ถอดรหัสแผ่นฟิล์ม “นาคี 2” ทำไม 10 วัน = 450 ล้านบาท

นาคี 2 ถือเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนแล้วว่าหากหนังไทยมี Content โดนใจ ไม่ได้ผลิตแบบสุกเอาเผากิน คนไทยก็พร้อมจะควักเงินในกระเป๋าตีตั๋วเข้าชม

เพราะจากรายงานข่าวทางช่อง 3 ระบุว่า นาคี 2 เข้าโรงฉายไป 10 วันสามารถโกยรายได้ทะลุ 450 ล้านบาท

ที่น่าสนใจกว่านั้นรายได้ใน 2 วันแรกก็ทำได้ดีเกินคาดคือ 100 ล้านบาท เร็วกว่าหนังไทยระดับตำนานในปี 2556 อย่าง ‘พี่มากพระโขนง’ หนังไทยจากค่าย GTH ที่ใช้เวลา 4 วันถึงจะมีรายได้ 100 ล้านบาท

และเมื่อ..”พี่มากพระโขนง” ปิดจ๊อบรายได้ฉายรวมทุกจังหวัดทั่วประเทศคือ 1,000 ล้านบาท

หลายกระแส ก็เลยลุ้นกันว่าความแรงของ “นาคี 2” จะมีรายได้เทียบชั้นเท่ากับ ”พี่มากพระโขนง” ได้หรือไม่?

สูตรสำเร็จ นาคี 2เกิดจากอะไร ทั้งๆ ที่ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาคือช่วงเวลาขาลงแบบดำดิ่งของอุตสาหกรรมหนังไทย

ต้องบอกว่ากระแสจากละคร TV ภาคแรก ที่มีเรตติ้งเฉลี่ยถึง 17 ทั่วประเทศ ซึ่งนั่นแปลว่า นาคี 2เองก็มีฐานแฟนคลับคนดูละครเรื่องนี้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งหากดัดแปลงเป็นภาพยนตร์แถมยังเป็นภาคต่อ

ย่อมเป็นสารกระตุ้นให้แฟนละครเรื่องนี้ ตีตั๋วชมภาพยนตร์ได้ไม่ยาก ยิ่งได้ผู้กำกับอย่าง “พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” ที่เคยกำกับภาคแรกที่เป็นเวอร์ชั่นละครจนมีเรตติ้งทะลุจอทีวี

เมื่อมากำกับเป็นภาพยนตร์ “พงษ์พัฒน์” ก็ย่อมรู้ทางเป็นอย่างดีว่าคนดูต้องการอะไรจาก “นาคี 2”

ที่น่าสนใจกว่านั้นหาก Insight ลงไปถึงคนที่ตีตั๋วชมภาพยนตร์เรื่องนี้ สัดส่วนจะไปอยู่ที่คนต่างจังหวัดมากกว่าคนในกรุงเทพฯ โดยข้อมูลจากทางช่อง 3 ระบุว่าคนที่ตีตั่วชม นาคี 2จะเป็นคนต่างจังหวัด 70% และคนกรุงเทพ 30%

และที่เป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กชิ้นดีนั้นคือการเลือกคู่จิ้นเบอร์ 1 ของช่อง 3 อย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ อุรัสยา เสปอร์บันด์ มาสวมบทพระเอกนางเอกตัวหลัก ซึ่ง 2 คนนี้เป็นซุปตาร์ที่มีฐานแฟนคลับมหาศาล

และกลุ่มแฟนคลับเหล่านี้นอกจากจะตีตั๋วชม นาคี 2แล้วนั้น ยังเป็นเสมือนกองหนุนชักชวนแบบปากต่อปากในโลก Social media ทั้งใน facebook ตัวเองและในเพจต่างๆ ให้คนไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ 

ในขณะที่ประเด็นร้อนก่อนหน้านี้ในการเลือก อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท “สร้อย” โดยเธอต้องพูดภาษาอีสาน และเคยให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า

“ไม่เคยพูดสำเนียงอีสาน เป็นสิ่งที่เริ่มจากศูนย์และต้องฝึกฝนอยู่นาน ซึ่งก็จะยากพอสมควร”

ทำให้มีการตั้งประเด็นในโลกออนไลน์ก่อนหนังจะฉายว่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ จะพูดสำเนียงอีสานได้ดีแค่ไหน?

แต่เธอก็สามารถพลิกข้อสงสัยให้กลายเป็นคำชม ถึงบทบาทสาวอีสานที่สำเนียงถอดออกมาจากต้นแบบไม่มีผิดเพี้ยน

อีกทั้ง นาคี 2ยังเลือกจะหยิบสองพระนางจากนาคีภาคแรกอย่าง ณฐพร เตมีรักษ์ และ ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค มา สร้างแรงดึงดูดให้แฟนคลับติดตาม แม้จะมีบทบาทในภาค 2 น้อยมาก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันให้คนพูดถึง 

จะเห็นได้ว่าทั้งตัวดาราและผู้กำกับก็เป็นคนจากช่อง 3 แน่นอนนายทุนใหญ่ของ Project นาคี 2 ก็ย่อมจะต้องเป็นบิ๊กบอสใหญ่ของตึกมาลีนนท์อย่าง “ประวิทย์ มาลีนนท์” และค่ายหนังอย่าง “เมเจอร์”

ไม่ต้องแปลกใจที่ช่อง 3 จะรายงานความเคลื่อนไหวด้านรายได้และอีเวนท์ของภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างถี่ยิบ เพื่อ  บิวด์ให้คนที่ตีตั๋วชมในโรงภาพยนตร์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  

สุดท้ายคือ CG ในการทำพญานาคที่ถือว่าทำได้ดีพอสมควร ได้รับเสียงชื่นชมและบอกต่อกันปากต่อปากในโลกออนไลน์

นาคี 2จึงกลายเป็นหนังไทยที่ถือเป็นพระเอกเบอร์หนึ่งผู้ “พลิกเกม” อุตสาหกรรมหนังไทยที่ซบเซามานานกว่า 5 ปี จากในช่วงที่เคยพีคๆ อย่างในปี 2556 ที่อุตสาหกรรมหนังไทยเคยมีรายได้แตะ 3,000 ล้านบาทด้วยหนังอย่าง “พี่มากพระโขนง” และหนังไทยเรื่องอื่นๆ

จากนั้นในปีต่อมาอุตสาหกรรมหนังไทยก็มีรายได้ลดหลั่นลงมาต่อเนื่อง

เอ็ม พิคเจอร์ส มองว่านอกจาก นาคี 2ที่กำลังสร้างรายได้ร้อนแรง จะช่วยผลักดันให้ปีนี้อุตสาหกรรมหนังไทยเติบโต 100% กลับสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นแล้วนั้น

ในปีนี้ยังมีหนังไทยอีก 4 เรื่องที่เข้าโรงภาพยนตร์ไปแล้ว และสามารถทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น น้องพี่ที่รัก, ขุนพันธ์ 2, 9 ศาสตรา และ ไบค์แมน

รวมไปถึงหนังใหม่ของ GDH ที่กำลังเข้าฉายอย่าง homestay ที่มีดาราแม่เหล็กดึงดูดโอตะให้เข้าโรงภาพยนตร์อย่าง “เฌอปราง bnk48” ที่คาดว่าจะทำเงินเกิน 100 ล้านบาท

เพราะฉะนั้นในปี 2561 นี้ที่วงการหนังไทยกลับมาฟื้นตัวมีรายได้เติบโตอย่างเหลือเชื่อ อาจจะเป็นก้าวแรกที่จะทำให้วงการหนังไทยกลับมาสู่ยุครุ่งเรืองเหมือนอย่างในอดีต

หรืออาจจะเป็นแค่การเติบโตเพียงชั่ววูบเดียว แล้วกลับสู่จุดตกต่ำเหมือนเดิม

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer