ประเทศไทยยืนหนึ่ง

นับเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจในฐานะผู้สร้างประวัติศาสตร์โทรคมนาคมไทย

ที่ เอไอเอส ผู้นำอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ได้รับการคัดเลือกเป็นแบรนด์โทรคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก อันดับ 1 หรือ World’s Strongest Telecoms Brand ประจำปี 2019 โดย Brand Finance องค์กรที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และคุณค่าของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับระดับโลก

การตัดสินในครั้งนี้เอไอเอสเป็นโอเปอเรเตอร์เพียงรายเดียวที่ได้คะแนนดัชนีความแข็งแกร่งของแบรนด์ หรือ Brand Strength Index (BSI) มากถึง 90/100 คะแนน และยังเป็นแบรนด์ไทยหนึ่งเดียวในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่ได้รับ Rating AAA+ ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่แซงหน้าแชมป์เก่าอย่างไชน่า โมบาย โอเปอเรเตอร์ยักษ์ใหญ่จากจีน ที่ได้รับเลือกเป็นแบรนด์โทรคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกในปีที่ผ่านมา

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส  ได้กล่าวถึงรางวัลครั้งนี้ว่า

นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในฐานะบริษัทเอกชนผู้ให้บริการโทรคมนาคมไทยเพียงรายเดียวที่ได้รับการจัดอันดับจาก Brand Finance องค์กรอิสระที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการประเมินค่าธุรกิจ ที่เชื่อมโยงปัจจัยทางด้านการตลาดและการเงิน ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ ทดสอบ และวัดผลจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงซึ่งได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นจากองค์กรต่างๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 23 ปี ให้เป็น

 

 “แบรนด์โทรคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก อันดับ 1 – World’s Strongest Telecoms Brand”

 

 “การได้รับการจัดอันดับครั้งนี้ถือเป็นเกียรติและถือเป็นกำลังใจในการพัฒนาองค์กรให้แข็งแกร่ง พร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดจาก Digital Disruption อย่างต่อเนื่อง โดยเอไอเอสยืนยันว่า บุคลากรทุกคนจะยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อลูกค้า”

“และแม้จะอยู่ในตำแหน่งผู้นำ แต่ก็จะไม่หยุดพัฒนาขีดความสามารถ พร้อมเพิ่มเติมองค์ความรู้ใหม่ๆ รวมถึงลงทุนและนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาประยุกต์ใช้เสมอ เพราะนอกจากจะเป็นการพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแล้ว ยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมด้วย”

“โดยรางวัลดังกล่าวมิใช่เพื่อ AIS เท่านั้น แต่เป็นรางวัลในนามประเทศไทยที่ปักหมุดสร้างชื่อเสียงในเวทีโลก และเป็นบทพิสูจน์ถึงขีดความสามารถของภาคเอกชนไทยที่พร้อมเป็นกำลังหลักในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภาพใหญ่ของประเทศต่อไป”

 

การที่เอไอเอสได้รับคัดเลือกเป็นแบรนด์โทรคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกมาจากปัจจัยสำคัญประกอบด้วย

1. การใช้งบประมาณทางการตลาดที่สมเหตุสมผล และสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน

2. การบริการจัดการผลประโยชน์ให้ตอบโจทย์กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีประสิทธิภาพ

3. ความสามารถในการบริหารจัดการองค์กร ทั้งในแง่การลงทุน การสร้างรายได้ และผลประกอบการ รวมถึงผลตอบแทนที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

โดยปัจจัยสำคัญในการตัดสิน ทั้ง 3 ปัจจัย Marketeer วิเคราะห์มาจาก

1. การเติบโตบนกลยุทธ์ ดิจิทัล เซอร์วิส โพรไวเดอร์

แม้เอไอเอสจะเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออันดับหนึ่งในประเทศไทย ต่อเนื่องยาวนานถึง 29 ปี แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของ สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่ได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเอไอเอสจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือสู่ดิจิทัล เซอร์วิส โพรไวเดอร์ ที่ไม่ได้มีแต่เครือข่ายมือถือให้บริการเพียงธุรกิจเดียว แต่ยังประกอบด้วยธุรกิจอื่นๆ ที่จะเข้าเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในอนาคต

โดยธุรกิจของเอไอเอสในปัจจุบัน ประกอบด้วย

ธุรกิจเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ผ่านแบรนด์เอไอเอส ที่ปัจจุบันมีลูกค้ามากถึง 41.5 ล้านเลขหมาย พร้อมผู้ใช้งาน 4G มากถึง 63% ของลูกค้าเอไอเอสทั้งหมด

และธุรกิจไฟเบอร์บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต เอไอเอส ไฟเบอร์ ที่มีอัตราการเติบโตด้านลูกค้าใหม่ คิดเป็น 20% ของตลาดในปีที่ผ่านมา

รวมไปถึงบริการดิจิทัลคอนเทนต์ชั้นนำระดับโลก ภายใต้แบรนด์เอไอเอส อย่างเช่นเอไอเอส เพลย์ ที่เข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้ประโยชน์ในการใช้งานด้านต่างๆ ที่มากกว่าการใช้งานเครือข่ายมือถือและอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ออปติกทั่วๆ ไป

การที่เอไอเอสมีทั้งบริการโมบายและฟิกซ์ไฟเบอร์บรอดแบนด์ ยังช่วยเสริมให้เอไอเอสมีความแข็งแกร่ง พร้อมสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ด้วยการทำตลาดผ่านกลยุทธ์ Fixed-Mobile Convergence ที่ผนวกการให้บริการเข้าด้วยกันได้อย่างน่าสนใจ

 

2. ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง ปิดไตรมาส 1/62 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 7.1%

จากรายงานในตลาดหลักทรัพย์พบว่าในปีที่ผ่านมาเอไอเอสมีรายได้รวมเติบโตมากถึง 7.7% ทางด้านรายได้ และครองส่วนแบ่งการตลาดเชิงรายได้มากถึง 48% และมีผลกำไรมากถึง 29,682 ล้านบาท จากการบริหารค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง พร้อมจ่ายเงินปันผลทั้งปีคิดเป็น 7.08 บาทต่อหุ้น หรือประมาณ 70% ของกำไรสุทธิ

ส่วนในไตรมาสแรกของปี 2562 เอไอเอสมีกำไรสุทธิ 7,615 ล้านบาท และยังคงมีการเติบโตด้านรายได้รวมเพิ่มขึ้น 7.1% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

 

3. ลงทุนในโครงการที่เสริมศักยภาพธุรกิจ

ในปีที่ผ่านมาเอไอเอสใช้งบลงทุนรวม 20,198 ล้านบาท โดยโครงการลงทุนที่สำคัญของเอไอเอสในปีที่ผ่านมา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของเอไอเอส

ประกอบด้วย 4 โครงการหลักคือ

หนึ่ง-การประมูลคลื่นความถี่ 1800MHz เพิ่มเติม เพื่อเสริมศักยภาพด้านโครงข่าย 4G ให้เป็นโครงข่ายที่เร็วที่สุดและมีคลื่นความถี่รองรับมากที่สุด เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด

สอง– ขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ที่ใหม่ล่าสุด เพื่อให้บริการ FTTH: Fiber to the Home รองรับการใช้งานของลูกค้าอินเทอร์เน็ตบ้าน เอไอเอส ไฟเบอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยในไตรมาสแรกปี 2562 เอไอเอส ไฟเบอร์ มีจำนวนลูกค้าอยู่ที่ 795,000 ราย ครอบคลุมการใช้งานในพื้นที่ 57 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีลูกค้าเพิ่มขึ้นจำนวน 64,500 ราย สูงที่สุดในรอบ 7 ไตรมาสที่ผ่านมา

สาม-ซื้อกิจการ CSL เพื่อขยายการทำธุรกิจในกลุ่มลูกค้าองค์กร (Enterprise Business) โดยเฉพาะในงานบริการด้าน Cloud, Managed ICT Service ด้วยแนวคิดผู้นำบริการ ICT เพื่อองค์กรครบวงจร

สี่-จับมือร่วมลงทุนกับพันธมิตรชั้นนำของประเทศอย่าง LINE และ Rabbit ให้บริการ Rabbit LINE Pay เพื่อขยายช่องทางในงานบริการลูกค้าด้าน Mobile Money หรือ e-Wallet ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อวางรากฐานของธุรกิจในยุคที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

ยังไม่รวมถึงการมองหายูสเคสของ 5G ที่จะนำมาปรับให้บริการกับลูกค้าในอนาคต รองรับการเปิดให้บริการ 5G เชิงธุรกิจในอนาคต

ทั้งหมดนี้ Marketeer เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เอไอเอสทำผลงานโดดเด่นเข้าตากรรมการ Brand Finance จนได้รับคัดเลือกให้เป็น แบรนด์โทรคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกในปีนี้

 


 

Marketeer FYI

ลิซ่า BLACKPINK แบรนด์เอ็นดอร์สเซอร์โทรคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งและความสำเร็จระดับโลกของแบรนด์เอไอเอส

เอไอเอสได้เลือก ลิซ่า แห่งวง BLACKPINK เป็นแบรนด์เอ็นดอร์สเซอร์เข้ามายืนหนึ่งในการสื่อสารสะท้อนถึงภาพลักษณ์แบรนด์ที่เอไอเอสยืนหนึ่งเป็นแบรนด์โทรคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

การที่เอไอเอสเลือกลิซ่า BLACKPINK เข้ามาเป็นสมาชิกครอบครัวเอไอเอสคนล่าสุด ทำให้เราได้เห็นถึงบทบาทของทั้งแบรนด์และพรีเซ็นเตอร์ที่ต่างแสดงศักยภาพจนเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

และด้วยฐานแฟนคลับของลิซ่าที่มีอยู่ทั่วโลก จะยิ่งสร้างพลังให้เกิดการรับรู้ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในวงกว้างมากขึ้น ส่งเสริมให้แบรนด์เอไอเอสเป็นที่รู้จักในระดับโลกได้อย่างดีผ่านการแชร์ และการสร้างกระแสของแฟนคลับ

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer