S-Pure เน้นขยายช่องทางจำหน่าย-จับตลาดพรีเมียม ดันยอดขายโต 50%

เบทาโกรชู เอสเพียว (S-Pure) ยืนหยัดผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพและปลอดภัยระดับพรีเมียม กระตุ้นตลาดด้วยกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดพรีเมียม ยกระดับการดูแลสุขภาพผู้บริโภค คาดยอดขายปีนี้โต 50%

 

วันที่ 4 ตุลาคม 2561 เอสเพียว (S-Pure) โดยเครือเบทาโกร ร่วมกับ กรูเมต์ มาร์เก็ต และ 10 ร้านอาหารแบรนด์ดัง ร่วมจัดงาน Live a Better Life เผยทิศทางการตลาดครึ่งปีหลัง ปี 2561 ตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งด้านคุณภาพและปลอดภัยระดับพรีเมียม พร้อมยกขบวนสินค้าทั้งอาหารสดและพร้อมรับประทาน ณ ควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ

ประถิมา อุเทนพิทักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหาร เครือเบทาโกร กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดอาหารสดพรีเมียมของประเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 10% ขณะที่ผลิตภัณฑ์แบรนด์เอสเพียว (S-Pure) มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 30%

รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหารฯ กล่าวว่า การทำแคมเปญ “เลือกกิน ให้อนาคต” ในช่วงที่ผ่านมา เอสเพียวทำผลสำรวจในการรับรู้พบว่ามีถึง 80-90% แบรนด์ แสดงถึงการตอบรับที่ดี และการตื่นตัวของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น

ในด้านอาหาร S-Pure เครือเบทาโกรมีจุดแข็งคือ ด้านคุณภาพ (Food Quality) และความปลอดภัย (Food Safety) และด้วยกระบวนการเลี้ยงแบบ 100% Natural Pure Process และไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตั้งแต่วันแรกของการเลี้ยง ทำให้ผลิตภัณฑ์เนื้อหมู ไก่ ไข่ จาก S-Pure เป็นแบรนด์แรกของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการเลี้ยงโดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะจากสถาบัน NSF (The Public Health and Safety Organization) ครบทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์

“ถ้ามองตลาดพรีเมียม S-Pure เป็นผู้นำตลาด ไก่ 80% หมู 40% ไข่ 50-60% ในอนาคตเราพยายามขยายไปอาหารแปรรูป คือเอาวัตถุดิบที่ได้คุณภาพอยู่แล้วมาทำอาหารแปรรูปให้ตอบโจทย์ความสะดวก รสชาติ และไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค อีกส่วนที่อยากขยาย พอมีตัวเลือกที่ปลอดภัย อย่างไส้กรอกก็ทำเป็นแบบ Homemade ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค”

ในช่วงครึ่งปีหลัง เอสเพียวตั้งเป้ายอดขายให้โตกว่าปีที่ผ่านมาถึง 50% โดยจะมุ่งเน้นสร้างการรับรู้ควบคู่ไปกับการให้ความรู้แก่ผู้บริโภค ด้วยการขยายช่องทางจัดจำหน่ายโดยสร้าง Antibiotic-Free Zone อีกทั้งยังออกผลิตภัณฑ์เพื่อความหลากหลายและครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งฐานลูกค้าในตลาดพรีเมียม และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพ

นอกจากนี้ S-Pure มีแผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายตลาดในประเทศให้ครอบคลุมพื้นที่ ทั้งในเขตเมืองใหญ่ เมืองท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกชั้นนำ กลุ่มฟู้ดเซอร์วิส (Food Service) ฟู้ดเชน (Food Chain) เช่น ร้านอาหาร โรงแรม แคเทอริ่ง (Catering) โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานออกกำลังกาย (Fitness) ระดับแนวหน้า รวมถึงร้านเบทาโกร เดลี่ และเบทาโกร ช็อป และขยายตลาดการส่งออกในประเทศ บาห์เรน กาตาร์ สเปน และโรมาเนีย

“ข้อจำกัดคือทำอย่างไรให้แบรนด์ S-Pure เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ซึ่งเราต้องใช้เวลาในการกระจายสินค้าให้เข้าใกล้ผู้บริโภคมากที่สุด”


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer