Line Official Account ช่องทางเข้าถึงลูกค้ากับราคาที่ต้องจ่าย (บทวิเคราะห์)

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา Line ได้ประกาศรีดีไซน์แบรนด์ Line@ ใหม่ และเปลี่ยนชื่อจาก Line@ เป็น Line Official Account ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับ Line Official Account ที่แบรนด์ใหญ่ๆ ใช้กัน

การเปลี่ยนแปลงนี้ไลน์จะย้ายผู้ใช้บริการ Line@ เดิมเป็น Line Official Account ทั้งหมดในเดือนกันยายน 2562

ส่วนผู้ใช้ใหม่ ที่สมัครหลังวันที่ 18 เมษายน 2562 ไลน์บังคับใช้เป็น Line Official Account ทันที

การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้มาพร้อมกับคงฟีเจอร์เดิมที่ Line@ มีอยู่ และเพิ่มเติมฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้ใกล้เคียงกับ Line Official ที่ฟังแล้วเหมือนจะมีลูกเล่นให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น

ลูกเล่นนี้ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การแชทเพื่อเปิดการขาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเพิ่มระบบ Chat Bot เข้ามาช่วยตอบลูกค้า การจัดประเภทลูกค้าที่แชทเข้ามา รวมถึงการติดแท็กให้กับลูกค้าเพื่อการดูแลลูกค้าในรูปแบบระบบ CRM ระบบแชทที่เก็บข้อความเก่าไว้ยาวนานขึ้น

และการตั้งกรุ๊ปไลน์คุยกับลูกค้าเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ในนาม Official Account ได้

นอกจากนี้ ระบบใหม่ยังมีการให้ผู้ใช้งานสามารถส่งข้อความวิดีโอ และการดูสถิติต่างๆ ที่ง่ายขึ้น

ฟังดูเหมือนดี ที่ไลน์ใจดีมอบฟีเจอร์ต่างๆ ให้ผู้ใช้งาน Line@ เดิมใช้งานมากขึ้น

แต่ภายใต้ของฟีเจอร์ที่มากขึ้น ไลน์ก็ได้เก็บค่าบริการใหม่ด้วยเช่นกัน และเป็นค่าบริการที่ผู้ใช้งาน Line@ เดิมถึงกับผวา เพราะมีราคาค่าบริการที่คิดจากจำนวนการส่งข้อความถึงผู้ติดตาม

ซึ่งทำให้ต้นทุนในการสื่อสารของผู้ใช้ Line@ เดิมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างเช่น ถ้าคุณมีผู้กดติดตามใน Line@ จำนวน 11,000 User และมีคนปิดการติดตามหรือไม่แอกทีฟ 1,000 User คุณจะมี Target Reach จำนวน 10,000 User

ถ้าเป็นการคิดค่าบริการแบบแพ็กเกจเดิมของ Line@ คุณจ่ายขั้นต่ำเพียง 998 บาท เพื่อส่งข้อความ Broadcast ถึงผู้ติดตามที่เป็น Target Reach 10,000 User เท่าไรก็ได้ ตามที่ต้องการ

แต่ถ้าเป็นการคิดค่าบริการแบบใหม่ หลังรีดีไซน์เป็น Line Official Account คุณจะต้องซื้อแพ็กเกจรายเดือนสูงสุดราคา 1,500 บาท ซึ่งในแพ็กเกจนั้นจะให้คุณส่งข้อความได้ฟรี 10,000 ครั้ง และเกินจากนั้นคิดราคาข้อความละ 0.10 บาท และลดหลั่นลงมาถ้ามีการส่งข้อความจำนวนมากขึ้น

ซึ่งการส่งข้อความถึงผู้ตาม 1 คน นับเป็น 1 ครั้ง และถ้าคุณมีผู้ตามที่เป็น Target Reach 10,000 User เท่ากับว่า คุณจ่ายเงินรายเดือน 1,500 บาท และส่งถึงผู้ติดตามทั้งหมดได้เพียง 1 ครั้ง เท่านั้น โควตาส่งฟรีก็จะหมดลง

และเมื่อส่งครั้งต่อไปถึง Target Reach ทั้งหมดคุณจะเสียครั้งละ 1,000 บาท ถ้าคุณส่งข้อความวันละครั้ง คุณจะต้องจ่ายเงินให้กับไลน์เฉลี่ยเดือนละ 30,000 บาท ซึ่งเป็นวงเงินที่ไกลจากแพ็กเกจเดิมตอนที่เป็น Line@ มาก

ถ้าในมุมของ SME นั่นคือค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนในการโปรโมตแบรนด์หรือสินค้า เพราะถ้ายิ่งมีผู้ตามมากอัตราค่าบริการก็ยิ่งจะสูงขึ้น

และถ้า SME ใช้ Line Account เป็นเพียงเครื่องมือในการสร้าง Awareness ไม่ได้เน้นไปที่การปิดการขายผ่านไลน์ ถือว่าการคิดค่าบริการในรูปแบบใหม่ ไม่ตอบโจทย์เท่าไรนัก

เพราะการส่งข้อความไปยัง Target Reach ที่มีอยู่ทั้งหมด ใช่ว่าทุกคนจะเปิดอ่านข้อความที่ส่งไป จากการที่ผู้ตามบางกลุ่มเปิดเข้าไปเพื่อไม่ให้แอปโชว์ว่ามีข้อความที่ไม่ได้อ่านเท่านั้น

เท่ากับว่าต้นทุนการส่งเมื่อเทียบกับคนเปิดเข้าไปอ่านจริงๆ จะมีต้นทุนที่สูงกว่า 0.10 บาทอย่างแน่นอน

แต่สำหรับ SME ที่ใช้ Line Account ในการขายของ และปิดการขายผ่าน Line Account นั้นได้ทันที

Line@ แพ็กเกจเดิม ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น Line Official Account *ข้อมูลจาก https://at.lineapp.me/pricing/
ราคาแพ็กเกจใหม่ หลังปรับเปลี่ยนเป็น Line Official Account
ข้อมูลจาก https://www.linebiz.com/th/service/line-account-connect/
ข้อมูลจาก https://www.linebiz.com/th/service/line-account-connect/

การที่ไลน์เปลี่ยนโฉมใหม่นี้ นั่นคือโอกาส เพราะฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ให้มาจะเน้นไปที่การแชทกับลูกค้าแบบ 2 Way Communication เพื่อเป็นเครื่องมือให้ SME ในการตอบข้อสงสัยของลูกค้าและนำมาซึ่งยอดการสั่งซื้อสินค้าบนแอปไลน์ที่ง่ายขึ้น

ซึ่งเรื่องนี้เจ้าของ Line@ ที่กำลังจะโดนบังคับให้เปลี่ยนเป็น Line Official Accountคงจะต้องตัดสินใจเองว่า การจ่ายเงินจำนวนที่มากขึ้น จะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ หรือต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ในการใช้ไลน์ในการสื่อสาร

สำหรับ Line@ วัตถุประสงค์แรกในการเริ่มต้นเปิดตัวในปี 2015 คือ การเป็นแพลตฟอร์มในรูปแบบ Line Official Accountที่ให้บริการกับองค์กรขนาดใหญ่ในราคาประหยัด ด้วยการตัดเอาฟีเจอร์บางอย่างของ Line Official Accountออกไป

เพื่อให้บริการกับ SME บุคคลมีชื่อเสียง ผู้ผลิตคอนเทนต์และอื่นๆ ใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ติดตามในราคาค่าบริการต่อเดือนที่ถูกกว่า Line Official Account หลายเท่าตัว

และที่ผ่านมา Line@ มีการเติบโตด้านผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ที่มาพร้อมกับการส่งข้อความหาผู้ติดตามจากเจ้าของ Line@ เป็นประจำทุกวัน

จนผู้ติดตามบางคนเริ่มมองว่าข้อความที่ส่งมาถี่ๆ ทั้งวัน เป็นขยะที่เกินความจำเป็น และเกิดอาการไม่อยากเข้าไลน์เพื่อไปดูข้อความเหล่านั้น หรือเข้าไปเพื่อลบข้อความและปิดแอปออกมาทันที โดยไม่ได้เข้าไปดูหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ไลน์อื่นๆ

ในมุมของธุรกิจโซเชียลมีเดียถ้าผู้ใช้งานเกิดรู้สึกว่า โซเชียลที่ใช้เป็นประจำมีข้อความที่เข้ามารบกวนบ่อยไป ในอนาคตมีการเหินห่างโซเชียลนั้นๆ หรือใช้เวลากับโซเชียลนั้นๆ น้อยลง เพื่อไปหาโซเชียลมีเดียใหม่ๆ ที่ใช้งานแล้วสบายใจกว่าแทน

และเท่ากับว่า จำนวนผู้ใช้งานที่เป็นแอกทีฟอาจจะลดลงไปเรื่อย จนเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีอำนาจในการเสนอบริการใหม่ๆ ที่จะสร้างรายได้น้อยลง

ทำให้ไลน์ต้องหาวิธีในการให้เจ้าของ Line@ ส่งเฉพาะข้อความที่เป็นข้อความที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้ติดตามรู้สึกว่าสิ่งที่ส่งมาตรงกับความต้องการของพวกเขาจริงๆ ด้วยการยกเลิกการส่งแบบเหมาจ่ายเสียเลย

เพราะเมื่อต้องส่งข้อความแบบเสียเงิน เจ้าของ Account ก็จะคิดถ้วนถี่ในการส่งข้อความให้มากขึ้น

แต่ในมุมของธุรกิจไม่ใช่แค่นั้น Marketeer มองว่าการรีดีไซน์และแพ็กเกจในครั้งนี้ ไลน์ยังมีจุดประสงค์หลักอีก 2 ข้อคือ

1. ต้องการสร้างรายได้กลับมาจากธุรกิจนี้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาค่าบริการ Line@ มีค่าบริการต่อเดือนค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับอัตราการใช้งานในการส่งข้อความหาผู้ติดตาม

2. มีแบรนด์ใหญ่บางแบรนด์เริ่มหันมาใช้ Line@ ในการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายแทนการใช้งาน Line Official Accountที่มีอัตราค่าบริการต่อเดือนที่สูง ทำให้ไลน์สูญเสียรายได้ตรงส่วนนี้ไป

ทั้งนี้ การที่ไลน์ตัดสินใจรีดีไซน์และเปลี่ยนการให้บริการจาก Line@ เป็น Line Official Accountถือเป็นหนึ่งในทิศทางของไลน์ที่เคยประกาศไว้ในงาน Line Conference 2018 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ว่าไลน์จะรวม Business Accounts ทั้งLine Official Account และ Line@ เป็นบริการเดียวกัน และใช้ชื่อว่าLine Official Account เพียงชื่อเดียว

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer