สมองล้า อย่าละเลย เปิดวาร์ปสลัดอาการสมองล้าอย่างเร่งด่วน แล้วอะไรๆ จะดีขึ้นเยอะ !

ทั้งที่ทุ่มไป 5 หรือ 6 วันต่อสัปดาห์ให้กับงาน แต่เราต่างรู้ว่าบางครั้งต้องทำต่อหลัง Office Hour หรือหิ้วงานที่ค้างกลับมาบ้าน นอกจากนี้ บางโอกาสยังมีงานด่วนที่เข้ามาช่วงวันหยุดอีก ถ้ายังไม่สามารถหลีกเลี่ยงวงจรดังกล่าวได้ อย่างน้อยก็ควรมีทางหนีไฟ ก่อนที่สมองล้าจนทำงานไม่ไหวและส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

ต่อไปนี้คือทางลัดปลุกสมองล้าให้กลับมากระปรี้กระเปร่า และยังเป็นวิธีง่ายๆ ที่ลดอาการหลงลืมก่อนวัยได้อีกด้วย      

ปรับท่านั่ง: เคล็ดลับข้อแรกที่ช่วยให้เหล่าคนทำงานโดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานนั่งโต๊ะ ลุยต่อได้อีกนานจนปิด Job หลังเลย Office Hour ไปแล้ว พร้อมตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่สมองจะล้า คือการปรับท่านั่ง โดยจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย San Francisco State ในสหรัฐฯ พบว่า การปรับหลังให้เหยียดตรง

พร้อมขยับคางขึ้นลงระหว่างนั่งทำงานนานๆ สามารถปลุกสมองให้กลับมากระปรี้กระเปร่าหรือความคิดยังเฉียบคมได้ เพราะช่วยให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น  

งานวิจัยฉบับเดียวกันนี้ยังระบุด้วยว่า การลุกขึ้นยืน ขยับตัวหรือลุกเดินออกไปจากโต๊ะทำงานสักพัก ก็ช่วยแก้ปัญหา Idea ตีบตัน ได้เช่นกัน  

หาเวลาหัวเราะบ้าง: ความเครียดที่สะสมไม่ต่างจากรสขมในเครื่องดื่มหลังบ่มนานเกิน จนกลบกลิ่น-รสอื่น และความกลมกล่อมหายไป แน่นอนว่าถ้านำไปเสิร์ฟลูกค้าคงไม่ประทับใจ

ตรรกะดังกล่าวใช้ได้กับการทำงานด้วย โดยถ้ารู้ตัวว่าต้องทำงานชิ้นใดนานๆ ควรลุกจากโต๊ะไปคุยเล่น หรือสร้างเสียงหัวเราะกับเพื่อนรวมแผนก และสมาชิกใน Office เดียวกันบ้าง เพื่อไม่ให้สมองล้าและเครียดจนเกินไป

เคล็ดลับขจัดอาการสมองล้าข้อนี้ ยืนยันได้ผลวิจัยของมหาวิทยาลัย Loma Linda ในสหรัฐฯ ที่ว่า ระหว่างกลุ่มที่ได้พักชมวิดีโอเรื่องตลกขบขันช่วงพักเป็นเวลา 20 นาทีกับกลุ่มที่นั่งรอเฉยๆ กลุ่มแรกจะทำคะแนนแบบทดสอบเรื่องความจำและความคิดสร้างสรรค์ได้ดีกว่ากลุ่มหลัง

งานวิจัยชิ้นนี้ให้เหตุผลว่าระหว่างหัวเราะ ฮอร์โมนในร่างกายจะเกิดการปรับสมดุลใหม่ โดย Cortisol ซึ่งทำให้เกิดความเครียดจะลดลง

สวนทางกับ Endorphin ซึ่งทำให้อารมณ์จะเพิ่มขึ้น และหลังการปรับเปลี่ยนดังกล่าวจะช่วยให้สมองกลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้งนั่นเอง

ปล่อยวางงานสักพัก: เมื่อต้องรับมือกับงานหนักที่ถาโถมและเส้นตายซึ่งกระชั้นเข้ามา นอกจากภาวะสมองล้าแล้ว ความเครียดและอาการสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก็อาจเกิดขึ้นได้ โดยเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมก่อนงานที่ปั้นมานานจะพังครืนลง ควรหาเวลาพักบ้างราว 5 ถึง 10 นาที

อาจแค่หามุมสงบนั่งนิ่งเพียงไม่กี่นาที ส่วนถ้ามีเวลามากกว่านั้นให้นั่งสูดหายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ โดยการสูดออกซิเจนเข้าสู่สมอง นอกจากเรียกคืนสติแล้วยังเป็นทำให้ความจำและความคิดสร้างสรรค์ที่ลดลงก่อนหน้านี้กลับมาเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

ตั้งหลักช่วงเช้าใหม่: โต๊ะทำงานที่รก ย่อมฉุดให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เพราะต้องเสียเวลาหาอุปกรณ์ทุกครั้ง ไม่ต่างจากความคิดไร้ระเบียบที่จะทำให้สมองล้าเร็วกว่าปกติจนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพระหว่างวัน

ดังนั้น เพื่อให้สมองทำงานได้ดีกว่าเดิม ลดอาการหลงลืมและประหยัดเวลา ทุกๆ เช้าควรนำกิจกรรมที่สามารถทำเวลาในไล่เลี่ยกันมาไว้ใกล้เคียงกัน

เช่น วางยาประจำตัวใกล้กับกาแฟแก้วโปรด และทำให้เป็นกิจวัตรหลังตื่นนอน เคล็ดลับข้อนี้ยังกระตุ้นให้เราจัดระเบียบและลำดับความสำคัญระหว่างทำงานได้เป็นอย่างดี

ให้ผักผลไม้เป็นตัวช่วย: เคล็ดลับข้อสุดท้ายที่ช่วยให้สมองยังกระปรี้กระเปร่า ความคิดเฉียบคมและจดจำได้อย่างแม่นยำพร้อมสู้งานหนักเป็นเวลานานๆ คืออาหารที่เรากินเข้าไป

โดยผลการวิจัยทางการแพทย์มากมายระบุตรงกันว่า ประสิทธิภาพการทำงานของสมองจะลดลงถ้ามีสารอนุมูลอิสระอยู่มาก ดังนั้น เพื่อจัดการกับเรื่องนี้ เราจึงต้องกินผัก-ผลไม้ เช่น แคร์รอต มะเขือเทศและองุ่นที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ

ผัก-ผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายในอีกหลายด้าน เช่น ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง ชะลอความเหี่ยวย่นของผิวหนัง และป้องกันโรคภูมิแพ้/fastcompany

/

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer