จำนวนผู้โดยสารทางเรือ มากเท่าไร ? วิเคราะห์ธุรกิจเรือโดยสาร ทางเลือกของคนเบื่อรถติด

“ธุรกิจเรือโดยสาร” แม้เหมือนจะเป็นธุรกิจนอกสายตาที่คนจะเลือกขึ้นเรือเดินทางไปไหนมาไหนเป็นตัวเลือกอันดับหลังๆ มากกว่า “พระเอก” อย่างรถเมล์-รถไฟฟ้า

แต่ก็ไม่ใช่ว่า ”ธุรกิจเรือโดยสาร” จะก้าวขึ้นมาเป็น “พระเอก” ไม่ได้

เพราะในยามที่รถติด ต้องเดินทางไปไหนมาไหนเป็นชั่วโมงใน กทม. การเดินทางทางน้ำนี่แหละคือตัวเลือกชั้นดี

ที่นอกจากจะไม่ติดแล้ว ระยะเวลาในการเดินทางก็คงที่อีกด้วย

ไล่เรียง “ธุรกิจเรือโดยสาร” มีรูปแบบแบ่งเป็น เรือด่วนเจ้าพระยา เรือข้ามฟาก และเรือคลองแสนแสบ

เรือด่วนเจ้าพระยา-เรือข้ามฟาก”

นับเป็นผู้ประกอบการที่อยู่วงการธุรกิจเรือโดยสารมายาวนานที่สุด เพราะจุดเริ่มต้นของ เรือด่วนเจ้าพระยา-เรือข้ามฟาก”

มีที่มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 โดยคุณหญิงสุภัทรา สิงหลกะ ผู้ริเริ่มกิจการเดินเรือข้ามฟาก ได้รับอนุญาตเดินเรือโดยสารประจำทางจากกรมเจ้าท่าในสมัยนั้น ปัจจุบันคือกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี

แรกเริ่มกระทรวงคมนาคมเปิดเส้นทางเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยบริการเดินเรือด่วนในนามขององค์การ รสพ. และต่อมาได้ขายกิจการต่อให้กับบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา ในปี พ.ศ. 2514

ปัจจุบันอยู่ภายใต้หัวเรือทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง “สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม”

มีแยกเป็น 2 บริษัทชัดเจน

– ธุรกิจเรือโดยสารเจ้าพระยา ดูแลโดยบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ที่ให้บริการตั้งแต่นนทบุรี-ราษฎร์บูรณะ รวมระยะทางประมาณ 32  กิโลเมตร

– ธุรกิจการเดินเรือข้ามฟาก ดูแลโดยบริษัท สุภัทรา จำกัด ที่ให้บริการในเส้นทาง ท่าช้าง–ท่าวัดระฆัง, ท่าช้าง–ท่าวังหลัง และ

ท่าพระจันทร์-ท่าวังหลัง (ทั้งนี้ปัจจุบันมีผู้ประการรายอื่นให้บริการเดินเรือข้ามฟากในเส้นทางอื่นๆ ด้วย)

เรือคลองแสนแสบ”

เรือคลองแสนแสบให้บริการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบันเป็นของผู้เล่นรายเดียวอย่าง บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ของ ‘เชาวลิต เมธยะประภาส’

ที่เดิมเป็นของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ครอบครัวขนส่ง ที่เข้ามาทำธุรกิจจากการชักชวนของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยนั้น

นับเป็นเจ้าของที่มีประสบการณ์มานานเกือบ 40 ปี ปัจจุบันให้บริการในระยะทาง 18 กิโลเมตร ตั้งแต่ “ผ่านฟ้าลีลาศ” ไปจนถึง “ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง”

 

แล้วในแต่ละวันเฉลี่ยแล้วมี จำนวนผู้โดยสารทางเรือ ทั้ง 3 รูปแบบนี้เท่าไรกัน

ปี  2561

เรือด่วนเจ้าพระยา 37,562 คน

เรือคลองแสนแสบ 52,892 คน

เรือข้ามฟาก 99,863 คน

ปี  2560

เรือด่วนเจ้าพระยา 42,442 คน

เรือคลองแสนแสบ 51,597 คน

เรือข้ามฟาก 103,502 คน

 

*จำนวนผู้ใช้บริการเรือข้ามฟากนั้นรวมทุกผู้ประกอบการในการให้บริการ

ที่มา-รายงานประจำปีงบประมาณ 2561 กรมเจ้าท่า

 

จะเห็นว่าจำนวนผู้โดยสารต่อวันของทั้ง “เรือด่วนเจ้าพระยา-เรือข้ามฟาก” มีจำนวนลดลง ขณะที่เรือคลองแสนแสบที่แทบจะไม่มีคู่แข่งกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี

ส่วนเรื่องรายได้และกำไร (ขาดทุน) ของธุรกิจเรือโดยสารนั้น

 

เรือด่วนเจ้าพระยา

รายได้ปี’60 รวม 220,845,617.52 บาท

กำไร 29,349,304.32 บาท

เรือข้ามฟาก (เฉพาะ บจก. สุภัทรา)

รายได้ปี’60 รวม 82,743,033.80 บาท

กำไร 1,679,353.16 บาท

เรือคลองแสนแสบ

รายได้ปี’60 รวม 75,638,928.19  บาท

ขาดทุน 9,922,776.70  บาท

(และรายได้ปี’61 รวม 84,021,769.30 บาท กำไร 1,867,714.64 บาท)

 

ที่มา-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

ถึงแม้มีคนใช้เยอะ และมีกำไร แต่ดูแล้วก็ยังไม่หวือหวา

Marketeer มองว่าเพราะธุรกิจเรือโดยสารยังไม่สามารถขึ้นราคาค่าโดยสารได้แบบที่รถเมล์หรือขนส่งมวลชนรูปแบบอื่นๆ ขึ้นกัน จึงทำให้ผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งแม้โดยรวมผู้ประกอบการจะมีกำไรในทุกๆ ปี แต่ก็ถือว่าเป็นแชร์เล็กๆ ในตลาดขนส่งมวลชน

ทั้งนี้ค่าโดยสารของแต่ประเภทมีดังนี้

เรือด่วนเจ้าพระยา แยกตามสีของธง

– ธงส้ม 15 บาทตลอดสาย

– ธงเหลือง 20 บาทตลอดสาย

– ธงเขียว 32 บาท (ปากเกร็ด-วัดราชสิงขร)

เรือข้ามฟาก  มีราคาตั้งแต่ 2-10 บาท (แล้วแต่บริษัทผู้ประกอบการ) เฉพาะเรือข้ามฟากของบริษัท สุภัทรา จำกัด มีค่าโดยสารที่ 3.50 บาท

เรือคลองแสนแสบ มีค่าโดยสารคิดตามระยะทางที่ 10-20 บาท

นอกจากนี้ ยังมองว่า การจราจรทางน้ำอาจจะยังไม่ครอบคลุมทุกเส้นทาง จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนใช้บริการเดินทางด้วยเรือไม่เยอะเท่าการจราจรอื่นๆ แม้จะสามารถนั่งเรือแล้วไปเชื่อมต่อกับรถเมล์ รถไฟฟ้าบีทีเอส หรือ เอ็มอาร์ที ได้ก็ตาม

สุดท้ายแล้วในธุรกิจเรือโดยสารแม้จะมีผู้เล่นน้อยราย แต่คำถามที่สำคัญของผู้ประกอบการที่ต้องไปคิดต่อจากนี้ว่า

“จะทำอย่างไรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันกำไรก็ต้องเพิ่มขึ้นตามด้วย”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer