Honda HR–V มี Market Share 80% ของตลาดรถยนต์ SUV ขนาดกลาง เรียกว่าจะกินรวบทั้งตลาดแล้วก็คงจะไม่ผิด
และตัวเลข 80% นี้ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทำให้รถ SUV ทั้งหมดของ Honda มี Market Share เป็น 29.8% ซึ่งถือเป็นแบรนด์ที่มีสัดส่วนมากที่สุดในตลาดรถยนต์ SUV ทั้งหมด
จากข้อมูลในข้างต้นนี้ กลายมาเป็นประเด็นคำถามที่น่าสนใจว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้ Honda HR–V ประสบความสำเร็จได้มากถึงเพียงนี้ ?
ทั้ง ๆ ที่ในตอนแรกที่เปิดตัวมา มีหลายคนสบประมาทว่ามันคือรถยนต์ ที่จะมาชนกับรุ่นพี่อย่าง CR–V ด้วยซ้ำ
บทวิเคราะห์จาก Marketeer ที่ด้านล่างนี้ น่าจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับใครหลาย ๆ คน
1. Honda HR-V รถยนต์ M-SUV รุ่นแรกที่เข้ามาเปิดตลาดในไทย
ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มมองหารถยนต์ที่สามารถตอบโจทย์ชีวิตได้อย่างรอบด้านเช่นสามารถเอาไว้ขับไปเรียน ไปทำงานหรือจะเดินทางไกลไปเที่ยวต่างจังหวัด
และแน่นอนว่าผู้ใช้รถแทบทุกคนอยากจะหารถคู่ใจที่ตอบโจทย์ของตัวเองในหลายๆด้าน รวมถึงเรื่องของราคา
แบรนด์รถยนต์หลาย ๆ ค่ายจึงได้เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางหรือเพื่อการใช้งานของคนรุ่นใหม่ที่กะทัดรัดคล่องแคล่วมากขึ้น แต่ยังคงความอเนกประสงค์เช่นเดิม โดยราคาขายก็จะอยู่ที่ประมาณ 900,000–1,200,000 บาท
ซึ่งถ้าย้อนไปดูในอดีต Honda HR–Vคือรถยนต์ M–SUV รุ่นแรกที่เข้ามาเปิดตลาดในบ้านเรา
เมื่อมาก่อน จึงเป็น M–SUV ที่ผู้บริโภคจดจำได้ก่อนด้วยเช่นกัน
2.ครบครันด้วยดีไซน์และฟังก์ชั่นไปด้วยกัน
นอกจากดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น โฉบเฉี่ยวในสไตล์สปอร์ตอย่างรถคูเป้แล้วนั้น การออกแบบภายในยังดูหรูหราด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทันสมัย ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้อย่างครบครัน ทั้งยังมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่ล้ำสมัย
เรื่องดีไซน์ภายนอก ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ ด้วยความโดดเด่น โฉบเฉี่ยวในสไตล์สปอร์ต อย่างรถคูเป้ อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ Marketeer ได้ลองไปถามจากผู้ใช้งานจริงคือหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา ที่ไม่ได้เอาไปเปิดเพื่อสร้างบรรยากาศเท่านั้น แต่มันยังเป็นสิ่งที่ทำให้การถ่ายรูปบนรถ สวยขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย
สะดวกสบายด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัย คอนโซลกลางแบบ 2 ชั้น ใส่ของได้เยอะ มีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (One Push Ignition System) สตาร์ทรถง่ายเพียงปุ่มเดียว ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) ปลดล็อคประตูได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องหยิบกุญแจมาไข
มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยมาตรฐานความปลอดภัย อาทิ ระบบถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และกล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera) จะถอยหลังระยะไหน ก็มั่นใจเห็นภาพชัดเจน
เครื่องแรงแต่ประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร 141 แรงม้า ให้กำลังแรงที่เหมาะสมกับการขับขี่ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด และรองรับพลังงานทางเลือก E85
3.พื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ไฮไลท์สำคัญที่ทำให้ลูกค้าหันหนีจากคู่แข่ง
เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ ที่ภายนอกของรถ HR–V ถูกออกแบบมาให้โฉบเฉี่ยว เรียวเหมือนจะกินพื้นที่เบาะด้านหลัง แต่เมื่อเข้าไปภายในห้องโดยสารกลับมีพื้นที่กว้างงงงงง ~ ให้นั่งกันได้แบบสบาย ๆ แถมยังสามารถพับเบาะปรับแต่งให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ได้มากถึง 3 รูปแบบไม่ว่าจะเป็น Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode ทำให้ไม่ว่าจะขนของหรือจะขนคนก็ได้ทั้งนั้น

พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายพร้อมตอบสนองทุกการใช้งานตามสไตล์รถมินิแวน ซึ่งสามารถเก็บถุงกอล์ฟขนาดปกติได้ถึง 3 ใบ(หรือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ได้หลายใบ) อีกทั้งยังมีความกว้างที่มากกว่าคู่แข่ง ซึ่งหากพับเบาะที่นั่งด้านหลัง จะช่วยเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้มากยิ่งขึ้น
นอกจากพื้นที่จุสัมภาระที่มากแล้ว การออกแบบสัดส่วนประตูด้านท้ายให้มีความสูงจากพื้นที่พอเหมาะทำให้การขนย้ายสิ่งของเข้า-ออกเป็นไปอย่างสะดวก
4.รางวัลการันตีคุณภาพ
คงปฎิเสธไม่ได้ว่ารางวัลการันตีคุณภาพนับเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือก HR-V ด้วยเช่นกัน
เพราะกวาดรางวัลของหลายสำนักทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ถ้าถามว่าสุดท้ายแล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้ Honda HR–Vประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของยอดขาย รวมถึงการเป็นรถยนต์ที่สามารถครองใจผู้บริโภคหลาย ๆ คนทั้งในไทยและต่างประเทศ คงไม่ใช่เพราะเหตุผลเพียงข้อใดหนึ่ง
แต่เป็นเพราะความครบครัน ที่ตอบโจทย์อินไซต์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้อย่างรอบด้านคือสิ่งที่ทำให้ Honda HR–V มียอดขายสะสมกว่า 62,000 คัน ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2014
และไม่แน่ว่าในอนาคต Honda HR–V อาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งรถในตำนานของ Honda ตามรอยรุ่นพี่อย่าง Civic, Jazz, Accord หรือ CR–V ที่ไม่ว่าจะออกรุ่นใหม่หรือ Minor Change มากมายเท่าไหร่ ก็มักจะได้กระแสตอบรับดีจากผู้คนเสมอมา
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline
