ปัจจุบันผู้ประกอบการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้พลังงานสะอาด และเริ่มให้ความสนใจเลือกติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ “โซลาร์ รูฟท็อป” (Solar rooftop) กันมากขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจำนวนมากยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องโซลาร์ รูฟท็อป ทำให้ยังไม่กล้าใช้ ไม่มั่นใจถึงความคุ้มค่า หรือบางองค์กรตัดสินใจติดตั้งระบบฯ โดยเลือกผู้ให้บริการที่ขาดความเชี่ยวชาญ ซึ่งอาจส่งผลเสียในระยะยาว หากระบบฯ มีปัญหา หรือขาดประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า

เพราะโซลาร์ รูฟท็อป ไม่ใช่เพียงแค่การนำแผงโซลาร์เซลล์ไปติดตั้งบนหลังคาแล้วจะสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้ในทันที หากแต่ต้องมีการติดตั้งอย่างเป็นระบบ โดยมีวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไปสำรวจ ประเมิน ตลอดจนออกแบบและวางแผนระบบฯ ให้เหมาะกับพื้นที่นั้นๆ จึงจะสามารถดึงประสิทธิภาพได้เต็มที่ ยาวนานและคุ้มค่า

วันนี้ “กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานของบ้านปูฯ” ในฐานะผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และสมาร์ทซิตี้โซลูชั่นแบบครบวงจร ได้มาแนะนำ 4 ข้อควรรู้ที่ผู้ประกอบการควรศึกษาและทำความเข้าใจ ก่อนตัดสินใจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา

  1. ทำความรู้จัก “โซลาร์ รูฟท็อป”

อันดับแรก ต้องทำความรู้จักก่อน “โซลาร์ รูฟท็อป” คือ ระบบเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าด้วยวิธีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาของอาคาร โดยระบบจะเริ่มทำงานเมื่อแผงโซลาร์เซลล์ได้รับแสงอาทิตย์ และจะเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้ากระแสตรง จากนั้นเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) แปลงไฟฟ้าที่ได้จากโซลาร์เซลล์เป็นไฟฟ้ากระแสสลับเพื่อให้สามารถใช้งานกับเครื่องจักร หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่ในโรงงานหรืออาคารได้

 

  1. เตรียมข้อมูลก่อนติดตั้งให้พร้อม เพิ่มความแม่นยำในการผลิตไฟฟ้า

ปัญหาสำคัญของการติดตั้งระบบโซลาร์ รูฟท็อป คือ การออกแบบระบบฯ ที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงขาดการวางแผนบริหารจัดการที่ดี ซึ่งจะส่งผลให้ระบบฯ ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ดังนั้น เพื่อความแม่นยำยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสำรวจความพร้อม และเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อใช้ประกอบการประเมิน

โดยสิ่งแรกที่ต้องเตรียม คือ คำนวณภาพรวมปริมาณการใช้ไฟฟ้าว่าบริษัท หรือองค์กรของคุณมีปริมาณการใช้ไฟเท่าไร โดยสามารถรวบรวมได้จากใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าย้อนหลัง 12 เดือน

รวมทั้งแบบแปลนไฟฟ้าแบบไดอะแกรม (Electrical Single line Diagram) โหลดอิเล็กทรอนิกส์ (Electric Load Profile) ตลอดจนความพร้อมของพื้นที่สำหรับติดตั้งแผงโซลาร์ เช่น ขนาด หรือความแข็งแรงโครงสร้างหลังคา เพื่อให้การคำนวณกำลังการผลิตไฟฟ้า มีความแม่นยำยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ประกอบการยื่นขออนุญาตติดตั้งระบบฯ เช่น ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร แบบโครงสร้างของหลังคา รายการคำนวณโครงสร้างหลังคา เป็นต้น ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญ และมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุด คือ การเลือกหาผู้ให้บริการแบบ One stop service ที่ช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน ก็จะช่วยลดความยุ่งยากเหล่านี้ลง

 

  1. ติดตั้ง “โซลาร์ รูฟท็อป” อย่างเป็นระบบ ช่วยลดปัญหากวนใจ

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการติดตั้งระบบโซลาร์ รูฟท็อปหลายบริษัทฯ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการควรมองหาผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ ให้บริการครบวงจรแบบ One stop service เพื่อให้ได้รับบริการที่ได้มาตรฐานและไร้รอยต่อมากที่สุด และสามารถออกแบบโซลาร์ รูฟท็อปได้ตามความต้องการ เพื่อวางระบบกำลังการผลิตไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง

โดยคำนึงถึงการเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ และการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline) ที่ผลิตจากซิลิคอนบริสุทธิ์มีประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าสูงกว่าแผงชนิดอื่นในปัจจุบัน รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ให้เหมาะสมเพื่อให้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตรงกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่คุ้มค่ามากที่สุด

 

  1. “บริการหลังการขาย” คือหัวใจสำคัญ

ถึงแม้ว่าอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์จะยาวนานถึง 25 ปี แต่การดูแลรักษาคุณภาพของตัวแผงตลอดอายุการใช้งาน รวมถึงการติดตามประสิทธิภาพการทำงานของทั้งระบบฯ ยังถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญมากที่สุด ในการเลือกใช้ผู้ให้บริการด้านการติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป เพื่อความสามารถในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างคุ้มค่าในระยะยาว

ทั้ง 4 ปัจจัยคือสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ และกุญแจสำคัญที่ควบคุมทั้ง 4 ปัจจัยนี้ได้ คือ การเลือกผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญเป็นที่น่าเชื่อถือ สามารถดูแลได้อย่างครบวงจรทั้งระบบแบบ One stop service ที่ครอบคลุม “การให้บริการทั้งก่อน และหลังการติดตั้ง”

 

กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานของบ้านปูฯ ผู้นำตัวจริง การติดตั้งระบบโซลาร์ รูฟท็อปแบบครบวงจร

“กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานของบ้านปูฯ” ในฐานะผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และสมาร์ทซิตี้โซลูชันแบบครบวงจรที่ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “Greener & Smarter” ของบ้านปูฯ มุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมพลังงานสะอาดในราคาที่เหมาะสม มีความเสถียรและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในรูปแบบที่ทันสมัย

พร้อมการให้บริการที่ดีเยี่ยมเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของผู้บริโภค ชุมชน และสังคมอย่างยั่งยืน และช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างเต็มรูปแบบ สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่ Thailand 4.0

โรงเรียนนานาชาติรักบี้ หนึ่งในลูกค้าที่บ้านปูฯ ให้บริการตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ตลอดจนบริการหลังการขายของการติดตั้งระบบโซลาร์ รูฟท็อป รวมถึงสมาร์ทซิตี้โซลูชันต่างๆ

 

โรงงานบริษัทเจริญอุตสาหกรรม หนึ่งในลูกค้าที่บ้านปูฯ ให้บริการตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้งระบบ ตลอดจนบริการหลังการขาย

สำหรับผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจที่สนใจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และสมาร์ทซิตี้โซลูชั่น ปัจจุบันบ้านปูฯ มีแพ็กเกจบริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวม 3 รูปแบบ ตามความต้องการของลูกค้าและผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ดังนี้

  • Signature Infinergy ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้ลูกค้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ลูกค้าได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าจากระบบฯ เริ่มต้นที่ 10% โดยบริษัทฯ ดูแลรักษาระบบและอุปกรณ์ให้ฟรีตลอดอายุสัญญา และโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าทันที เมื่อครบสัญญา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • Smart Infinergy ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์โดยลูกค้าชำระเงินเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันทุกเดือน และสามารถใช้ไฟจากระบบฯ ได้ฟรี โดยบริษัทฯ ดูแลรักษาระบบและอุปกรณ์ให้ฟรีตลอดอายุสัญญา และโอนกรรมสิทธิ์ ให้ลูกค้าทันทีเมื่อครบสัญญา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • Simple Infinergy คำนวณแผนการลงทุนและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้ลูกค้า ในราคาประมาณ 38 บาท/วัตต์ (ราคาขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละโครงการ) ลูกค้าสามารถใช้ไฟจากระบบฯ ได้ฟรี โดยบริษัทฯ ดูแลรักษาระบบและอุปกรณ์ให้ฟรีถึง 2 ปี

หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.banpuinfinergy.co.th หรือ ติดต่อลูกค้าสัมพันธ์ โทร.02-095-6599 หรือ contact@banpuinfinergy.co.th

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer