จากความสำเร็จของกิจกรรม “ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา ปีที่ 13” ในปีที่ผ่านมาที่ได้เปิดโอกาสให้โรงเรียน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากทั่วประเทศ ส่งแผนงานพร้อมกิจกรรมลดภาวะโลกร้อนภายในพื้นที่ของตน ภายใต้แนวทางในการทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม 5 ด้าน
ได้แก่การจัดการพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะอย่างครบวงจรและเหมาะสม การจัดการพลังงานและส่งเสริมพลังงานทางเลือก การอนุรักษณ์น้ำ และ การเดินทางอย่างยั่งยืน จนได้กลุ่มผู้ชนะจากโครงการฯ ดังกล่าวและมีโอกาสร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อเปิดประสบการณ์ความรู้และนำเอาองค์ความรู้ที่ได้กลับมาต่อยอดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตน

ทั้งนี้ ชุมชนหมู่ที่ 4 โนนดินแดง ภายใต้การดูแลของเทศบาลตำบลโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ผู้ชนะเลิศในประเภทชุมชนจากกิจกรรม “ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา ปีที่ 13” ถือเป็นชุมชนต้นแบบของกิจกรรมที่สามารถนำเอาองค์ความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดและปฏิบัติภายในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม
ซึ่งคณะสื่อมวลชนที่ร่วมเดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของชุมชนโนนดินแดง ได้มีโอกาสเข้ารับฟังการบรรยายพร้อมทั้งเปิดประสบการณ์แนวความคิดสร้างสรรค์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามสถานที่ต่างๆ ได้แก่


จุดที่ 1: ศูนย์เรียนรู้ชุมชน
- การซื้อขายขยะและทำปุ๋ยต่างๆ
– มีธนาคารออมทรัพย์ของชุมชนออกรับชื้อขยะเดือนละ 1 ครั้ง สามารถรับเป็นเงินสด ฝากเข้าบัญชี หรือจะแลกเป็นหลอดไฟประหยัดพลังงานก็ได้
– การจัดการขยะอินทรีย์ มีการนำมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพ และเลี้ยงสัตว์ เช่น ไส้เดือน เป็ด ไก่ หมู เป็นต้น ถ้าเป็นเศษใบไม้ เศษหญ้า ก็จะนำไปใส่ในคอกปุ๋ยหมักที่ทำไว้ที่โคนต้นไม้
– มีจุดรวบรวมขยะอันตรายไว้ที่ธนาคารขยะออมทรัพย์ เก็บไว้อย่างมิดชิด เพื่อส่งต่อให้เทศบาลนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป

- ป่านิเวศน์
-เริ่มต้นด้วยการสำรวจต้นไม้ภายใต้ชื่อ กิจกรรมสายตรวจสีเขียวร่วมกับเยาวชน ในการสำรวจ ตรวจนับ แยกประเภท ทำการจดบันทึกจำนวนต้นไม้ที่อยู่ในชุมชนและที่มีการปลูกเพิ่ม เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลแจ้งให้ชุมชนทราบและใช้ในการพัฒนาชุมชน
-ดำเนิน การปลูกป่านิเวศ ในบริเวณศูนย์เรียนรู้ชุมชนและบริเวณวัดป่าโนนดินแดง โดยใช้หลักการปลูกป่า ตามแนวความคิดของ ศ.ดร.อาคิระ มิยาวะกิ มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน และมีการแบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบดูแลรักษาต้นไม้ที่ปลูกอย่างชัดเจน เพื่อให้ต้นไม้มีการเติบโตเป็นป่าที่สมบูรณ์อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

-จากการที่ได้ไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ทางชุมชนและเทศบาลได้ร่วมกันวิเคราะห์และนำแนวคิดมาพัฒนาต่อยอด กิจกรรมที่ฐานเรียนรู้ศูนย์เรียนรู้ชุมชน คือ จากการไปดูงานที่ Toyota Foresta ทำให้ได้เรียนรู้และเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินวิถีชีวิตไปพร้อมกับการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ การใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกป่านิเวศ ซึ่งทำให้ต้นไม้ที่ปลูกโตเร็วมาก พวกเราจึงได้นำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้ เพื่อปลูกป่าดังกล่าวบริเวณพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนและวัดป่าโนนดินแดง
–โครงการหมอต้นไม้ เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูก ดูแล และสังเกตโรคของต้นไม้แก่ประชาชนและเยาวชนในชุมชน

จุดที่ 2: วัดป่าโนนดินแดง
- จุดเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติและการบวชป่า เพื่อการอนุรักษ์ต้นไม้
-การบวชป่า เป็นกุศโลบายหนึ่งในการอนุรักษ์ผืนป่าอันทรงคุณค่าของชุมชนให้อยู่ตลอดไป
-ห้องเรียนธรรมชาติ มีการเพาะพันธุ์ไม้โดยใช้เมล็ดพันธ์จากป่าในชุมชน และให้เยาวชนมาเรียนรู้ชนิดและคุณประโยชน์ของพรรณไม้ต่างๆ จนสามารถเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้ที่ไปศึกษาดูงานได้
-จักรยานปั่นสูบน้ำ การนำจักรยานมาทำเป็นเครื่องสูบน้ำแทนเครื่องยนต์ เพื่อลดการใช้น้ำมันดีเซล
-การใช้วิธีการเดินออกกำลังกายเพื่อไปวัด ลดการใช้เชื้อเพลิง
-การหิ้วปิ่นโตไปวัด ลดการใช้ถุงพลาสติกและโฟม

จุดที่ 3: ศูนย์การเรียนรู้ทอผ้าไหม
- กิจกรรมด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น
– กลุ่มบายศรีใบตองและดอกไม้จันทน์จากใบตองสด/แห้ง และเปลือกข้าวโพดแห้ง ลดการใช้พลาสติก
– กลุ่มทอผ้า โดยใช้กระบวนการทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
– กลุ่มทอเสื่อกก โดยใช้วัสดุธรรมชาติแทนพลาสติก
– กลุ่มจักสาน สานภาชนะต่างๆ ลดการใช้ถุงพลาสติก
– กลุ่มนวดและสมุนไพรใกล้ตัว ปลูกพืชสมุนไพรเพื่อใช้รักษาโรคต่างๆ
จุดที่ 4: บ้านต้นแบบคุณนอม (อนุรักษ์น้ำ) นางประนอม แสงจันทร์ศรี
- กิจกรรมด้านการลดใช้น้ำประปา
– การให้ความรู้ด้านการประหยัดน้ำประปาอย่างต่อเนื่อง
– มาตรการประหยัดน้ำ
– รณรงค์การประหยัดน้ำอย่างถูกวิธี
– การอนุรักษ์แหล่งน้ำตามธรรมชาติและนำมาใช้ประโยชน์


จุดที่ 5: ร้านก๋วยเตี๋ยวหูหิ้ว
ร้านก๋วยเตี๋ยวมีหม้อหิ้ว สำหรับใส่ก๋วยเตี๋ยวให้คนในชุมชนที่มาซื้อกลับบ้านยืมใช้แทนการใส่ถุงพลาสติก
จุดที่ 6: บ้านต้นแบบคุณติ๋ว (ประหยัดพลังงานไฟฟ้า) นางรัญญา สุขเกษม
-การใช้ จักรยานปั่นแป้ง โดยนำจักรยานมาทำเป็นเครื่องปั่นแป้งทำขนมเครป เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า จากการทำกิจกรรมจักรยานปั่นแป้ง โดยปกติจะตีแป้งวันละ 1-2 kg ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ซึ่งต้องใช้พลังงานไฟฟ้ากับเครื่องตีแป้ง ประมาณ 0.05 หน่วย ดังนั้น สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้ากับเครื่องตีแป้งได้ประมาณ 1.5 หน่วย/เดือน
-โครงการรู้คิด รู้ใช้ เพื่อไทยมั่นคง เป็นการรณรงค์การลดใช้พลังงานไฟฟ้า เปิดเมื่อจำเป็น ปิดเมื่อไม่ใช้ ไปไหนต้องถอดปลั๊ก
-โครงการเก่า เสีย ทิ้งไป เปลี่ยนใหม่ช่วยชาติ การรณรงค์ให้เปลี่ยนมาใช้หลอดประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยมีการจัดกิจกรรมให้สามารถนำขยะที่รวบรวมไว้มาแลกซื้อหลอดไฟใหม่ เดือนละ 1 ครั้ง
จุดที่ 7: ร้านผัดไทยใบตอง
-ร้านผัดไทยใช้ใบตองและเชือกกล้วยวัตถุดิบในท้องถิ่นแทนกระดาษเคลือบมันและหนังยางหรือโฟม
จุดที่ 8: บ้านต้นแบบคุณปุ่น (เตาชีวมวล) คุณนิภาวรรณ อินทะพัด
– มีการประกอบอาหารขาย จึงใช้พลังงานทางเลือกคือ เตาชีวมวลประหยัดพลังงาน ลดการใช้ก๊าซหุงต้ม
จุดที่ 9: ร้านค้าแลกแต้ม น.ส.อรทัย ภูหลาบ
– การใช้ตะกร้าไปร้านค้าและตลาด ลดการใช้ถุงพลาสติก สามารถสะสมแต้มแลกรับของรางวัลได้อีกด้วย
จุดที่ 10: บ้านต้นแบบจ่าคม (สมุนไพร)
-ครัวเรือนสีเขียว ปลูกพิชผักสมุนไพร และนำมาใช้ประโยชน์ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า
จุดที่ 11: บ้านต้นแบบ อ.วีนัส
-ทุกครัวเรือนมีที่คัดแยกขยะที่แบ่งออกเป็น 3 ช่อง ได้แก่ ขวดแก้ว ขวดพลาสติก กระป๋อง และมีการนำไปใช้ประโยชน์ เช่น ทำเป็นสิ่งประดิษฐ์ ทำน้ำหมักชีวภาพ เป็นต้น
-การปลูกพืชผักสวนครัวและผลไม้ ปลูกสิ่งที่กิน กินสิ่งที่ปลูก

