A5 หรือ บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขยายธุรกิจจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี ไปสู่บริการที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยมากขึ้น ผ่านการเปิดธุรกิจด้านการออกแบบบ้านและบริการดูแลที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าบ้านระดับบนทั้งในและนอกโครงการของบริษัท

ผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,314.10 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 102.95 ล้านบาท ขณะที่ปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,600 ล้านบาท โดยปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) 967 ล้านบาท ณ วันที่ 8 มีนาคม 2569 ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้

คุณศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีในปี 2569 ยังมีดีมานด์จากกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง แม้ว่าการแข่งขันจะเข้มข้นมากขึ้น บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ การเลือกทำเลที่มีศักยภาพ และการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในอนาคต

หนึ่งในธุรกิจใหม่คือ A5 Design บริษัทในเครือที่ให้บริการออกแบบและก่อสร้างบ้านระดับลักชัวรี ตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน ไปจนถึงการบริหารงานก่อสร้าง โดยต่อยอดจากประสบการณ์การพัฒนาโครงการของกลุ่มบริษัท

คุณณัฐพล ผลเอนก Head of Business Unit A5 Design กล่าวว่า
“เราเชื่อว่าบ้านที่ดีไม่ได้เกิดจากดีไซน์ที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากความเข้าใจผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง และความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง เพื่อสร้างบ้านที่มีทั้งคุณภาพ และความงดงาม”

ปัจจุบันลูกค้าของ A5 Design มีทั้งลูกค้าในโครงการของบริษัทและลูกค้าภายนอกในสัดส่วนใกล้เคียงกัน และมีมูลค่างานที่อยู่ระหว่างการเจรจากว่า 100 ล้านบาท แม้ธุรกิจจะเพิ่งเริ่มดำเนินการในช่วงต้นปี

อีกธุรกิจหนึ่งคือ Upper Class Solution ซึ่งทำหน้าที่ดูแลลูกบ้านหลังการขาย ตั้งแต่การบริหารโครงการ การดูแลระบบอาคาร ไปจนถึงบริการดูแลบ้านและบริการตามความต้องการของลูกบ้าน เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในโครงการระดับพรีเมียม

คุณณัฐวัฒน์ หลวงวิเศษ Head of Business Unit Upper Class Solution กล่าวว่า
“การบริหารโครงการที่ดีไม่ได้เป็นเพียงการดูแลระบบและสถานที่เท่านั้น แต่คือการรักษามาตรฐานของโครงการ และยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัย”

บริษัทมองว่าลูกค้าบ้านระดับลักชัวรีจำนวนไม่น้อยยังต้องจัดการเรื่องการตกแต่งบ้าน การบิ้วอิน หรือการดูแลบ้านในระยะยาว ซึ่งมักต้องใช้ผู้ให้บริการหลายรายแยกกัน การเพิ่มธุรกิจออกแบบและบริการดูแลบ้านจึงเป็นการรวบรวมบริการเหล่านี้ให้อยู่ในระบบเดียว

ในด้านการพัฒนาโครงการ ปัจจุบันโครงการของ A5 ยังได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ Cinquième Krungthep Kreetha ที่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2568 สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 50% ภายใน 4 เดือน และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดเฟสถัดไป

ก่อนหน้านี้โครงการ CINQ ROYAL Krungthep Kreetha มูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท สามารถปิดการขายและส่งมอบได้สำเร็จ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนรายได้ของบริษัทในปีที่ผ่านมา

ในช่วงต่อไป บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการใหม่รวม 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,140 ล้านบาท ภายในปี 2572 ในทำเลศักยภาพ อาทิ กรุงเทพกรีฑา ราชพฤกษ์ พัฒนาการ และรามอินทรา–วัชรพล เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดบ้านระดับลักชัวรี และขยายศักยภาพธุรกิจของบริษัท

ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้าผลักดันธุรกิจใหม่ให้เติบโตจนมีรายได้อย่างน้อย 300 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 20% ของพอร์ตธุรกิจก่อนพิจารณานำธุรกิจดังกล่าวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในช่วงประมาณ 3 ปีข้างหน้า

การเพิ่มธุรกิจออกแบบบ้านและบริการดูแลที่อยู่อาศัยจึงเป็นอีกก้าวของ A5 ในการต่อยอดจากธุรกิจพัฒนาโครงการ ไปสู่การขยายบริการที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัย เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตของบริษัทในระยะยาว