จำนวนนักท่องเที่ยว ปี 2562 มีเท่าไร ? พร้อมเปิดวิชั่น ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

อกเหนือจากการส่งออกแล้ว การท่องเที่ยวยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ดังนั้นการวางกลยุทธ์การตลาดเพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยว จึงยิ่งทวีความเข้มข้น จนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและรายได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

 

จากจำนวนประมาณ  30 ล้านคนในปี 2558 เพิ่มเป็น 38 ล้านคน ในปี 2561 และตั้งเป้าไว้ว่าปี 2562 จะต้องเพิ่มเป็น 40-41 ล้านคน ในขณะที่ยอดรายได้จะต้องได้ประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท

สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 166 ล้านคน-ครั้ง รายได้ที่คาดไว้ก็คือ 1.12 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเดิม 5%

เมื่อรวมกับรายได้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้เป้าหมายรายได้รวมของการท่องเที่ยวปี 2562 ไม่ต่ำกว่า 3.3 ล้านล้านบาท  

หลายปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวชาวจีนจะมีอิทธิพลอย่างมากกับการท่องเที่ยวไทย เพราะมีสัดส่วนประมาณ  1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

ดังนั้น เหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวจีนล่มในจังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2561 ยังเป็นสิ่งที่ค้างคา ผู้ประกอบการชาวไทยหวั่นไหวอย่างมากว่านักท่องเที่ยวที่ลดลงไปจะทำให้ปี 2562 การท่องเที่ยวไม่สดใสหรือไม่

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ กับ Marketeer ว่าประเด็นนี้ ยังเป็นคำถามที่หลายคนเป็นห่วง แต่ขอยืนยันว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาแล้วแน่นอน

ปี 2562 นักท่องเที่ยวจีนยังโต

ผู้ว่า ททท. ยอมรับว่า หลังเกิดเหตุการณ์เรือ ก.ค. ปี 2561 กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ ถึง 20% ในเดือนตุลาคม

พอเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ตัวเลขก็ปรับดีขึ้น ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนทั้งปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 10.5 ล้านคน จากปี 2560 จำนวน 9.8 ล้านคน หรือโตขึ้นประมาณ 8%-10%

“บางข่าวที่บอกว่าคนจีนหายไปครึ่งหนึ่งอาจจะไม่ถูกต้องนัก ช่วง 2 เดือนหลังก็ทยอยกลับมาบ้างแล้ว ถึงจะไม่มากเท่าเดิม เพราะ 6 เดือนแรกเคยโตมากถึง 25%”

ในขณะที่กรุ๊ปทัวร์หายไป ยุทธศักดิ์ยืนยันว่าเทรนด์ของนักท่องเที่ยวชาวจีนเริ่มจะเป็นนักท่องเที่ยวอิสระมากขึ้น

“ดังนั้น ในปี 2562 ผมเชื่อว่านักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงเติบโต ในความรู้สึกของคนจีนยังมองประเทศไทยในมุมที่ดีเสมอ ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาอะไรบ้างก็ตาม ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายต้นๆ สำหรับพวกเขา”

แต่อย่างไรก็ตาม คงไม่ได้เติบโตแบบหวือหวาแต่คาดกันว่าคงจะอยู่ที่ประมาณ 11-12 ล้านคนแน่นอน

โฟกัสตลาดอาเซียนแทนจีน เพื่อกระจายความเสี่ยง

การที่ ครม. ให้ขยายระยะเวลายกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมให้กับนักท่องเที่ยวจาก 20 ประเทศ และ 1 เขตเศรษฐกิจ (ไต้หวัน) โดยขยายเวลาจากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 14 ม.ค. นี้ ไปสิ้นสุดวันที่ 30 เม.ย.2562

ซึ่งจะครอบคลุมถึงช่วงตรุษจีนและสงกรานต์ที่เป็นฤดูกาลที่มีคนเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วย

จากมาตรการดังกล่าวทำให้เกิดการไหลบ่าเข้ามาของนักท่องเที่ยว ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของนักท่องเที่ยวจีนเท่านั้น แต่จะมีนักท่องเที่ยวอื่นๆ เข้ามาด้วย เช่น อินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก เพราะอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตของนักท่องเที่ยวสูงมาก มีการขยายตัวค่อนข้างเร็วใน 2-3 ปีที่ผ่านมา หรือเติบโตสูงถึง 20%

“เราเองเคยตั้งเป้าว่าจะต้องมีนักท่องเที่ยวจากอินเดียประมาณ 2 ล้าน ให้ได้ภายในปี 2020 แต่ปีที่แล้วได้ประมาณ 1.5- 1.6 ล้านคน ปีนี้ผมเลยปรับเป้าใหม่ เป็น 2 ล้านคนเลย”

ถ้าปีนี้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาประมาณ 12 ล้านคน ททท. ก็ตั้งเป้านักท่องเที่ยวชาวอาเซียนประมาณ 10 ล้านคน รวมอินเดียอีก 2 ล้านคน รวมเป็น 12 ล้านคน ที่เหลือคือนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ อีก 20 ล้านคน

ดังนั้น ปี 2562 นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 40 ล้านคน เพิ่มจากปี 2561 ประมาณ 2 ล้านคน รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10% จาก 2 ล้านล้านบาท ในปี 2561  เป็น 2.2 ล้านล้านบาท

เรื่องจำนวนคนเราไม่ได้ต้องการให้เพิ่มขึ้นมากมาย สิ่งที่เราโฟกัสก็คือ เข้ามาแล้วจะบริหารจัดการเขาแบบไหน จะดึงเขาให้จับจ่ายใช้สอยอย่างไร ที่จะให้ชุมชนมีรายได้ด้วย เช่น ให้เขาซื้อของโอทอป ให้ออกไปค้างคืนในโฮมสเตย์ของชาวบ้าน”

เดินหน้าปั้นเมืองรองต่อใน 55 จังหวัด

สำหรับไม้ตายที่สำคัญและจะต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาคือการกระจายนักท่องเที่ยวไปยังจังหวัดอื่นๆ ที่เป็นเมืองรองมากกว่าการกระจุกอยู่ในเมืองใหญ่ของประเทศอย่างที่เคยเป็น

เพื่อให้มีค่าใช้จ่ายในชุมชนมากขึ้น นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม หลังจากที่ผ่านมาสัดส่วนนักท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรองคิดเป็น 80:20 เท่านั้น แต่ในอนาคตหวังว่าสัดส่วนดังกล่าวอาจปรับเปลี่ยนเป็น 60:40

ตั้งแต่ปีที่ผ่านมารัฐบาลพยายามทำให้รายได้ที่เกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยวมีการกระจายตัวมากขึ้น  เช่นการให้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการเข้าพักที่พักในเมืองรอง 55 จังหวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือแม้กระทั่งนิติบุคคล บริษัทต่างๆ ที่จัดอบรมสัมมนาในเมืองรองก็สามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้

เมืองรองที่นักท่องเที่ยวมีการขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรกคือ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ราชบุรี สตูล และลำปาง  โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ มีการเติบโตของผู้มาเยี่ยมเยือนสูงสุด ประมาณ 21% จากการจัดแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก (MotoGP) รายการพีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018 สนามที่ 15 ซึ่งนับเป็นกิจกรรม Sports Tourism ส่วน 5 อันดับของเมืองรองที่มีรายได้จากผู้มาเยือนสูงสุดคือเชียงราย ตราด นครศรีธรรมราช อุดรธานี และตรัง

เพิ่ม จำนวนนักท่องเที่ยว

ด้วยการท่องเที่ยวแบบ “ยั่งยืน” อีกเทรนด์หนึ่งที่เร่งด่ว

แนวโน้มการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบจะมีอิทธิพลอย่างมากในอนาคต ททท. จะพยายามร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เพื่อให้สนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของขยะพลาสติก

เมื่อเร็วๆ นี้ ททท.ได้ทำปฏิญญา “เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ” กับผู้บริหารจากหน่วยงานภาคเอกชนและสมาคมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สมาคมโรงแรมไทย สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา สมาคมเรือไทย และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อรณรงค์การใช้พลาสติกในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ลดลงร้อยละ 50 ภายในปี 2563

พร้อมๆ กับการมุ่งประชาสัมพันธ์ให้เกิดกระแสการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้นักท่องเที่ยวและเจ้าของพื้นที่ได้ตระหนักรู้ถึงปัญหาขยะที่เกิดจากการทำกิจกรรมทางการท่องเที่ยว

เป็นเพียงการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ที่จะทำให้ทุกคนตระหนักถึงการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนรับผิดชอบซึ่งส่งผลสำคัญอย่างมากในการแข่งขันระยะยาว

“เรากำลังมอนิเตอร์อยู่ด้วยความไม่ค่อยสบายใจนักใน 2 เรื่องที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน คือ เรื่องความปลอดภัย ซึ่งอยู่ที่อันดับที่ 118 จาก 136 ประเทศ และเรื่องความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม”

ดังนั้น การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นเรื่องที่ประเทศไทยต้องวางแผนแนวรุกจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้อีกแล้ว

“ปีนี้ผมต้องการจะประกาศให้เป็นปีแห่งการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนรับผิดชอบของประเทศไทย และจะเชิญชวนประเทศอื่นๆ ในอาเซียนเข้าร่วมด้วย เพื่อทำให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในอาเซียน”

กระตุ้นเที่ยวไทยเท่ เปลี่ยน “วันธรรมดา” ให้ “เป็นวันสุข”

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่า ททท. กล่าวว่าตลาดต่างประเทศที่เคยคาดหวังให้เป็นตลาดหลักนั้น มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกอย่างมาก เช่น เรื่องของการเมือง การก่อการร้าย หรือเรื่องของเศรษฐกิจต่างๆ

โดยเฉพาะตลาดระยะไกล ยุโรปและอเมริกา ซึ่งเคยเป็นตลาดที่สำคัญมากในอดีต  แต่ปัจจุบันต้องเผชิญการแข่งขันกับการเปิดประเทศใหม่ๆ เช่น เวียดนาม กัมพูชา หรือเมียนมา

ททท. จำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงด้วยการพยายามสร้างฐานในประเทศให้เกิดความมั่นคง โดยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศโดยคนไทย กระตุ้นคนไทยให้ไปเที่ยวในวันหยุดยาวและวันธรรมดาด้วย 

โดยมีกลยุทธ์สำคัญใน 2 เรื่องคือ

Push คือพยายามให้มีแคมเปญโดยเฉพาะ segment มากขึ้น อย่างเช่นกลุ่มผู้หญิงมีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง เน้นเพิ่มการใช้จ่ายของคนในค่าโรงแรม ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มต่างๆ

Pull โดยทำแคมเปญร่วมกับผู้ประกอบการที่จะสร้างแรงจูงใจให้เกิดการที่คนไปเที่ยวในวันธรรมดา

ปัจจุบันอัตราในการเข้าพักวันธรรมดาอยู่ที่ 30% เป้าหมายที่ต้องการในระยะต้น คือเพิ่มให้ได้ประมาณ 35-40%

“สุดท้าย ผมว่าความต้องการในการเดินทางทั่วโลกมีมหาศาล ทั้งโลกมีไม่ต่ำกว่าพันล้านคน จีนปีหนึ่งๆ มีประมาณ 100 กว่าล้านคนที่ออกมาท่องเที่ยว และเข้ามาในประเทศไทยแค่ 10 ล้านคน ดังนั้น ตลาดนี้ยังมีโอกาสอีกมาก”

ดังนั้น จึงมั่นใจว่าทั้งตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ที่ตั้งเป้าไว้ในปีนี้ มีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer