Moleskine ทำยังไงให้ผู้คนยอมจ่ายเงินหลักพัน เพื่อแลกกับสมุดโน้ตที่แทบจะไม่มีลวดลาย

“ถ้า Hermes คือแบรนด์ Hi-End สำหรับกระเป๋า

Moleskine ก็คือแบรนด์ Hi-End สำหรับสมุดโน้ตเช่นกัน”

หลายคนสงสัยว่าทำไมสมุดโน้ตเรียบง่ายที่แทบจะไม่มีลวดลายอะไรเลยถึงตั้งราคาขายในราคาหลักพัน และยังคงขายได้มายาวนาน 20 กว่าปี

ถ้าอย่างนั้นเราคงจะต้องถามกลับแบบนี้ ว่าทำไมกระเป๋า Hermes ถึงสามารถขายในราคาหลักล้านบาทได้ ?

เพราะนอกจากคุณสมบัติความเป็นหนังแท้ ความคราฟต์ในการตัดเย็บกระเป๋า และความทนทาน แบรนด์ คือสิ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนตัดสินใจเลือกซื้อ Hermes แม้มันจะเป็นราคาที่สามารถซื้อรถยนต์ได้หนึ่งคันแถมยังเหลือเงินทอนด้วยก็ตาม

เช่นเดียวกันกับที่หลายคนตัดสินใจซื้อ Moleskine เพราะเป็นสมุดโน้ตที่ทำมาจากกระดาษแบบ Acid-free ซึ่งเป็นกระดาษชนิดเดียวกับหนังสือประวัติศาสตร์หลายเล่มเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวมากขึ้น แถมยังมีคุณสมบัติในการถนอมสายตา, มีการยึดติดกระดาษด้วยการเย็บซึ่งคงทนกว่าการยึดด้วยกาว, มียางอีลาสติกเพื่อเอาไว้คั่นและปิดสมุดไม่ให้แยกออกจากกัน

ที่สำคัญคือ มีความแข็งแรงของแบรนด์ Moleskine ซึ่งถือเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนยอมจ่ายเงินราคาหลักพันเพื่อนำไปใช้จดบันทึกสิ่งต่าง ๆ

แล้วความแข็งแรงของแบรนด์ Moleskine มีที่มาที่ไปอย่างไรล่ะ?

ด้านล่างนี้คือคำตอบ

Fb-Moleskine

“Legendary Notebooks” คือสโลแกนหลักของ Moleskine ที่แบรนด์ได้ออกมาบอกว่าสมุดโน้ตของตัวเองคือสมุดที่ศิลปินระดับโลกอย่าง Van Gogh หรือ Picasso เลือกใช้

แต่เอ๊ะ! ตามข้อมูลบอกว่า Moleskine ถูกก่อตั้งมาในปี 1997 หรือเป็นระยะเวลาเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้น แล้ว Van Gogh กับ Picasso จะมาใช้ได้ยังไงกัน ในเมื่อทั้งสองได้จากโลกนี้ไปกว่าหลายสิบปีแล้ว

ต้องเล่าให้ฟังแบบนี้ จริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้นของแบรนด์มาจากร้านทำสมุดเล็ก ๆ ร้านหนึ่งในเมืองปารีส ที่ทำสมุดคุณภาพดี มีคุณสมบัติอย่างที่เราได้บอกไปข้างต้น คือยึดติดกระดาษด้วยการเย็บ, ทำจากปกแข็งที่มีความทนทาน, มีเนื้อกระดาษแบบ Acid-free ที่ถนอมสายตาและเขียนดีเขียนลื่น, ดีไซน์เรียบง่ายแต่ดูน่าใช้ จนทำให้ศิลปินระดับโลกหลาย ๆ คนซื้อเพื่อไปจดบันทึกและสร้างสรรค์ศิลปะลงไป

ซึ่ง 2 ในนั้นก็คือ Van Gogh และ Picasso แต่สุดท้ายร้านสมุดเล็ก ๆ ที่ว่านี้ก็เลิกผลิตและหายไป

จนกระทั่งในปี 1997 สมุดโน้ตที่มีเอกลักษณ์เป็นปกแข็งสีดำนี้ก็กลับมาอีกครั้ง โดย Maria Sebregondi หญิงสาวชาวอิตาลีคือผู้ที่นำมันมาทำแบรนด์ใหม่ และตั้งชื่อให้ว่า Moleskine ซึ่งเป็นชื่อที่ Bruce Chatwin นักเขียนชื่อดังที่ใช้สมุดโน้ตปกดำตั้งแต่ยังจำหน่ายอยู่ในร้านเล็ก ๆ ที่ปารีสตั้งให้แบบไม่ได้ตั้งใจ

Maria Sebregondi

ถ้าจะให้สรุปแบบเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ สมุดโน้ตที่มีเอกลักษณ์เป็นปกแข็งสีดำนี้มีมากว่าร้อยปีแล้ว แต่ Maria Sebregondi เพิ่งจะเอามาทำแบรนด์ให้คนเรียกว่า Moleskine เมื่อ 20 กว่าปีนี้นั่นเอง

และด้วยความเป็นสมุดโน้ตที่ศิลปินระดับโลกเลือกใช้ มันจึงเป็นแรงจูงใจชั้นดีที่ทำให้ศิลปิน นักคิด นักเขียนในปัจจุบันเลือกใช้ตามไปด้วย หนึ่งในนั้นคือ Angelina Jolie ที่เรามักจะเห็นภาพ Jolie ใช้ Moleskine เพื่อจดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ขณะเดินทางไปช่วยเหลือผู้ยากไร้

ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์แข็งแรงขึ้นไปอีก

และเมื่อ Influencer เลือกใช้ มันก็เป็นแรงจูงใจอีกต่อหนึ่งให้คนทั่วไปอยากจะซื้อ Moleskine มาใช้ด้วยเช่นกัน

ไม่ใช่แค่เพื่อจดบันทึก แต่มันยังเป็นสิ่งของที่ใช้สะท้อนและบอกตัวตนในแง่ของความเป็นคนคูล ๆทางความคิด’ อีกด้วย

ขอบคุณภาพ : Fb-Moleskine, martweek


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer