บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการอสังหาฯ วางเป้าที่จะเป็นบริษัทอสังหาฯ รายแรกของประเทศไทย ที่วางระบบ Digital ไว้เต็มรูปแบบ ตั้งแต่ประสบการณ์ก่อนซื้อไปจนถึงบริการหลังการขาย โดยทางแสนสิริ ได้ร่วมมือกับบริษัท เทคฯ ยักษ์ใหญ่ ให้เข้ามาร่วมมือในเรื่องระบบ การพัฒนาการใช้จ่าย และการบริหารบุคลากรจากบริษัท Amazon Web Service, Digital Ventures และ Microsoft โดยเน้นย้ำในเรื่องของการเป็นผู้นำดิจิทัลด้านอสังหาฯ “ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา แสนสิริเซตมาตรฐานใหม่ให้กับวงการอสังหาฯ ด้วยการนำนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ๆ มาใช้ในโครงการอย่างจริงจังก่อนใคร จนกลายมาเป็นนวัตกรรมมาตรฐานในการพัฒนาโครงการใหม่ของแสนสิริในปัจจุบัน ตอกย้ำความเป็น “Digital Real Estate Developer” ตัวจริงรายแรกของวงการ ที่มุ่งยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตให้กับลูกบ้านอย่างสมบูรณ์ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ iConvenience (ความสะดวกสบาย) iSafe (ความปลอดภัย) และ iGreen (ด้านประหยัดพลังงาน) ผ่านการทำความเข้าใจและความต้องการของลูกค้า โดยยึดหลัก Human-Centric ด้วยเทคโนโลยี” ดร.ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าว

โดยทาง แสนสิริ ทุ่มงบ 600 ล้านบาท เพื่อพัฒนา Proptech ให้พัฒนามากยิ่งขึ้นผ่านการพัฒนาระบบ Artificial Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์), ระบบ Internet of Things ซึ่งจะเชื่อมต่อทุกสิ่งในเข้าถึงกัน ทำให้หลายๆ สิ่งในบ้านนั้นสามารถเรียนรู้การใช้ชีวิตและตอบสนองการเป็นอยู่ของลูกบ้านได้, Hybrid Agent ซึ่งเป็นบริการนายหน้าขายบ้านที่ไม่ต้องมีตัวตนจริงๆ แต่สามารถให้ข้อมูล รวมถึงการแนะนำผ่านระบบออนไลน์, ระบบ Blockchain ซึ่งมาใช้ในระบบจัดซื้อจัดจ้าง B2P เพื่อช่วยให้กลุ่มคู่ค้าของแสนสิริและแสนสิริ สามารถจัดการค่าใช้จ่ายแบบโปร่งใส รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ, ระบบ Personalization โดยการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อตอบโจทย์ความสนใจของลูกค้าเฉพาะบุคคล, ระบบ Instant Home Buyer Model ซึ่งจะเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถซื้ออสังหาฯ ของแสนสิริผ่านแพลตฟอร์มตัวนี้ได้

ในส่วนที่ Amazon Web Service เข้ามาช่วยนั้นจะเป็นในส่วนของการวางระบบ digital ของแสนสิริ ในส่วนของ Digitial Ventures ของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เชี่ยวชาญการลงทุน Startup ในสาขา Financial Technology (FinTech) โดย Digital Ventures จะเข้ามาดูในส่วนของการใช้จ่ายผ่านระบบ Blockchain ซึ่งมีการป้องกันที่มากขึ้นและสามารถช่วยโครงการแสนสิริในการจัดการระบบการใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น ส่วนในด้านการพัฒนาบุคลากรนั้น Microsoft จะเข้ามามีส่วนในการพัฒนาบุคลากรของแสนสิริ เพื่อให้เป็นพนักงานที่ปรับตัวไปกับกระแสยุค digital ได้ทัน

การวางระบบ AI ของแสนสิริ

นอกจากความตั้งใจที่แสนสิริจะทำให้เป็นบริษัทอสังหาฯ รายแรกในประเทศไทยที่มีระบบปัญญาประดิษฐ์ อย่างเต็มตัว ผ่านการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ อย่าง Amazon Web Service แล้ว แสนสิริเองได้มองถึงโอกาศในการพัฒนาระบบที่ช่วยวิเคราะห์ และเก็บข้อมูลเพื่ออำนวยต่อลูกค้าแสนสิริ อย่างเช่น ระบบสแกนหน้าตาเพื่อเข้าที่พัก ระบบการแนะนำที่พักผ่านการวิเคราะห์ความต้องการของลูกบ้าน ระบบหุ่นยนต์บริการ ระบบตอบข้อความอัตโนมัต และระบบผู้ช่วยลูกบ้านอัจฉริยะ โดยแสนสิริตั้งเป้าที่จะทำให้สำเร็จในปี 2020 นี้เองผ่านการช่วยเหลือกับพาร์ตเนอร์อย่าง Amazon Web Service

ให้บริการลูกค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

หนึ่งในแพลตฟอร์มที่แสนสิริต้องการที่จะเสริมนั้นเป็นเรื่องของระบบ digital ซึ่งแสนสิริเองได้ออกแบบระบบ Emma ซึ่งเป็นระบบจำลองสถานที่จริง ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถจะดูบ้านตัวอย่างที่มาไว้รวมกันในศูนย์รวมช่องทางการขายของโครงการแสนสิริ โดยแสนสิริมีกำหนดที่จะเปิดโครงการนี้ในไตรมาส 3 ของปีนี้

แสนสิรินำเทคโนโลยี PropTech มาใช้ในวงจรธุรกิจ Sansiri Value Chain อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการบริหารการก่อสร้างออนไลน์แบบครบวงจร เริ่มจากการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ มาจัดหาและประเมินศักยภาพของที่ดินก่อนซื้อมาพัฒนาโครงการ นำระบบ BIM และ Primavera มาใช้บริหารจัดการและวางแผนการก่อสร้าง ตั้งแต่การออกแบบแบบจำลอง 3 มิติ (3D Model) ก่อนก่อสร้างจริง รวมถึงติดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง พร้อมกำหนดระยะเวลาและงบประมาณการก่อสร้างได้แม่นยำขึ้น ทำให้กระบวนการก่อสร้างโครงการเป็นไปตามระยะเวลาและงบประมาณที่วางแผนไว้ พร้อมนำ Inspection Mobile Apps มาใช้ตรวจสอบโครงการให้กับลูกบ้านก่อนส่งมอบ และจับมือกับ Digital Ventures นำ Blockchain มาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพระบบจัดซื้อจัดจ้าง B2P (Blockchain Solutions for Procure-to-Pay)

Microsoft ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีความเป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ มุ่งสนับสนุนประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรให้มีความคล่องตัวผ่านเทคโนโลยี เพื่อส่งต่อการบริการคุณภาพ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกบ้านได้รวดเร็วและตรงจุด

ทางด้านคุณทวิชา ตระกูลยิ่งยง ได้พูดถึงความสำคัญที่จะพัฒนาระบบเหล่านี้ เพื่อเป็นเส้นทางในการเป็นผู้บริหารอสังหาฯ รายแรกของประเทศไทย ที่มีระบบดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบ “ด้วยกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง เราเชื่อมั่นในศักยภาพความเป็น Thailand’s First Digital Real Estate Developer ของแสนสิริ ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการอสังหาฯ ไทย มุ่งเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกบ้านในทุกมิติ (Complete your Living Experience) ผ่านเทคโนโลยี Proptech ตลอดปี 2019 และต่อไปในอนาคต” คุณทวิชากล่าว



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer