เพราะฟุตบอลโลกเป็นมหกรรมกีฬาระดับโลก ผู้คนส่วนใหญ่ทั่วโลกจึงต่างก็อยากได้ดูการถ่ายทอดสดการแข่งขัน ทั้งในนัดที่ทีมชาติของประเทศตนลงเตะหรือทีมชาติดัง ๆ ที่เก่งเรื่องฟุตบอลลงฟาดแข้ง

นี่จึงทำให้การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกมีความน่าสนใจ ท่ามกลางเทคโนโลยีในการถ่ายทอดเกมลูกหนังที่เริ่มจากเพียงแค่เสียง มาจนถึงดูได้จากจอหลายขนาดในยุคปัจจุบัน

ฟุตบอลโลกครั้งแรกที่มีการรายงานแบบสด ๆ เพื่อให้ผู้ที่ไม่ได้ร่วมชมอยู่ในสนามได้รับรู้ เริ่มขึ้นตั้งแต่ฟุตบอลโลกครั้งแรกซึ่งอุรุกวัยเป็นเจ้าภาพ แต่ยังเป็นการรายงานด้วยสัญญาณเสียงผ่านวิทยุเท่านั้น

ตลอดยุค 30 ซึ่งฟุตบอลโลกครั้งที่ 2 และ 3 ซึ่งอิตาลีและฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ วิทยุก็ยังคงเป็นช่องทางรายงานสดเพียงช่องทางเดียว แต่ระยะการส่งสัญญาณไกลขึ้นตามลำดับ

แม้การฟังด้วยเสียงเป็นข้อจำกัด แต่ก็เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าววิทยุหรือผู้จัดการรายการวิทยุได้แสดงทักษะบรรยายการแข่งขันให้ผู้ฟังเห็นภาพ

ขณะที่ผู้ฟังก็ได้สนุกในการลุ้นและจินตนาการคำบรรยายที่ได้ยินให้เป็นภาพ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นเสน่ห์ของการลุ้นและเชียร์ฟุตบอลโลกในยุค 30

ข้ามมาในปี 1954 ฟุตบอลโลกกลับมาจัดในทวีปยุโรปอีกครั้ง โดยมีสวิตเซอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพ และมาพร้อมหมุดหมายสำคัญ นั่นคือมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก แต่ยังเป็นภาพขาว-ดำ

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ชมผ่านทางโทรทัศน์ภาพขาว-ดำนี้ก็ยังจำกัดอยู่ในยุโรป และมีเพียง 50,000 คนเท่านั้น เพราะเทคโนโลยีการส่งสัญญาณภาพยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ประกอบกับโทรทัศน์ยังถือเป็นสินค้าราคาแพง

ยุคใหม่ในการเชียร์ฟุตบอลโลกมาถึงในฟุตบอลโลกปี 1970 ที่เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ เพราะเทคโนโลยีในการแพร่ภาพและการถ่ายทอดสดต่างก็พัฒนาขึ้น จนสามารถส่งสัญญาณไปได้ไกล และยังเป็นสัญญาณภาพแบบสีอีกด้วย

การถ่ายทอดสดแบบภาพสีของฟุตบอลโลกปี 1970 มีความสำคัญในหลาย ๆ ด้าน โดยนอกจากเพิ่มอรรถรสในการเชียร์ฟุตบอลแล้ว ยังเป็นโอกาสทางตลาดของแบรนด์สินค้าและเพิ่มช่องทางทำเงินให้ฟีฟ่าอีกด้วย

ข้ามมาถึงปี 1998 ฝรั่งเศสได้เป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกอีกครั้ง โดยในปีนั้นแฟนฟุตบอลทั่วโลกต่างก็ได้ชมการถ่ายทอดสดการแข่งขัน และได้ร่วมยินดีที่เจ้าภาพคว้าแชมป์ผ่านทางโทรทัศน์

ทว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้ยังมีอีกหนึ่งพัฒนาการสำคัญ นั่นคือเป็นครั้งแรกที่สามารถรับชมคลิปวิดีโอไฮไลต์การแข่งขันผ่านทางอินเทอร์เน็ต

โดยจากการที่คนมากมายและกลุ่มสื่อสารมวลชนเข้าไปย้อนดูคลิปวิดีโอการแข่งขันเป็นจำนวนมาก ได้ทำให้เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของฟีฟ่า ซึ่งก็เพิ่งสร้างขึ้นไม่นาน ถึงกับล่มเลยทีเดียว

จากนั้นในปี 2010 แฟนฟุตบอลทั่วโลกต่างก็ตื่นเต้นที่ฟุตบอลโลกข้ามไปจัดที่ทวีปแอฟริกาเป็นครั้งแรก โดยมีแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ พร้อมเสียงของเครื่องเป่าวูวูเซล่า และเพลง วากา วากา – ดิส ไทม์ ฟอร์ แอฟริกา ที่เป็นเพลงประจำการแข่งขันที่เพิ่มสีสันให้การแข่งขันได้เป็นอย่างดี

ฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ยังเป็นครั้งแรกที่มีการขายลิขสิทธิ์เพื่อรับชมการแข่งขันสด ๆ ผ่านทางสตรีมมิ่ง แม้ยังเป็นไปแบบจำกัดด้วยข้อจำกัดต่างๆ ทางเทคโนโลยีก็ตาม

ข้ามมา ณ ปี 2026 คนทั่วโลกสามารถชมการถ่ายทอดสดกีฬาด้วยจอขนาดต่างๆ ทั้งจอสมาร์ทโฟน (ที่ก็ใหญ่ขึ้นมาก) แท็บเล็ต จอคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงจอโทรทัศน์ ขณะที่เทคโนโลยีในการส่งสัญญาณก็เปลี่ยนไปเป็นแบบดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต

นี่จึงทำให้การชมฟุตบอลโลก 2026 มีความหลากหลาย โดยมีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ที่ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจสูงถึง 5,000 ล้านคน ซึ่งแน่นอนว่าค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดที่ฟีฟ่าจะได้จะสูงขึ้นตามไปด้วย

ย้อนไปเมื่อฟุตบอลโลกปี 2006 ฟีฟ่าได้ค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดไป 1,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 42,700 ล้านบาท) ส่วนในฟุตบอลโลกปี 2026 ฟีฟ่าประเมินว่าจะได้ค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเพิ่มเป็น 4,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 141,000 ล้านบาท) / vocalmedia, wikipedia, roseconstudio,theguardian