แสนสิริประกาศผลการดำเนินธุรกิจคอนโดมิเนียมปี 2568 เติบโตสวนทิศทางตลาด ด้วยยอดขาย (Presale) 25,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อนหน้า และยอดโอน 14,500 ล้านบาท สูงสุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันยังสามารถปิดการขายคอนโดมิเนียมได้ถึง 13 โครงการ มูลค่ารวม 9,610 ล้านบาท สะท้อนว่าคอนโดมิเนียมที่มีคุณภาพและอยู่ในทำเลที่เหมาะสมยังคงมีดีมานด์รองรับในตลาด
คุณองอาจ สุวรรณกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก แต่ดีมานด์ของผู้ซื้อยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะโครงการที่มีคุณภาพและตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง ซึ่งยังได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในกลุ่ม Medium ถึง Affordable ที่เป็นเซ็กเมนต์หลักของตลาด
สำหรับทิศทางปี 2569 บริษัทเตรียมเดินหน้าเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่รวม 16 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พร้อมตั้งเป้ายอดขายคอนโดมิเนียมที่ 23,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอนที่ 17,500 ล้านบาท โดยมีคอนโดมิเนียมที่พร้อมโอนและรอรับรู้รายได้ในมือกว่า 20,000 ล้านบาท รองรับการเติบโตในปีนี้
อีกหนึ่งปัจจัยบวกที่บริษัทมองเห็นคือการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ต่อปี ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินของผู้ซื้อ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะต่อไป
ด้าน คุณวิสุทธิ์ จันทร์วัฒรังกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้จะขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก เริ่มจาก Luxury & Iconic Reinforcement ที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งในตลาดระดับบน ผ่านการส่งมอบโครงการพรีเมียมรวม 5 โครงการ มูลค่า 14,800 ล้านบาท พร้อมนำแบรนด์ที่มีภาพจำชัดเจนกลับมาทำตลาดอีกครั้ง เช่น XT และ THE MONUMENT ที่เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้
กลยุทธ์ถัดมาคือ Strategic Expansion & Partnership ที่มุ่งขยายโครงการไปยังทำเลศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา และหัวหิน ควบคู่กับการร่วมทุนกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Mitsui Fudosan และ Tokyu Development เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ในประเทศไทย
ขณะที่ คุณสมัตถ์คม ต่างวิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อีกหนึ่งทิศทางสำคัญคือการพัฒนาแนวคิดการอยู่อาศัยในอนาคต ผ่านกลยุทธ์ Future Living & Community Evolution ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความปลอดภัย พร้อมยกระดับคอนโดมิเนียมที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ หรือ Pets Welcome Condo โดยตั้งเป้าขยายให้มีรวม 20 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 46,200 ล้านบาทภายในปี 2569
หนึ่งในโครงการไฮไลต์ที่เตรียมเปิดตัวในช่วงต้นปีคือ LOVE Charoen Nakhon คอนโดมิเนียมใหม่บนทำเลเจริญนคร มูลค่าโครงการ 6,500 ล้านบาท พัฒนาภายใต้แนวคิดอาคารหน้ากว้าง (Wide-frontage) ที่เปิดรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามา พร้อมแนวคิดคอนโดมิเนียมที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ โดยราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท สำหรับห้องวิวเมือง และ 3.39 ล้านบาท สำหรับห้องวิวแม่น้ำ
ปัจจุบันคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในย่านเจริญนคร–คลองสานมีราคาเฉลี่ยประมาณ 180,000 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่ราคาที่ดินในพื้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ดินติดถนนมีราคาประมาณ 400,000–800,000 บาทต่อตารางวา และแปลงที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยามีราคาสูงกว่า 1 ล้านบาทต่อตารางวา ซึ่งถือเป็นทำเลที่หายากในตลาดปัจจุบัน


