ สามารถสร้างความหวังให้แฟน 007 ได้ไม่น้อย ว่าหนังในดวงใจ อาจเปลี่ยนไปเป็นหนังบทดี ดูสนุก และเล่าอย่างมีชั้นเชิง ไม่ต่างจาก Trainspotting, 28 Days Later, Slumdog Millionaire และ Steve Jobs ผลงานเรื่องก่อนหน้านี้ของเขา แต่ความหวังดังกล่าวก็ดับวูบลงหลัง Boyle ขอถอนตัวด้วยเหตุผลว่า “ความคิดเห็นไม่ตรงกัน” กับผู้บริหารของ Eon Production 

007 2 Guys

Fukunaga / Craig 

อย่างไรก็ตาม การได้ตัว Fukunaga ซึ่งผู้บริหารของ Eon Production ชื่นชมว่า “เก่งรอบตัวและคิดนอกกรอบ” มานั่งเก้าอี้ผู้กำกับ 007 ภาค 25 เป็นการยืนยันว่า Eon Production พร้อมแล้วในการฝากอนาคตหนังที่คนทั่วโลกรู้จักมานาน ไว้ในมือผู้กำกับรุ่นใหม่ ที่ดังมาจากฝั่ง Series แต่ยังไม่เคยกำกับหนังฟอร์มใหญ่เลย และเป็นไปได้สูงว่าโทนหนังจะต่างจากภาคก่อนๆ โดยสิ้นเชิง 

อาจได้เห็นสายลับเจ้าเสน่ห์คนเดิม ในมุมสุด Dark

ในมุมมองทางภาพยนตร์ 007 คือหนังฟอร์มใหญ่ที่ดูสนุกและทำให้ฝันของผู้ชายทุกคนเป็นจริง ผ่านการปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตาย ได้ใกล้ชิดกับสาวสวย และมีอุปกรณ์ล้ำสมัยเป็นตัวช่วยอยู่เสมอ ส่วนในมุมการตลาดนี่คือตัวอย่างชั้นดีในการปรับตัวและ Rebrand ที่ประสบความสำเร็จ โดยเกือบ 6 ทศวรรษที่ผ่านมา หนังจารชนเรื่องนี้ Rebrand มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และยังเป็นตัวสะท้อนรสนิยมของคอหนังในแต่ละยุคสมัยอีกด้วย

เริ่มจากภาคแรกๆ ที่สืบเรื่องในองค์กรผ่านบทสนทนาและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของตัวละคร สู่ภาค Moonraker (1979) ที่พาผู้ชมไปผจญภัยในอวกาศแบบ Star Wars มาจนถึงสายลับขาลุยใน Casino Royale ในปี 2006 ซึ่งใกล้เคียงกับ The Bourne Identity และ The Bourne Supremacy หรือแม้กระทั่งการทลายรังเหล่าร้ายด้วยแผนการเหนือชั้นในภาค Skyfall (2012)  ที่คล้ายกับ Batman : The Dark Knight ส่วนในภาคล่าสุดที่วางกำหนดฉายวันวาเลนไทน์ปี 2020 คาดกันว่า 007 ก็ถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง

ในเมื่อทางถนัดของ Fukunaga วัย 41 ปี คือลึกลับและสยองขวัญ ยืนยันได้จาก True Detective Season 1 ซึ่งมีเรื่องลักษณะนี้อยู่ด้วย ประกอบกับเขาคือผู้เขียนบทร่างแรกๆ ของ It หนังสยองเรื่องดังจากนิยายของ Stephen King ในการนำมาทำใหม่ครั้งล่าสุด รวมถึงยังเป็นคนแรกๆ อีกเช่นกันที่พัฒนาบท The Alienist–Series นักสืบย้อนยุคโทนลึกลับจากนิยายชื่อเดียวกัน จึงเป็นไปได้สูงว่า 007ภาคใหม่จะมีเรื่องลึกลับ สยองขวัญ เหนือธรรมชาติ หรือเผยด้านมืดของจิตใจตัวเอกแทรกอยู่ด้วย

อีกเหตุผลที่ทำให้คาดการณ์ดังกล่าวอาจเป็นความจริงคือช่วง 2 ปีมานี้ หนังลึกลับสยองขวัญ อย่าง It, Get Out, A Quiet Place และ The Shape of Water ทำรายได้ดีและกระแสตอบรับดีเกินคาด

ประกอบกับ 007 ในภาค Live and Let Die (1973) ก็เคยแตะเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติอย่างลัทธิ Voodoo มาแล้ว

007 Cary

หากผู้กำกับคนใหม่จะแตะเรื่องลักษณะนี้จริง ก็ไม่ต้องกังวลฉาก Action ต่างๆ ที่ต้องมี เพราะใน True Detective เขาได้รับคำชมล้นหลามจากฉากบุกรังโจรแบบไม่ตัดต่อ (Long Take) ยาวถึง 6 นาที และ Eon Production เองก็คงสามารถจัดหาทีมงานด้านนี้มาช่วยเหลือได้แน่นอน

ย้อนรอยแบรนด์ดังในหนัง 007

จุดเด่นอีกประการในหนัง 007 คือ Tie-In ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ดังต่างๆ โดยบางแบรนด์ เช่น Aston Martin รถหรูอังกฤษ ปรากฏให้เห็นถึง 11 ภาค

หรือนาฬิกา Omega ที่ปรากฏให้เห็นในหลายภาคเช่นกัน ภาค Casino Royale แทรกอยู่ในบทสนทนาเลย

นอกจากนี้หากแบรนด์พร้อมทุ่มไม่อั้น ทีมผู้สร้างก็พร้อมปรับบท แม้อาจดูขัดกับความคุ้นเคยของคอหนังบ้างก็ตาม 

007 Aston

เช่น ในภาค Skyfall ที่ 007ดื่ม Heineken แทน Vodka Martini ของ Belvedere แบรนด์เครื่องดื่มสัญชาติโปแลนด์ หลังแบรนด์เครื่องดื่มเจ้าของ Logo ดาวแดง ทุ่มถึง 28 ล้านปอนด์ (ราว 1,200 ล้านบาท) ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของงบประมาณในการสร้างภาคนั้น

วิเคราะห์กันว่า ภาพของ 007ในหนังที่หล่อเหลา รสนิยมดี และสติปัญญาเฉียบแหลม ทำให้แบรนด์ทุกแบรนด์อยากปรากฏในหนังหรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่เขาหยิบจับ เพราะจะทำให้สินค้ากลายเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคที่อยากเท่เหมือน 007บ้างในทันทีนั่นเอง / bbc, theguardian, hollywoodreporter, wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer