เสียวหมี่ เดินเกมบุกตลาด ถูกและดี เปิดตัว Mi8 series สู้ศึกสมาร์ทโฟนไทย

ท่ามกลางการแข่งขันอันร้อนระอุจากสมาร์ทโฟนแบรนด์ต่างๆ ทั้งแบรนด์เกาหลี แบรนด์จีน และไอโฟน ที่ต่างเปิดตัวออกสู่ตลาดในไตรมาสสุดท้าย เพื่อดึงเม็ดเงินของผู้บริโภคให้เลือกซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่มาใช้งานในเทศกาลท่องเที่ยวช่วงปีใหม่

โดยเฉพาะตลาดสมาร์ทโฟนระดับราคา 5,000-10,000 บาท ซึ่งเป็นตลาดหลักของสมาร์ทโฟนประเทศไทยที่การแข่งขันรุนแรงเป็นพิเศษ จากบรรดาแบรนด์จีนและเกาหลี ที่ต่างเปิดตัวสมาร์ทโฟนออกมาหลากรุ่นเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดให้กลับมามากที่สุด

ล่าสุดเสียวหมี่ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ตัว Mi8 Pro ในระดับราคา 19,990 บาท เพื่อขยายกลุ่มผู้ใช้เสียวหมี่ไปยังกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นพรีเมียมมากขี้น และ Mi8 Lite สมาร์ทโฟนที่เน้นเซลฟี่ ในราคาเริ่มต้นที่ 7,990 บาท เพื่อขยายไปยังตลาด Young Genaration

โดย Mi8 Pro และ Mi8Lite เป็นสมาร์ทโฟนตัวที่ 16-17 ที่เสียวหมี่เปิดตัวในปีนี้

“สมาร์ทโฟนในตระกูล Mi 8 นี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนมี่ทั่วโลก และจากความสำเร็จนี้ ผมมั่นใจว่า Mi 8 Lite และ and Mi 8 Pro จะเป็นการเพิ่มทางเลือกและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าชาวไทย” จอห์น เฉิน ผู้อำนวยการ บริษัท เสียวหมี่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

โดยจุดเด่นของ Mi 8 Pro ที่เพิ่มจาก Mi 8 คือฟีเจอร์สแกนนิ้วใต้หน้าจอ ที่ตอบสนองฉับไว ปลดล็อกหน้าจอเพียงนิ้วสัมผัส และ Mi 8 Lite กล้องหน้า 24MP สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่ ทำงานคู่กับเซ็นเซอร์หลักของ Sony IMX576 จับภาพได้แม่นยำกว่าที่เคยแม้ในสภาพแสงน้อย

และทำตลาดผ่านจุดเด่นของสมาร์ทโฟนคือสเปคเกินราคาและดีไซน์สวย ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดที่เสียวหมี่ใช้กับทั่วโลก

นอกจากการเปิดตัว Mi8 Pro และ Mi8 Lite เสียวหมี่ยังมีแผนขยาย Mi Shop เพิ่มเป็น 30 แห่งในปีนี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 15 แห่ง โดยเน้นไปยังกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครศรีธรรมราช ก่อนที่จะขยายไปยังจังหวัดรองอย่างลำพูน และอื่นๆ พร้อมกับทำกิจกรรมการตลาดโรดโชว์ตามจังหวัดต่างๆ เพื่อสร้าง Brand awareness มากขึ้น

โดยในหนึ่งปีที่ผ่านมาแบรนด์เสียวหมี่เริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนไทยมากขึ้นจากยอดแฟนเพจเสียวหมี่ ที่มีการเติบโต 5 เท่า จาก 30,000 คนในต้นปี เป็น 150,000 คนในปัจจุบัน

ทั้งนี้ตลาดโลกในปีที่ผ่านมาเสียวหมี่เป็นเพียงหนึ่งใน 2 แบรนด์ที่มียอดจำหน่ายเติบโต ท่ามกลางการติดลบของสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ โดยแบรนด์ที่มียอดการเติบโตสูงสุดได้แก่ หัวเว่ย ด้วยการเติบโต 32.9% เสียวหมี่เติบโต 21.3%

และไตรมาสสามของปีนี้เสียวหมี่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับสี่ในตลาดโลก อันดับหนึ่งได้แก่ ซัมซุง 20.3% หัวเว่ย 14.6% แอปเปิ้ล 13.2% เสียวหมี่ 9.7% และออปโป้ 8.4%


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer