นิยายรักใสๆ รายได้ยังแจ่มใสอยู่หรือเปล่า

ถ้าพูดถึงนิยายรักตาหวาน ที่ส่วนใหญ่นำเสนอเรื่องราวรักใสๆ ที่ให้หญิงสาวน้อยใหญ่ อ่านไป จิกหมอนไป เชื่อว่าชื่อสำนักพิมพ์แจ่มใสคงเป็นหนึ่งในชื่อที่อยู่ในใจนักอ่านหญิงสาวหลายๆ คน

และเพราะคำว่านิยายรักใสๆ แนวจิกหมอนนี่แหละ ที่ทำให้งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ เกิดปรากฏการณ์ แจ่มใส บูธ เกือบแตกจากเด็กสาว ที่เข้ามาซื้อนิยายแจ่มใสราคาพิเศษ แน่นขนัดเต็มร้าน มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทั้งๆ ที่ใครหลายๆ คนบอกว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยลง

เมื่อสำนักพิมพ์แจ่มใส ที่ก่อตั้งในปี 2543 และเกิดจากนิยาย รักวัยใสๆ โดยเฉพาะนิยายรักเรื่องแปลจากเกาหลี จนเคยสร้างปรากฏการณ์ให้สาววัยใสคลั่งไคล้มาแล้ว เราเลยอยากรู้ว่า ณ วันนี้ แจ่มใส มีรายได้เท่าไร

รายได้สำนักพิมพ์แจ่มใส 2556 363,366,984.39 2557 379,088,908.87 2558 267,361,933.94 2559 267,516,759.29 2560 244,268,718.80 ที่มา : กระทรวงพาณิชย์ รายได้จาก บริษัท แจ่มใส พับลิชชิ่ง จำกัด และแจ่มใส พลัส จำกัด

แบ่งเป็น

รายได้ บริษัท แจ่มใส พับลิชชิ่ง จำกัด

2556       362,787,763.49                

2557       376,882,242.30                

2558       264,018,769.53                

2559       263,382,235.80                

2560       243,407,867.09                

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ รายได้จาก บริษัท แจ่มใส พับลิชชิ่ง จำกัด

 

รายได้ แจ่มใสพลัส จำกัด

2556       579,220.90         

2557       2,206,666.57     

2558       3,343,164.41     

2559       4,134,523.49     

2560       860,851.71

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ รายได้จาก บริษัท แจ่มใส พลัส จำกัด (จำหน่ายสินค้าพรีเมียม ของขวัญ ของแจก ของแลกซื้อ กิ๊ฟช้อป เครื่องเขียน)

               

เมื่อดูจากรายได้ที่แจ่มใสแจ้งกับกระทรวงพาณิชย์ เห็นได้ว่าตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา รายได้ของสำนักพิมพ์แจ่มใสได้ลดลงในทุกๆ ปี

ซึ่งการลดลงของรายได้นี้ ส่วนหนึ่งมาจาก

1. รายได้จากการขายหนังสือที่ลดลง เพราะคนอ่านนิยายรักแจ่มใสมาตลอดเริ่มมองว่าพล็อตเรื่องที่นำมาเขียนบางเรื่องเป็นพล็อตเดิมๆ ซ้ำๆ วนๆ มากขึ้น

2. มีคู่แข่งในธุรกิจสำนักพิมพ์เหมือนกัน ที่ออกนิยายจับกลุ่มผู้อ่านเดียวกับแจ่มใส ที่เน้นไปยังนิยายรักในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ และนิยายรักแปลจากต่างประเทศ เช่น สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ ที่ขับเคี่ยวกันมาอย่างยาวนานบนถนนสายนักอ่านนิยาย

 

รายได้สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์

2556       241,706,847.04   

2557       207,466,882.50   

2558       174,752,599.13   

2559       195,853,370.56   

2560       152,195,008.07   

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ รายได้จาก บริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด

แต่เมื่อดูที่รายได้ สถาพรบุ๊คส์ก็มีรายได้ที่ลดลงเช่นกัน เพราะการเข้ามาของโลกดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้อ่านให้อ่านนิยายรักต่างๆ ผ่านหน้าจอมือถือเพราะสะดวกสามารถอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา

3. การปิดตัวลงของร้านหนังสือจำนวนมาก ทำให้โอกาสที่แจ่มใสจะเข้าถึงผู้อ่านก็มีจำกัดลงไปด้วย จากผู้อ่านส่วนใหญ่ที่นิยมเปิดอ่านนิยายคร่าวๆ ก่อนเพื่อดูว่านิยายเล่มนี้น่าอ่านแค่ไหน ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อไปอ่านต่อที่บ้าน

 

เมื่อตลาดหนังสือเปลี่ยนเกม การตลาดของสำนักพิมพ์แจ่มใสจึงปรับตาม ด้วยกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือ

1. รักษาฐานผู้อ่านเก่า ขยายฐานผู้อ่านใหม่สู่ นักอ่านกลุ่ม Y

ที่ผ่านมา แจ่มใส ได้แบ่งหนังสือที่ตีพิมพ์ออกมาจำหน่าย ตามเซกเมนต์ของผู้อ่าน โดยมีเซกเมนต์หลักๆ คือ

กลุ่ม Jamsai Love Series ที่นำเสนอนิยายรักใสๆ วัย Puppy Love เจาะกลุ่มนักอ่านที่เป็นผู้หญิงประถมปลายไปจนถึงวัยเริ่มต้นทำงาน อายุ 10-20 ปี

กลุ่ม Love กลุ่มนิยายรักโรแมนติก เจาะกลุ่มผู้หญิงนักอ่านอายุ 18 ปีขึ้นไป

และกลุ่ม มากกว่ารัก นิยายรักแนวจีนโบราณ ที่แปลจากนิยายจีนและไต้หวัน เจาะกลุ่มผู้ใหญ่

โดยที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันกลุ่ม Jamsai Love Story เป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักอ่าน

แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน แจ่มใสจึงปรับกลยุทธ์ด้วยการขยายกลุ่มผู้อ่านกลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะผู้อ่านกลุ่ม Y (กลุ่มชายรักชาย และหญิงรักหญิง) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังมีช่องว่างในตลาด เพราะยังมีไม่มีคู่แข่งนำเสนอนิยายรักในรูปแบบนี้มาก่อน

ซึ่งผลปรากฏว่านิยายในกลุ่ม Y ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้อ่าน จนแจ่มใสได้ขยายนิยายในกลุ่มนี้ไปยังพล็อตเรื่องใหม่ๆ ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น อย่างเช่นนิยายสำหรับชายรักชายที่เน้นความรักเชิงลึกซึ้งมากขึ้น เป็นต้น

 

2. สำนักพิมพ์แจ่มใส ไม่ได้มีแค่นิยายรักหวานๆ

ในสำนักพิมพ์แจ่มใส มิได้มีเพียงนิยายรักหวานๆ แต่มีการขยายไปยังกลุ่มอื่นๆ และทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ชื่อสำนักพิมพ์ที่แตกต่างกันไป เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของหนังสือแต่และหมวดอย่างชัดเจน กันผู้บริโภคสับสน

เช่น สำนักพิมพ์ Enter นำเสนอนิยายและเรื่องสั้นสำหรับกลุ่มผู้ชายวัยรุ่นโดยเฉพาะ และสำนักพิมพ์กัมบัตเตะ ที่เน้นหนังสือวิชาการในห้องเรียน

3. จับมือพันธมิตรขยายตลาด

เพื่อไม่ให้ยอดรายได้จากการขายหนังสือลดลงไปมากกว่านี้ ในปีนี้ สำนักพิมพ์แจ่มใสได้จับมือร่วมกับพันธมิตรอย่าง GDH เพื่อตีพิมพ์นิยายจากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ของ GDH โดยเรื่องแรกที่มีการร่วมมือกันคือ ฉลาดเกมส์โกง และเรื่องที่สองคือ HOMESTAY ภาพยนตร์เรื่องใหม่ ที่มีเฌอปรางค์นำแสดง

ซึ่งการจับมือกับ GDH นี้เชื่อว่าถ้าภาพยนตร์เรื่องนั้นของ GDH ประสบความสำเร็จยอดจำหน่ายหนังสือก็จะเติบโตเช่นกัน เพราะมีผู้อ่านส่วนหนึ่งที่นิยมซื้อหนังสือมาอ่านอีกครั้งหลังชมภาพยนตร์จบ เพื่อให้ได้อรรถรสที่แตกต่างกัน

 

4. เข้าสู่ดิจิทัล

ในโลกของดิจิทัล แจ่มใส มีการใช้โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือในการโปรโมตกิจกรรม หนังสือใหม่ๆ และแคมเปญโปรโมชั่นต่างๆ

ซึ่งแจ่มใสได้แบ่งเฟซบุ๊กออกตามกลุ่มของผู้อ่าน เช่น กลุ่ม Jamjeed สำหรับผู้อ่านนิยายแจ่มใสในกลุ่ม Jamsai Love Story, กลุ่มมากกว่ารัก สำหรับนิยายจีน และกลุ่ม Love by Jamsai เพื่อให้เกิดคอมมูนิตี้ย่อยๆ ให้กับผู้ที่อ่านหนังสือที่มีรสนิยมเดียวกัน

ในช่วงที่ผ่านมา แจ่มใสประสบปัญหาเรื่องมุกตัน และนักเขียนน้อยลง ทำให้แจ่มใสเปิดแอป Jamplay ซึ่งแอปนี้มีจุดประสงค์คือ 1. เป็นแอปสำหรับอ่านนิยายแนวแจ่มใส เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมเด็กรุ่นใหม่ที่นิยมอ่านนิยายออนไลน์มากขึ้น

และ 2. แอปที่ให้นักเขียนมือสมัครเล่นเข้ามาเขียนเรื่องสไตล์ของตัวเองผ่านแอปนี้ เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้ามาอ่านเพลินๆ และการที่ให้นักเขียนหน้าใหม่สามารถอัพผลงานผ่านแอปฯ นี้ได้ ทำให้แจ่มใสสามารถเฟ้นหานักเขียนหน้าใหม่ที่มีสไตล์การเขียนตรงกับจริตของผู้อ่านนิยายแนวแจ่มใสได้ง่ายกว่าเดิม

นอกจากนี้ภายในเว็บไซต์ยังมีตัวอย่างหนังสือที่ได้รับความนิยมให้ผู้ที่ไม่มีเวลาไปร้านหนังสือได้ลองอ่าน และถ้าสนุกและอยากซื้อก็สามารถสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ได้ทันที

 

5. ออกบูธสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นให้เกิดการอ่าน

เมื่อร้านหนังสือมีการปิดตัวมากขึ้น แจ่มใสได้ใช้วิธีการออกบูธจำหน่ายหนังสือและโปรโมตแบรนด์แจ่มใสอย่างต่อเนื่อง เช่น ที่ผ่านมามีการออกบูธจำหน่ายหนังสือตามสถานี BTS และสิ้นปีนี้มีการจัด Jamsai Fair งานหนังสือลดราคาครั้งใหญ่ของแจ่มใส เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อจากผู้อ่านหน้าเก่าและหน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้แม้โลกจะเปลี่ยนสู่ดิจิทัล และการอ่านหนังสือบนหน้ากระดาษน้อยลง แต่ถ้าสำนักพิมพ์มีการปรับตัว และคอนเทนต์มีความแข็งแรง ทางออกของธุรกิจนี้จะมีเสมอ


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer