Circular Economy แค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน นวัตกรรม CSR จาก เอสซีจี

ธีมสำคัญในการทำเรื่อง CSR ของเอสซีจีในปีนี้ คือเรื่อง Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน) ที่ได้เริ่มคิกออฟ มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ด้วยการจัดงาน SD Symposium 2018 และกำลังเป็นประเด็นที่หลายๆ องค์กรของโลกกำลังให้ความสนใจ

จากความเข้าใจรูปแบบระบบเศรษฐกิจเดิมๆ ที่เป็นเส้นตรงคือ Take-Make-Dispose ที่เป็นการนำมาผลิต บริโภค แล้วทิ้งไป

กลายเป็น Circular Economy คือเน้นการรักษาคุณค่าของทรัพยากรให้มากที่สุด ผ่านวงจร Make–Use–Return ซึ่งเป็นระบบที่เอื้อให้เกิดการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและนำสินค้าที่ใช้แล้วจากการบริโภคกลับเข้ามาสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง

ไม่ได้จบแค่งานสัมมนา เอสซีจีจะ Make it Happen อย่างไร

วีนัส อัศวสิทธิถาวร Director of EMBO, SCG อธิบายว่า ปัจจุบันเอสซีจีได้ต่อยอดและขยายแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อ

1. กำหนดกลยุทธ์และนโยบายเรื่องการดำเนินงานด้าน Circular Economy

2. ติดตามความคืบหน้าเรื่อง Circular Economy ในระดับสากลมาใช้ในเอสซีจี

3. สร้างเครือข่ายระดับประเทศและสร้างความร่วมมือระดับท้องถิ่น

4. ส่งเสริมให้พนักงานและคู่ธุรกิจนำเรื่อง Circular Economyไปปรับใช้

5. พัฒนาสินค้าและบริการตามแนวทาง Circular Economy ด้วยการใช้นวัตกรรม

และนำแนวคิด Circular Economy มาปรับใช้จริงในการดำเนินงานของเอสซีจี ตลอด Value Chain ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ กระบวนการผลิต ตลอดจนการเชิญชวนให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วม

พลังที่เข้มแข็งที่สุดก็คือเรา แค่ใส่ใจ 

วีนัสเดินพา Marketeer ไปดูที่วางถังขยะจุดหนึ่งของเอสซีจีในสำนักงานใหญ่เอสซีจี บางซื่อ ซึ่งวางถังขยะเรียงรายไว้ถึง 6 ถัง 6  สี ให้พนักงานต้องคิดนิดหนึ่งก่อนทิ้ง

ทุกคนต้องจำว่า ถังขยะสีฟ้า สำหรับขยะประเภทกระดาษ สีเทา สำหรับขยะประเภทเศษอาหาร ขยะเปียก น้ำ และเปลือกผลไม้ สีเขียว สำหรับขยะประเภทพลาสติก กล่องโฟม สีขาว สำหรับขยะประเภทขวดน้ำ PET สีเหลือง สำหรับขยะประเภทโลหะและแก้ว กระป๋องน้ำอัดลม สีแดง สำหรับขยะอันตราย

ว้าย! ตายแหล่วววว  แค่ 2 ถัง ตามข้างทางข้างถนน แค่ขยะเปียกกับขยะแห้ง สีเขียวกับสีเหลือง หลายครั้งที่เห็นบางคนใส่โดยไม่ได้แยก แต่คราวนี้มีถึง 6 ถัง ใครจะทิ้ง จะได้ผลเหรอ  

ทำไมต้องแยกขยะ ยังไงรถขยะก็ต้องเอาไปเทรวมอยู่ดี  หลายๆ คนอาจจะคิดเช่นนี้  แต่จริงๆ แล้วหากมีการแยกวัสดุส่วนที่ยังมีประโยชน์ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ ฯลฯ เพื่อเอาไป Recycle หมุนเวียนมาใช้ใหม่ ทำให้เหลือขยะจริงๆ เพื่อนำไปกำจัดน้อยลง

“เราต้องเริ่มกระตุ้นให้พนักงานของเรารู้จักแยกขยะ เพื่อความสะดวกในการนำขยะที่ถูกแยกประเภทแล้วนี้ไปแปรรูปเป็นของใช้อื่น และนำมากลับมาใช้ได้ใหม่ โดยเราหวังอย่างมากว่า พฤติกรรมการทิ้งขยะจากที่ทำงานจะถูกนำกลับไปใช้ที่บ้าน และหวังว่าจะขยายผลไปสู่สังคมโดยรวมในอนาคต”

 

เช่น ขยะประเภทกระดาษขาว-ดำ นำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษไอเดียกรีน กระดาษน้ำตาล นำมาผลิตเป็นกระดาษบรรจุภัณฑ์สำหรับทำลอนลูกฟูก ในอนาคตจะมีการแปรรูปขยะประเภท Food Waste เพื่อนำกลับมาใช้ในการปรับปรุงดิน

การคัดแยกขยะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Circular Life โลกน่าอยู่ เริ่มที่เรา” โดยมีเป้าหมายใหญ่คือการจัดการขยะ (Waste Management) และก้าวสู่การเป็น Zero Landfill โดยเริ่มจากพนักงานของเอสซีจีเอง

ในขณะเดียวกันก็ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของพนักงานที่บางซื่อกว่า 1,800 คน ถึงความรู้-ความเข้าใจ และความต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน  

ผลจากการสำรวจพนักงาน กว่า 90% รู้ความหมายของคำว่า แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน กว่า 50% เข้าใจความหมายของคำว่า แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และกว่า 80% พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับแนวคิดโดยเริ่มจากการแยกขยะให้ถูกต้อง การพกกระบอกน้ำและถุงผ้า การใช้กระดาษ 2 หน้า และการงดใช้ถุงพลาสติก

เอสซีจีคือ ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรายใหญ่ของประเทศ  แต่วันนี้ในเอสซีจีแทบไม่มีขวดน้ำพลาสติกให้เห็น และมีนโยบายชัดเจนในการลดการผลิตพลาสติกแบบ “ใช้ครั้งเดียวทิ้ง” ให้น้อยลง ลดจาก 46% เหลือเพียง 23% ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติกโพลลีเอทิลีนจากเทคโนโลยีใหม่ ที่สามารถนำพลาสติกรีไซเคิลมาผสมได้เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า

นวัตกรรม Green Meeting ประชุมกันแบบกรีนๆ

เป็นอีกแนวคิดที่จะนำไปปรับใช้ในทุกการประชุมที่จัดขึ้นในเอสซีจี รวมถึงมีแผนที่จะขยายแนวคิดนี้ไปยังเครือข่ายให้ช่วยกันจัดประชุมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดประชุมผู้นำอาเซียน หรือ ASEAN Summit 2019 ที่เอสซีจีได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอแนวคิด Green Meeting ให้แก่กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้จัดงาน โดยนวัตกรรม Green Meeting มีการจัดใน 5 หมวด ได้แก่

1. การจัดเตรียมสถานที่ที่เดินทางได้สะดวกด้วยระบบการขนส่งมวลชนสาธารณะ

2. การลดใช้เอกสารในทุกขั้นตอน

3. การออกแบบตกแต่งสถานที่ เวที นิทรรศการ ด้วยวัสดุที่สามารถใช้ซ้ำ นำกลับไปใช้ใหม่ รวมถึงการประหยัดพลังงาน ใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟ ปรับอุณหภูมิที่เหมาะสม

4. การจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มให้เพียงพอ ไม่เหลือทิ้ง เลือกอาหารพื้นถิ่น ไม่เกิดขยะจากบรรจุภัณฑ์

5. การคำนวณค่าคาร์บอนที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน แล้วชดเชยด้วยการปลูกต้นไม้ทดแทน

Circular Economy

แท็กทีมกับคู่ค้า พันธมิตร เดินหน้าต่อไม่รอใคร

ด้วยการพัฒนาสินค้าและบริการตามแนวทาง Circular Economyด้วยการใช้นวัตกรรมต่างๆ ที่คิดค้นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจเคมิคอลส์ ร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างเอสซีจีกับกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย  ซึ่งนำพลาสติกใช้แล้ว อาทิ ถุงพลาสติกหูหิ้ว และถุงใส่อาหาร มาเป็นส่วนผสมในการทำถนนยางมะตอย โดยได้สร้างต้นแบบถนนพลาสติกรีไซเคิลขึ้นภายในนิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล และขยายความร่วมมือไปสู่ภาคเอกชน เช่น บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บริษัท SC Asset และ CP All จากการทดสอบโดยภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า ถนนยางมะตอยที่มีพลาสติกใช้แล้วเป็นส่วนประกอบมีคุณสมบัติแข็งแรงคงทนมากขึ้น 15%-33%

ร่วมมือกับบริษัทบางจากในการรีไซเคิลแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว โดยนำกลับมาเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่อีกครั้ง  

รวมทั้งได้นำท่อ PE 100 ที่เหลือจากการทดสอบเม็ดพลาสติกภายในโรงงานมาสร้างประโยชน์ใหม่ มาทำเป็นบ้านปลาหรือปะการังเทียม ซึ่งที่ผ่านมาได้วางบ้านปลาไปแล้วกว่า 1,600 หลัง และตั้งเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมกลุ่มประมงพื้นบ้านในบริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกภายในปี 2563  

ธุรกิจแพ็กเกจจิ้ง

ร่วมกับเทสโก้ โลตัส ตั้งเเต่ปี 2010 นำกล่องบรรจุสินค้าที่ใช้แล้วจากเทสโก้ โลตัส กลับสูโรงงาน เพื่อรีไซเคิลเป็นกระดาษใหม่  

นำเส้นเทปที่ห่อกระดาษที่เหลือจากกระบวนการผลิต ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะกับงานหัตถกรรม โดยนำไปให้กับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหัตถกรรมจักสานบ้านท่าตะคร้อไปสานเป็นตะกร้าที่มีความสวยงาม  

ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

มีการนำขยะจากชุมชนที่ปะปนกันหลายประเภท ผ่านกระบวนการคัดแยกขยะก่อนนำมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงแข็งทดแทน แล้วส่งไปกำจัดเผาเป็นเชื้อเพลิงที่โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ในพื้นที่ต่างๆ ช่วยให้ชุมชนจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ลดปัญหาขยะในชุมชน และช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมีชุมชน อาทิ ชุมชนรอบโรงงานปูนซีเมนต์ จ.นครศรีธรรมราช สระบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่  และลำปาง

วีนัสกล่าวสรุปว่า

“พลังที่ดีที่สุดคือการเริ่มสร้างจิตสำนึกในใจของทุกคน พร้อมจับมือร่วมกันทุกภาคส่วน และขับเคลื่อนไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน