คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องของทำเล ดีไซน์ ราคา รวมถึงชื่อเสียงของดีเวลอปเปอร์ คือปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย แต่ในมุมมองของผู้บริโภคยุคนี้ เรื่องของ บริการหลังการขาย (After Sales Service) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจด้วยเช่นกัน

เพราะต้องอย่าลืมว่า “บ้านหรือคอนโดคือสิ่งที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อแล้ว ต้องอยู่กับมันไปอย่างน้อยก็เป็นสิบๆ ปี”

ฉะนั้นต่อให้ได้บ้านหรือคอนโดทำเลคุณภาพ ดีไซน์ตามสเป็ก ราคาเหมาะงบในกระเป๋า แต่หากมาพร้อมกับบริการหลังการขายรวมถึงเซอร์วิสต่างๆ ที่มีให้ไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแล้ว

“บ้านทีซื้อก็อาจเป็นได้แค่ที่อยู่อาศัย แต่อาจไม่สามารถเติมเต็มความต้องการของผู้ที่เป็นเจ้าของได้อยู่ดี”

ที่เกริ่นเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะกำลังพาผู้อ่านทุกท่านให้มารู้จักกับกลยุทธ์ในการทำตลาดล่าสุดจาก แสนสิริ ที่นอกจากการให้ความสำคัญเกี่ยวกับดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน หรือ พัฒนานวัตกรรมมาเพื่อชีวิตที่สะดวกสบายแล้ว  ยังใส่ใจและโฟกัสไปในฝั่งของ การบริการ (Service) ภายใต้แนวคิด “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” อีกด้วย

Complete Your Living Experience

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา แสนสิริ ถือเป็นดีเวลอปเปอร์ที่มีการเทกแอคชั่นเอาจริงเอาจังกับเรื่องของเซอร์วิสตั้งแต่ก่อนและบริการหลังการขายมาโดยตลอดอยู่แล้ว จะเห็นได้จากแนวคิดโครงการที่จับมือกับพันธมิตรหลากหลายธุรกิจ เพื่อนำนวัตกรรมและบริการต่างๆ มาใช้ในตัวโครงการเพื่อสร้างความสะดวกสบายและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน

ซึ่งแนวคิดในการใส่ใจเรื่องของบริการเป็นพิเศษนี้ ถือเป็นเวย์ในการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับแก่นของแบรนด์ อย่างความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้มอบประสบการณ์ด้านการอยู่อาศัยให้กับลูกค้าภายใต้คอนเส็ปต์ Complete Your Living Experience ที่แสนสิริใส่ใจและดูแลตั้งแต่ก้าวแรกของการเป็นลูกค้า จนกลายมาเป็นลูกบ้าน กระทั่งช่วงของการอยู่อาศัย

บริการที่ดี คือบริการที่เข้าใจและใส่ใจทุกความต้องการของคนอยู่อาศัย

ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในโครงการ บริการที่ลูกค้าจะได้พบคือ พนักงานขาย (Sales) ที่สามารถให้ข้อมูลและคำแนะนำในเรื่องบ้านที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าอย่างรอบด้าน ด้วยบริการจากใจอย่างมืออาชีพ

เมื่อลูกค้าตัดสินใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับแสนสิริแล้ว ก็จะมีเจ้าหน้าที่ CR (Customer Relations) เข้ามารับช่วงต่อ เพื่อดูแลและให้คำปรึกษาในขั้นตอนต่อไปด้วยความใส่ใจที่มากกว่าหน้าที่ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปถึงเรื่องใหญ่ อย่างเช่นเรื่องการเตรียมเอกสาร  หรือระบบการเงินเกี่ยวกับการซื้อบ้าน ทั้งนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านตั้งแต่ก่อนเข้าอยู่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการที่แสนสิริออกแบบมาเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาแก่ลูกบ้านโดยเฉพาะ

บ้านที่ดี คือบ้านที่ได้รับการดูแลสม่ำเสมอ

ในเมื่อบ้านต้องอยู่กับเจ้าของไปอีกนับสิบๆ ปี การดูแลรักษา จึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยปกติหน้าที่เหล่านี้จะตกไปอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าของบ้าน แต่ก็ใช่ว่าเจ้าของบ้านทุกคนจะมีเวลาหรือมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการดูแลมากพอ

สำหรับบ้านในโครงการระดับ Standard Home ของแสนสิริ จะมีประกันอยู่ที่ 1 ปี  คอนโด 2 ปี และบ้านในระดับ Luxury S Segment ประกัน 2 ปี แน่นอนว่าหากบ้านหรือคอนโดยังอยู่ในระยะเวลาประกัน ลูกบ้านของแสนสิริสามารถอุ่นใจได้เพราะทางโครงการมีบริการ Sansiri Home Care คอยช่วยเหลือและให้บริการเกี่ยวกับการดูแลรักษาบ้าน ตรวจเช็ก และซ่อมแซม ในขณะที่บ้านที่อยู่ในระยะประกันอยู่แล้ว

แต่สิ่งที่เหนือกว่าของแสนสิริ คือช่วงเวลาหลังจากหมดประกัน ที่ยังคงสามารถใช้บริการ Sansiri Home Care ได้อยู่ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 แบบเพื่อให้ลูกบ้านสามารถเลือกตัดสินใจได้ด้วยตนเอง ได้แก่

แบบที่ 1 One Time Service หรือ บริการ ดูแล ตรวจเช็ก ซ่อมแซมบ้านแบบรายครั้ง อธิบายง่ายๆ คือ หากบ้านมีมีการซ่อมแซมตรงไหนก็สามารถเรียกช่างมืออาชีพจากทางแสนสิริเข้ามาแก้ไขได้ทันที คิดค่าใช้จ่ายเป็นครั้งรวมกับค่าวัสดุ และค่าแรงของช่างในการดำเนินการ

ส่วนในแบบที่ 2 จะเป็นบริการใหม่ที่จะเริ่มเปิดใช้ช่วงไตรมาส 3 ปี 2019 นั่นคือ  “แพ็กเกจต่อประกันบ้าน” (Sansiri Home Care Card) ซึ่งถือครั้งแรกของวงการอสังหาฯ ที่ให้ลูกบ้านสามารถเลือกต่อประกันบ้านหลังจากที่หมดประกันได้ โดยแพ็กเกจดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่  Silver, Gold และ Platinum

คิดภาพง่ายๆ เหมือนกับเราซื้อสินค้า Apple และต่อประกัน Apple Care ออกไป เพื่อให้ได้รับการดูแลที่ดีที่สุด แพ็กเกจ Sansiri  Home Care Card จากแสนสิริจึงเหมือนกับเราซื้อประกันจากศูนย์ที่ช่วยให้เรา “อุ่นใจเมื่อมีประกันบ้าน เพราะมั่นใจได้ว่ามีคนช่วยดูแลจากแสนสิริ และช่วยยืดอายุของบ้านออกไปได้อีกนั่นเอง”

สำคัญไปกว่านั้น คือระบบงานบริการที่รวดเร็ว ที่เดียวจบครบวงจรตั้งแต่การ “รับแจ้ง นัดเวลาตรวจเช็ก หรือ แจ้งซ่อมแซม” สามารถทำผ่านระบบ Call Center 1685 และออนไลน์ได้ทั้งหมด โดยจะมีทีม Home Care ให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาเบื้องต้นสแตนด์บายตลอดเวลา

“แน่นอนว่า ทีม Home Care ของแสนสิริ จะเข้ามาช่วยลดเรื่องปวดหัวของลูกบ้านได้ไม่น้อย ทั้งเรื่องหาช่างมืออาชีพ ติดต่อ นัดคิว รวมยังสามารถมั่นใจในมาตรฐานบริการได้ เลิกเสี่ยงดวงกับงานซ่อมที่เจ็บแต่ไม่จบ ทั้งเสียเวลาและเสียเงินในกระเป๋าซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนอาจเคยประสบ”

นวัตกรรมที่คิดเพื่อให้การดูแลบ้านเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าเดิม

แม้จะมีแพ็กเกจประกันบ้านออกมารองรับ แต่วิธีในการดูแลรักษาบ้านที่ดีที่สุด นั้นต้องเริ่มจากตัวผู้อยู่อาศัยเอง แสนสิริจึงได้จัดทำ Maintenance Guide คู่มือการดูแลรักษาบ้าน ผ่าน Sansiri Home Application ตัวช่วยสำคัญที่คอยแจ้งเตือนเกี่ยวกับวันครบกำหนดดูแลอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ครบรอบล้างเครื่องปรับอากาศ ทำความสะอาดระบบดูดควัน แอปฯ ก็จะแจ้งเตือนด้วยการส่ง notification ให้เจ้าของบ้านรับทราบก่อนล่วงหน้า

นอกจากนี้ยังรวมเอา 16 วิธีการดูแลรักษาอุปกรณ์ภายในบ้าน ที่ลูกบ้านสามารถทำได้ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ไว้ เพื่อให้เจ้าของสามารถเริ่มต้นดูแลรักษาบ้านของตนเองได้ก่อน

แต่ถ้าหากไม่สะดวกหรือเกินความสามารถจริงๆ ลูกบ้านก็ยังสามารถค้นหารายชื่อช่างพร้อมเบอร์โทรติดต่อผ่านตัวแอปพลิเคชั่นนี้เพื่อนัดวันให้ช่างเข้ามาดูแลได้ทันที หรือเลือกโทรแจ้ง Call Center 1685 เพื่อขอใช้บริการ Home Care จากแสนสิริได้เช่นกัน

“การที่เจ้าของบ้านมีตัวช่วยผ่านแอปพลิเคชั่น ถือเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้มากที่สุด”

เซอร์วิสที่ช่วยให้ลูกบ้านทุกหลัง “อุ่นใจ”

ที่ผ่านมา แสนสิริ ถือเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดอสังหาฯ ที่ให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างมาก ทั้งในส่วนของการฝึกอบรมคน (เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย) รวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยสมัยใหม่มาใช้ในโครงการ

ระบบรักษาความปลอดภัย Sansiri Security System (SSS) ถูกพัฒนาเพื่อให้ลูกบ้านอุ่นใจทุกครั้งที่กลับมาบ้าน ตัวอย่างสำหรับลูกบ้านที่อาศัยในโครงการคอนโด ด้วยระบบรักษาความปลอดภัย 3 ชั้น ตั้งแต่บริเวณทางเข้าโครงการ ประตูล็อบบี้ และบริเวณหน้าลิฟต์ เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน

นอกจากนี้แสนสิริยังได้ออกแบบ Smart Access QR Code เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับลูกบ้าน เวลามีผู้มาติดต่อไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือญาติพี่น้องมาบ้าน ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาแลกบัตร เพียงใช้ QR Code ที่ลูกบ้านส่งให้ก็สามารถเข้าโครงการได้ทันที

ระบบควบคุมกลาง Smart Command Centre แสนสิริเป็นดีเวลอปเปอร์เจ้าแรกในตลาดอสังหาฯ ที่ลงทุนกับเรื่องการตั้ง War Room หรือห้องควบคุมส่วนกลางเพิ่มด้วยงบการพัฒนากว่า 20 ล้านบาท รวมทั้งการจับมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มืออาชีพในการดูแลโครงการอสังหาฯ ชั้นแนวหน้าของไทย คอยทำหน้าที่ดูแลป้องกันบ้านและคอนโดด้วยการมอนิเตอร์ผ่านห้องควบคุมกลางตลอด 24 ชั่วโมง

ยิ่งไปกว่านั้น แสนสิริยังได้พัฒนาระบบ IoT Facility Management ระบบวิศวกรรมอาคารของแต่ละโครงการที่เชื่อมต่อเข้ากับ Smart Command Centre ช่วยให้สามารถตรวจเช็กประสิทธิภาพในการทำงานของระบบต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้าแรงสูง เครื่องปั่นไฟ ระบบปั๊มน้ำ ลิฟต์ เพื่อการซ่อมบำรุงได้อย่างทันท่วงที หรือบำรุงรักษาระบบได้ก่อนที่จะเกิดปัญหา

เซอร์วิสที่คิดและคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกบ้าน

และสำหรับผู้ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแสนสิริ ทางแบรนด์ก็ได้คิดบริการอย่าง Sansiri Family บริการและสิทธิพิเศษสำหรับลูกบ้าน ที่ผ่านการคิดและคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านแต่ละคน ทำให้ลูกบ้านสามารถสัมผัสประสบการณ์ในการอยู่อาศัยที่แปลกใหม่และแตกต่าง เริ่มต้นตั้งแต่วันที่เข้าอยู่อาศัย

อย่างบริการ Moving Service ลูกบ้านก็สามารถรับสิทธิพิเศษในการขนย้ายเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านใหม่ในราคาพิเศษ ด้วยบริการจากมืออาชีพระดับแนวหน้าของประเทศไทย หรือบริการ Cleaning Service และ Design Service ก็เป็นบริการที่ออกมาเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของลูกบ้าน เพื่อให้สะดวกสบาย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

สุดท้าย ในส่วนของการลงทุนเพื่ออนาคต โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภทคอนโด แสนสิริยังคงจับมือกับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการขายต่อ ปล่อยเช่า ซื้อเพิ่ม ตลอดจนการบริหารจัดการที่พักอาศัย ด้วยทีมงานมืออาชีพทั้ง “ทีมงานขาย” ที่มีความรู้เชี่ยวชาญอสังหาริมทรัพย์ ทุกทำเล ทุกราคา คอยดูแลให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอน และ “ทีมงานดูแลบริหารโครงการ” ที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี พร้อมดูแลผู้อยู่อาศัยเหมือนคนในครอบครัว สร้าง Beautiful Community และดูแลโครงการในทุกรายละเอียด ทำให้โครงการร่มรื่นน่าอยู่ มีสภาพดี และเป็นโครงการที่มีมูลค่าเพิ่มไม่ว่าจะผ่านเวลาไปนานเพียงใด

สำหรับแนวคิด “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความใส่ใจในด้านการบริการและเซอร์วิสของแสนสิริ ที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นผู้นำในการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือกว่า

“มองว่าหมากเกมนี้แสนสิริไม่ต้องแข่งกับใคร แต่ต้องคอยถามตัวเองจะสามารถพัฒนาต่อยอดสิ่งที่ทำมาดีโดยตลอดไปในทิศทางไหน และยกระดับให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไรมากกว่า” น่าติดตาม…

ค้นหาความหมายของคำว่า “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ที่สุดของการบริการจาก แสนสิริ ต่อได้ที่ siri.ly/SansiriService



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer