อิเกีย รายได้เท่าไร ? วิเคราะห์ Key Success แบรนด์ IKEA เติบโตเพราะแตกต่าง !!!

ถ้าเอ่ยถึงชื่อ อิเกีย เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันดีในฐานะร้านเฟอร์นิเจอร์ประกอบเองที่มีพื้นที่ร้านขนาดใหญ่  ในการวางจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน อุปกรณ์ทำครัว ข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็ก อาหาร ของรับประทานเล่น และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่เราเข้าไปทีไรแล้วต้องสูญเสียเงินไปกับสิ่งต่างๆ ที่ไม่คาดฝันอยู่บ่อยๆ

แต่คุณรู้ไหมว่า อิเกีย เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ประกอบเอง ที่เกิดจากเด็กอายุ 5 ขวบที่ชื่อว่า Ingvar Kamprad ชาวสวีเดนที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

ในปี 1931 แทนที่ Ingvar จะใช้ชีวิตในวัยเด็ก วิ่งเล่นเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ในทุ่งกว้าง หรือช่วยครอบครัวทำเกษตรกรรมตามพื้นเพของครอบครัวในเมือง Småland ทางตอนใต้ของสวีเดน ในอายุเพียง 5 ขวบ เขาเลือกที่จะเดินทางออกจากเมือง Småland เป็นระยะทางมากกว่า 500 กิโลเมตร เพื่อไปรับไม้ขีดไฟราคาส่งจากเมืองสตอกโฮล์ม มาบรรจุแพ็กเกจใหม่เป็นแพ็กย่อยๆ นำมาเร่ขายให้กับชาวบ้านในเมือง Småland เมืองที่เขาอยู่อาศัย

หลังจากที่ธุรกิจขายไม้ขีดไฟของเด็กชาย Ingvar ประสบความสำเร็จจากมาร์จิ้นในการขายไม้ขีดไฟที่ค่อนข้างสูง เขาได้ขยายกิจการของตัวเองไปสู่สินค้าจิปาถะ

ก่อนที่ขยายไปสู่การสร้างแบรนด์ IKEA ในวันที่ Ingvar อายุ 17 ปี

ในช่วงเวลาที่ Ingvar อายุ 17 ปี ถือเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่พลิกผันชีวิตของ Ingvar ไปตลอดกาล

เขาได้รับเงินเรียนดีจากพ่อจำนวนหนึ่ง ถ้าเป็นเราหรือเด็กวัยรุ่นคนอื่นๆ อาจจะนำเงินนั้นไปเข้าธนาคารเก็บสะสม หรือนำไปใช้ซื้อของที่อยากได้ หรือใช้เที่ยวกับเพื่อนๆ

แต่ Ingvar กลับใช้เงินที่ได้มานี้ลงทุนก่อตั้งธุรกิจของตัวเอง และใช้ชื่อแบรนด์ของตัวเองว่า IKEA

ซึ่งคำว่า IKEA ในที่นี้มาจากคำว่า

I – Ingvar

K – Kamprad

E – Elmtaryd ชื่อฟาร์มที่ Ingvar และครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น

Agunnaryd เป็นหมู่บ้านที่เขาได้เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กหนุ่ม

แรกเริ่มธุรกิจของอิเกียไม่ได้ขายเฟอร์นิเจอร์ประกอบเองเหมือนทุกวันนี้

เพราะ Ingvar ได้เริ่มธุรกิจอิเกียจากการขายสินค้าเบ็ดเตล็ดอย่างปากกา กระเป๋าสตางค์ กรอบรูป ผ้าคาดโต๊ะ นาฬิกา เครื่องประดับ และถุงน่อง ในราคาย่อมเยา จากการมองเห็นความต้องการในตลาด

จนในปี 1948 เขาได้ขยายธุรกิจจากร้านค้าเบ็ดเตล็ดสู่สินค้าที่เป็นเฟอร์นิเจอร์เป็นครั้งแรก จากการมองเห็นช่องว่างการตลาดที่ในยุคนั้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์สวยและมีคุณภาพจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีราคาจำหน่ายสูง ซึ่งคนเดินดินทั่วไปไม่อาจเข้าถึง

และเริ่มจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ผ่านแค็ตตาล็อกในปี 1951 จากการมองเห็นโอกาสที่จะขายสินค้าได้มากขึ้น และอิเกียก็ใช้แค็ตตาล็อกเป็นกลยุทธ์หลักในการทำตลาดนับตั้งแต่นั้นมา

แต่สิ่งที่เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสของอิเกีย เกิดในช่วงปี 1956 ที่โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ตั้งแง่ที่จะไม่ผลิตเฟอร์นิเจอร์พร้อมใช้งานให้

เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นแรงกระตุ้นให้ Ingvar หาทางออกด้วยการคิดค้นวิธีใหม่ๆ ในการผลิต ด้วยการคิดทำเฟอร์นิเจอร์ที่บรรจุอยู่ในกล่องแบนๆ ให้ผู้ซื้อหิ้วกลับบ้านไปประกอบเองผ่านคู่มือที่แนะนำการประกอบที่ทำได้ง่ายๆ

ซึ่งไอเดียนี้กำเนิดจากการที่เขาเห็นพนักงานคนหนึ่งของอิเกียถอดขาโต๊ะที่มีขนาดใหญ่จนไม่สามารถใส่เข้าไปในรถได้ทั้งตัวออกเพื่อให้ใส่เข้าไปในรถได้ และไม่เกิดความเสียหายระหว่างเดินทาง

ไอเดียนี้เองได้เป็นต้นแบบของธุรกิจอิเกียในปัจจุบัน

การที่อิเกียใช้วิธีการที่ให้ผู้ซื้อนำไปประกอบเอง ได้กลายเป็นผลดีกับธุรกิจคือ

1. ลดพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้า เนื่องจากเป็นสินค้าที่บรรจุในกล่องแบนๆ ทำให้เปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บน้อยลง

2. ให้ผู้ซื้อรู้สึกภูมิใจในตัวเอง ในการเป็นผู้ประกอบสินค้าได้ด้วยตัวเอง

3. ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านกำลังคนที่จะต้องคอยประกอบเฟอร์นิเจอร์ให้กับลูกค้าเมื่อลูกค้าสั่งซื้อ

4. สินค้าบางประเภท อย่างเช่น ตู้เสื้อผ้าขนาดเล็ก ตู้เก็บของเล่นเด็ก ถูกแยกเป็นชิ้นๆ ให้ลูกค้าสามารถประกอบได้หลากหลาย ลูกค้าสามารถเลือกชิ้นส่วนและสีตามต้องการเพื่อ DIY เป็นเฟอร์นิเจอร์ของตัวเอง

ทั้งหมดนี้ทำให้อิเกียสามารถประหยัดต้นทุนในการแข่งขันได้จำนวนมาก และทำให้สินค้าที่จำหน่ายผ่านอิเกียสามารถทำราคาได้ถูกลงยิ่งขึ้น

ในวันนี้อิเกียมีสาขาทั่วโลกมากกว่า 400 แห่ง ใน 50 ประเทศ มีรายได้ทั่วโลกในปีที่ผ่านมา 14 ล้านล้านบาท (388,000 ล้านยูโร) โดยในประเทศไทยมีรายได้ในปี 2017 ทั้งสิ้น 4,767 ล้านบาท

 

การเติบโตของ อิเกีย ทั่วโลกและประเทศไทย มาจากกลยุทธ์ที่คล้ายๆ กันคือ

1. กลยุทธ์ด้านโลเคชั่น

แม้อิเกียจะมีโลเคชั่นอยู่แถบชานเมือง แต่ก็มีกลยุทธ์ด้านโลเคชั่นคือ พื้นที่ที่ติดกับคอมมูนิตี้มอลล์ อย่างเช่น อิเกีย บางนา ที่เป็นส่วนหนึ่งในเมกะบางนา และห้างสรรพสินค้าอย่างอิเกีย บางใหญ่ ที่ติดกับเซ็นทรัล เวสต์เกตเพื่อดึงคนที่เข้ามาซื้อสินค้า หรือรับประทานอาหารในคอมมูนิตี้มอลล์-ห้างสรรพสินค้า ที่ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาซื้อสินค้าในอิเกียให้เข้าไปเดินดูสินค้าในช่วงเวลาที่ว่างเพื่อหาไอเดียตกแต่งบ้าน และผลพลอยได้คือ ยอดจำหน่ายที่เกิดขึ้นจากลูกค้ากลุ่มนี้

2. พื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ เข้า-ออก ด้านเดียว

แม้ในปัจจุบันอิเกียจะทดลองตลาดด้วยการปรับกลยุทธ์สู่ร้านขนาดเล็กในตัวเมืองเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคคนเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดหรือห้องพักขนาดเล็กที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกๆ ปี

แต่สิ่งที่เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดของอิเกีย คือโชว์รูมที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว เพื่อบังคับให้ลูกค้าต้องเดินไปเรื่อยๆ เพื่อหาสินค้าที่ตัวเองต้องการ

และระหว่างเดินนั้นได้มีการจัดวางสินค้าและจัดดิสเพย์ให้ลูกค้าเกิดไอเดียนำสินค้าไปใช้ที่บ้าน ทำให้ลูกค้าที่ใจไม่แข็งพอเกิดอาการซื้อสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติมจากที่คิดไว้

ข้อเสียของกลยุทธ์การเดินเข้าแล้วกว่าจะเจอทางออกเพื่อชำระเงินก็คือ ระยะทางเดินที่ยาวนานพอสมควร แม้อิเกียจะทำช่องให้สามารถเดินลัดได้ก็ตาม แต่ก็ทำให้คนที่ขี้เกียจเดิน หรือเร่งรีบ อาจเลือกที่จะไปซื้อสินค้าที่คล้ายๆ กันจากที่อื่นที่ไม่ต้องใช้เวลาเดินนานแทน

3. ร้านอาหาร สมาชิกแลกเครื่องดื่มฟรี

ในอิเกียจะมีร้านอาหารที่จำหน่ายอาหารที่ราคาไม่สูงเกินไปนักให้ลูกค้าที่เดินแล้วรู้สึกหิวแวะรับประทานก่อนเดินดูสินค้าต่อ ซึ่งในร้านอาหารอิเกีย จะมีเครื่องดื่มพวกชา-กาแฟ ให้บริการกับลูกค้าสมาชิกบัตรอิเกียแฟมิลี่สามารถเข้ามาแลกฟรี หรืออาหารลดราคาสำหรับสมาชิก

การที่มีเครื่องดื่มแจกฟรีทำให้ลูกค้าส่วนหนึ่งเห็นความสำคัญกับการสมัครสมาชิก และสิ่งที่ตามมาคือ การได้ข้อมูลลูกค้าในการจัดแคมเปญโปรโมชั่น และส่งแค็ตตาล็อกไปยังบ้านของลูกค้าเพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามาเดินอิเกียในครั้งถัดไป

4. แค็ตตาล็อกพร้อมส่วนลด

อิเกียมีการแจกแค็ตตาล็อกสินค้าไปยังบ้านของลูกค้าทุกปี และในแค็ตตาล็อกนี้มีการแนบคูปองส่วนลดแทนเงินสดในนั้น เพื่อดึงให้ลูกค้าที่อาจจะยังไม่มีความคิดที่จะซื้อสินค้าอิเกียลองเปิดแค็ตตาล็อกดู เพื่อหาสินค้าที่อยากได้ที่สุด และเดินทางไปยังอิเกียเพื่อใช้คูปองที่ได้มาเป็นส่วนลดซื้อสินค้า

5. บริการส่งสินค้าถึงบ้าน

แม้สินค้าอิเกียจะบรรจุอยู่ในแพ็กเกจแบนๆ เพื่อสะดวกในการขนย้าย แต่ก็มีลูกค้าบางกลุ่มที่ไม่สะดวกในการขนกลับบ้าน หรือประกอบเอง ทำให้อิเกียมีบริการขนสินค้าถึงบ้านและบริการประกอบสินค้าให้ลูกค้าที่ต้องการ โดยบริการเหล่านี้ลูกค้าจะต้องเสียค่าบริการเพิ่ม

การเติบโตของอิเกียกลายเป็นสิ่งที่ยืนยันได้อย่างดีว่า ไม่ว่าอายุเท่าไร ถ้ามีไอเดียและเป็นไอเดียที่ถูกต้อง ก็สามารถสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งได้

และแม้ Ingvar จะได้จากโลกไปเมื่อปีที่ผ่านมา แต่คอนเซ็ปต์และกลิ่นอายความเป็นอิเกียในรูปแบบ Ingvar ก็ยังคงอยู่

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer