ร้านบิ๊กเต้ โชห่วย 10 ล้าน

ใครว่าร้านโชห่วยจะอยู่ไม่ได้ ในยุคที่ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดย่อมขยายสาขาทุกหย่อมหญ้า แต่ร้านบิ๊กเต้ ร้านโชห่วยระแวกมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ รังสิต ของ ศตวัสส์ ฝ่ายรีย์ หรือบิ๊กเต้ ที่น้องๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิตรู้จักดีกลับเติบโตอย่างน่าสนใจ

การเติบโตนี้มาจากการติดป้ายเขียนภาษากวนๆ แนะนำ รีวิวสินค้าด้วยลายมือจนถูกแชร์และบอกต่อในโลกโซเชียลอย่างเดียวใช่หรือไม่

บอกเลยว่าไม่ใช่ทั้งหมด

การเติบโตของร้านบิ๊กเต้ มาจาก

1.รู้จักลูกค้าผ่านการเก็บข้อมูล ศึกษาข้อมูลลูกค้าจากการเก็บ Data Base วิเคราะห์ลูกค้าคือใคร ทั้งเพศ อายุ อาชีพ และเข้ามาซื้อสินค้าแต่ละประเภทเมื่อไร และมีพฤติกรรมในการเลือกซื้ออย่างไร เพื่อจัดวางสินค้าให้ลูกค้าได้เห็น รวมถึงแคมเปญโปรโมชั่นกับลูกค้าตรงตามความต้องการ เช่นแคมเปญ ลดราคากาแฟกระป๋องตอนช่วงสอบของนักศึกษาซึ่งเป็นลูกค้าหลัก เป็นต้น

2.มองลูกค้าเป็นเพื่อน สื่อสารถึงลูกค้าด้วยแคปชั่นต่างๆ เขียนด้วยลายมือ ภาษากวนๆ แฝงด้วยความห่วงใย เข้าใจง่ายเป็นมิตร ก่อนที่จะลงท้ายด้วยชื่อบิ๊กเต้ เพื่อสร้างความสนิทสนมประหนึ่งเป็นพี่เป็นน้องกับลูกค้า

บิ๊กเต้เคยเล่าว่าที่มาของการเขียนแคปชั่นอธิบายสินค้ามาจากช่วงแรกของการทำร้านบิ๊กเต้เกิดภาวะขาดทุน เขาจึงใช้วิธีสร้างเชื่อมสัมพันธ์สร้างความสนิทสนมกับลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา ด้วยการพูดคุย ผูกมิตร เพื่อให้เกิดความรู้สึกดีในการเข้ามาใช้บริการ และกลับมาซื้อซ้ำ ก่อนขยายไปเป็นการเขียนรีวิวแนะนำสินค้า แคมเปญโปรโมชั่นด้วยลายมือ ที่แฝงด้วยภาษากวนๆ หยิกแกมหยอก ซึ่งเป็นอุปนิสัยส่วนตัวของบิ๊กเต้เข้าไปในนั้น

ปัจจุบันการเขียนรีวิว แนะนำสินค้า แคมเปญโปรโมชั่นด้วยลายมือได้กลายเป็นเสน่ห์ของร้านบิ๊กเต้ จนบางครั้งลูกค้าจากที่อื่นๆ ในละแวกใกล้เคียงเมินร้านสะดวกซื้อหรือโชห่วยอื่นๆ ยอมเดินทางไกลกว่าเดิมเพื่อมาร้านบิ๊กเต้ที่มี 2 สาขาคือสาขาใต้หอพักซันต้า ตรงข้ามสนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสาขาในหอพัก 2B Casa ที่อยู่ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หรือลูกค้าบางคนไม่ได้อยากซื้ออะไรในร้านบิ๊กเต้ แต่เข้ามาเพราะต้องการอ่านข้อความที่บิ๊กเต้เขียนคลายเครียด และผลปรากฏว่า ได้สินค้าติดมือกลับไป เพราะพลังรีวิว เชียร์อัพสินค้าของบิ๊กเต้นั่นแหละ

ส่วนการเริ่มต้นแนะนำรีวิวสินค้าด้วยลายมือ เกิดจากการที่บิ๊กเต้ไม่อยู่ร้านตลอด และสินค้าบางรายการเป็นสินค้าที่ลูกค้าเข้ามาถามวิธีการใช้งานตลอด เขาจึงลองเขียนแนะนำการใช้สินค้าด้วยมือตัวเอง โดยผงสลายท่อตันเป็นสินค้าแรกที่บิ๊กเต้เเต้เขียนรีวิว ซึ่งได้รับการตอบรับดีก่อนขยายไปยังสินค้าอื่นๆ

3.คัดเลือกสินค้าจากลูกค้า

การคัดเลือกสินค้าเข้ามาจำหน่ายในร้านบิ๊กเต้ จะประกอบด้วยกลยุทธ์ TREAT ได้แก่

Teenage – คัดเลือกสินค้าที่วัยรุ่นชื่นชอบ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของร้าน โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะต้องเป็นสินค้าที่มี อย. เท่านั้น

Rare item-สินค้าที่หาซื้อยากตามร้านโชห่วย หรือร้านสะดวกซื้อ

Entrepreneur – รับฝากขายสินค้านักศึกษา

As you wish – นำสินค้ามาจำหน่ายตามคำเรียกร้องของลูกค้า ในรูปแบบน้องขอมาบิ๊กเต้จัดให้

Trendy – นำสินค้าที่เป็นกระแสเข้ามาจำหน่าย โดยศึกษากระแสจาก พันทิป โซเชียลมีเดีย และสื่อทีวี เช่นตอนคลิปเหนียวไก่ดัง บิ๊กเต้ก็มีข้าวเหนียวไก่ขาย ไมโลคิวป์ดัง บิ๊กเต้ก็มีให้บริการ

4.บิ๊กเต้มองว่าถ้าจะเข้าถึงลูกค้าให้มากที่สุด ต้องไปในที่ๆ ลูกค้าอยู่ และลูกค้าของบิ๊กเต้เป็นนักศึกษา บิ๊กเต้จึงมีทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ ไอจี เพื่อโปรโมทสินค้า ด้วยการโพสต์รูปสินค้าและข้อความเชียร์หรือรีวิวสินค้าในโซเชียลอยู่เสมอ และผลที่ได้รับกลับมาคือ Awareness ที่ได้รับกลับมาการแชร์ต่อกันในวงกว้าง

และการแชร์ข้อความของบิ๊กเต้ผ่านโซเชียลมีเดียยังทำให้แบรนด์รู้จักร้านบิ๊กเต้มากขึ้น และให้สินค้า/ส่วนลดพิเศษมาทำแคมเปญโปรโมชั่นผ่านร้านบิ๊กเต้มากขึ้นตามมา

5.เปิดขายสินค้าโชห่วยผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ พร้อมบริการส่งพัสดุถึงบ้าน เสริมรายได้ในช่วงปิดเทอมซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่อยู่หอพัก เพราะกลับไปอยู่บ้านหรือเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนและครอบครัว

แม้ธุรกิจร้านบิ๊กเต้จะเดินมา 4 ปีกว่า และการเขียนรีวิวแนะนำสินค้าจะไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเสน่ห์ของร้านบิ๊กเต้ที่ครองใจลูกค้าโดยเฉพาะนักศึกษาจนถึงวันนี้

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer