เฮลซ์บลูบอย รายได้เท่าไร ? ค้นหาคำตอบความสำเร็จในความหวานของ เฮลซ์บลูบอย
ใครไม่รู้จักเฮลซ์บลูบอยยกมือขึ้น
ไม่มีใครยกมือ แสดงว่าน้ำหวานเข้มข้นเฮลซ์บลูบอยไม่ได้สร้างความหวานเฉพาะรสชาติเท่านั้น แต่ยังสร้าง Brand Awareness เข้าไปอยู่ในใจคนทุกรุ่นทุกสมัยมาอย่างยาวนานจนชื่อเฮลซ์บลูบอยได้กลายมาเป็น Generic Name ของน้ำหวานเข้มข้นในประเทศไทยไปเสียแล้ว
เรามาดูกันว่า เฮลซ์บลูบอย รายได้เท่าไร

จากตัวเลขที่เฮลซ์บลูบอยได้รายงานกับกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ในแต่ละปีน้ำหวานเข้มข้น เฮลซ์บลูบอยรายได้มากกว่า 2 พันล้านบาท ไม่ธรรมดาเลย
แม้ใน ปี 2559 และ 2560 เฮลซ์บลูบอยจะมีรายได้ที่ลดลง ส่วนหนึ่งเพราะ
1. ตลาดน้ำหวานเข้มข้นในประเทศไทยมีความอิ่มตัว ไม่สามารถเติบโตได้มากนัก ประกอบกับตลาดนี้ยังมีคู่แข่งจากน้ำหวานเข้มข้นของไทยและแบรนด์เทศอื่นๆ ที่มีกลิ่นและรสชาติทันสมัยเหมาะกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ เช่น รสชาติ บลูฮาวายส้ม โยเกิร์ต หรือแม้แต่แดงโซดา ที่เข้ามาแย่งที่เมนูขายน้ำชง น้ำปั่น และร้านอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในรายได้หลักของเฮลซ์บลูบอย
เพราะก่อนหน้านั้นร้านน้ำชงส่วนใหญ่นอกเหนือจากกาแฟและชา จะมีเมนูหลักเพียงน้ำแดงโซดา นมชมพูเย็น ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ใช้น้ำหวานเข้มข้นเฮลซ์บลูบอยเป็นส่วนผสม จากความหอมหวานและรสชาติหวานกำลังดี
2. ในปี 2558 เฮลซ์บลูบอยมีการเติบโตหลังจากที่เฮลซ์บลูบอยเริ่มทำตลาดต่างประเทศ จากการขยายตลาดไปยังอเมริกาและยุโรป เช่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม เยอรมนี ออสเตรีย ลักเซมเบิร์ก และอเมริกา ซึ่งเป็นไปได้ว่าเฮลซ์บอยจะได้รับผลกระทบจากตลาดส่งออกที่ต้องแข่งขันกับแบรนด์โลคอลและเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยสู้ดีนักของแต่ละประเทศ
สำหรับตลาดประเทศไทยเฮลซ์บลูบอยสามารถอยู่อย่างยั่งยืนในประเทศได้ มาจาก
1. ชื่อเสียงที่มีมานาน
เฮลซ์บลูบอยได้ชื่อว่าเป็นน้ำหวานเข้มข้นรายแรกๆ ของไทย ที่มีต้นกำเนิดจาก 4 พี่น้องตระกูล พัฒนะอเนก ในปี 2502 หรือ 59 ปีที่ผ่านมา
ซึ่งก่อนหน้านั้น 4 พี่น้องตระกูลพัฒนะอเนกเป็นเพียงเจ้าของร้านโชห่วยขายของชำเท่านั้น แต่พวกเขามีแนวคิดในการลองทำน้ำหวานเข้มข้นในสูตรของตัวเองบรรจุขวดแก้วจำหน่ายเนื่องจากมองว่าน้ำหวานเข้มข้นเป็นตลาดที่ใหม่ แต่เป็นตลาดที่น่าจะมีความต้องการเพราะน้ำหวานสูตรเข้มข้นสามารถเก็บได้นาน และนำไปผสมน้ำดื่มรับประทานได้ทันที
โดยเริ่มแรกของธุรกิจน้ำหวานเข้มข้น 4 พี่น้องได้ตั้งชื่อแบรนด์ของตัวเองว่า เฮลซ์บลูบอยเพื่อให้เกิดการจดจำและใช้เป็นชื่อเรียกแทนน้ำหวานในรูปแบบนี้
นับว่าเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ เพราะในยุค 2502 เป็นช่วงที่ตลาดมีดีมานด์มากกว่าซัปพลาย สินค้าที่เข้าสู่ตลาดในเวลานั้นถ้าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ ก็สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และเฮลซ์บลูบอยก็เช่นกัน
2. คุณภาพของสินค้า
หลังจากที่เฮลซ์บลูบอยได้แจ้งเกิดในตลาด 4 พี่น้องตระกูลพัฒนะอเนกได้มีการปรับปรุงสูตรอยู่เสมอ เพื่อให้น้ำหวานที่นำออกมาจำหน่ายมีรสชาติคงที่และหวานหอมถูกปากชาวไทย
ปัจจุบัน เฮลซ์บลูบอยบริหารโดย 4 พี่น้องรุ่นที่สองของตระกูลพัฒนะอเนก ยังคงให้ความสำคัญด้านคุณภาพ ด้วยการเลือกใช้น้ำตาลซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อให้น้ำหวานมีคุณภาพเท่ากันทุกขวด และยังคงใช้ขวดแก้วเพื่อบรรจุน้ำหวานแทนขวดพลาสติกเพื่อลดต้นทุน เพราะการบรรจุขวดแก้วสามารถรักษาคุณภาพ เก็บได้นาน 3-5 ปี ส่วนขวดพลาสติกสามารถเก็บรักษาคุณภาพของน้ำหวานได้เพียง 1-2 ปีเท่านั้น

3. ช่องทางจัดจำหน่าย
เฮลซ์บลูบอยมีจำหน่ายทุกช่องทางตั้งแต่ร้านขายของชำ ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายอุปกรณ์ทำขนม ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นน้ำหวานเข้มข้นที่หาซื้อง่าย
แต่ด้วยรสชาติที่มีถึง 9 รส ได้แก่ สละ ครีมโซดา มะลิ สตรอว์เบอร์รี่ องุ่น สับปะรด แคนตาลูป กุหลาบ และซาสี่ ทำให้รสชาติที่วางจำหน่ายในแต่ละช่องทางจะเน้นไปยังรสชาติที่ขายดีในแต่ละช่องทางเป็นหลัก โดยรสชาติยอดนิยมได้แก่ สละ และครีมโซดา
ส่วนรสชาติอื่นๆ ที่พอขายได้ อย่างเช่น ซาสี่ สับปะรด แคนตาลูป กุหลาบ จะมีวางขายเฉพาะร้านขนาดใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคของการเติบโตเพราะเมื่อลูกค้าหารสชาติที่ต้องการไม่ได้ ก็จะเปลี่ยนใจไปซื้อเครื่องดื่มในรูปแบบอื่นๆ หรือแบรนด์อื่นแทน
4. เป็นสินค้าที่สามารถแปรรูปเป็นของหวานและเครื่องดื่มที่หลากหลาย
เพราะด้วยความเป็นน้ำหวานชนิดเข้มข้นเฮลซ์บลูบอยจึงสามารถนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม และของหวานที่หลากหลาย นอกจากจะนำมาชงกับน้ำราดน้ำแข็งไส หรือใส่ขนมหวานเย็น ทำให้ตลาดนี้สามารถเติบโตจากการที่ผู้บริโภคนำมาต่อยอดสู่ไอเดียเครื่องดื่มและของหวานใหม่ๆ
ทั้งนี้ สังเกตได้ว่าเฮลซ์บลูบอยแทบจะไม่ค่อยออกมาทำตลาด แต่เน้นรักษาชื่อเสียงที่มีมานานจากสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคเป็นผู้กระจายการรับรู้และส่งต่อประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่นโดยไม่จำเป็นต้องใช้งบการตลาดจำนวนมหาศาลแต่อย่างใด
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
