กลับมาอีกครั้งกับ S2O Songkran Music Festival

หลังจากสร้างชื่อในฐานะเทศกาลดนตรีช่วงสงกรานต์ที่สามารถดึงผู้ชมจากทั่วโลกให้เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศการเล่นน้ำแบบไทย ซึ่งปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 พร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งการย้ายสถานที่จัดงานไปยังพื้นที่ใหม่ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง และการขยายจักรวาลแบรนด์เพื่อรองรับผู้ชมที่หลากหลายขึ้น

จากจุดเริ่มต้นเมื่อกว่าทศวรรษก่อนที่ทีมงานมีเพียงราว 100 คนและยังไม่แน่ใจว่างานจะออกมาในรูปแบบใด วันนี้ S2O เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งใน music festival ที่มีผู้ชมตั้งตารอมากที่สุดในช่วงสงกรานต์ และเป็นอีเวนต์ที่ช่วยสร้างเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ปี 2569 ผู้จัดประกาศยกระดับงานภายใต้ชื่อ “Singha Life presents S2O Songkran Music Festival” พร้อมเปิดพื้นที่จัดงานใหม่ “S2O LAND” บนถนนรัชดาภิเษก พื้นที่กว่า 51 ไร่ ซึ่งถูกออกแบบให้รองรับขนาดของงานที่เติบโตขึ้น ทั้งโปรดักชัน เวที และประสบการณ์ภายในเทศกาล

คุณวู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O มองว่าการย้ายสถานที่จัดงานในปีที่ 11 เป็นก้าวสำคัญของเทศกาล หลังจาก S2O เติบโตจนเกินขีดจำกัดของพื้นที่เดิม โดยพื้นที่ใหม่ถูกออกแบบให้เป็นแลนด์มาร์กการเฉลิมฉลองสงกรานต์รูปแบบใหม่ที่สามารถรองรับผู้ชมจำนวนมากขึ้น และยกระดับประสบการณ์ของงานให้ใกล้เคียงกับเทศกาลดนตรีระดับโลกมากขึ้น

ขณะเดียวกันปีนี้ยังเป็นปีแรกที่ S2O จับมือกับ Singha Life ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของเทศกาล ซึ่งสะท้อนการร่วมมือระหว่างแบรนด์ไทยขนาดใหญ่กับเทศกาลดนตรีสัญชาติไทยที่มีฐานผู้ชมระดับนานาชาติ

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการยกระดับประสบการณ์ภายในงาน จากเดิมที่เน้นการเปิดเพลง EDM ให้ผู้ชมเต้นสนุก สู่การเพิ่มการแสดงสดและโปรดักชันบนเวทีที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมขยายทีมงานภายในเทศกาลเป็นกว่า 4,000 คน จากประมาณ 3,000 คนในปีที่ผ่านมา

 ซึ่งปีนี้ผู้จัดคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 30,000 คนต่อวัน โดยสัดส่วนผู้ชมชาวไทยอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 60% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 5 ปี จากเดิมที่มีผู้ชมชาวไทยอยู่ราว 30–40%

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่เริ่มชะลอตัวจากปัจจัยเศรษฐกิจและสถานการณ์ต่างประเทศ ทำให้สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลงเล็กน้อย แม้ว่าตลาดหลักยังคงเป็นประเทศในเอเชีย เช่น เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และฮ่องกง

ขณะเดียวกันผู้จัดยังเดินหน้าขยายจักรวาลของแบรนด์ด้วยการเปิดตัว “K2O Songkran Music Festival” ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีใหม่ที่เน้นกลุ่มแฟน K-POP และวัฒนธรรมเกาหลี

คุณปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ และผู้ร่วมก่อตั้ง S2O เล็งเห็นว่าการเปิดตัว K2O เป็นโอกาสในการขยายฐานผู้ชมของบริษัทไปยังกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะแฟน K-content และกลุ่ม Gen Z ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างประสบการณ์สงกรานต์ในอีกมิติหนึ่งของแบรนด์

แนวคิดของ K2O จึงถูกออกแบบให้มีบรรยากาศต่างจาก S2O แม้จะยังคงแกนหลักคือความสนุกของการเล่นน้ำ แต่จะเน้นโชว์สไตล์เกาหลีที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า และเปิดรับผู้ชมตั้งแต่อายุ 13 ปีขึ้นไป โดยสามารถเข้าร่วมงานพร้อมผู้ปกครองได้

ไฮไลต์ของงานคือไลน์อัปศิลปิน ได้แก่ RIIZE, KISS OF LIFE, LNGSHOT, FIFTY FIFTY รวมถึงศิลปิน T-POP อย่าง DAOU ที่มาพร้อม Special Guest OFFROAD

 ปัจจุบันแบรนด์ S2O ได้ขยายไปจัดงานแล้วใน 8 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี ฮ่องกง จีน สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และไทย โดยแต่ละประเทศจะปรับรูปแบบการจัดงานให้เข้ากับวัฒนธรรมของผู้ชมในพื้นที่ ทั้งระดับความแรงของการฉีดน้ำและรูปแบบประสบการณ์ภายในงาน

ขณะที่ตลาดต่างประเทศที่ให้ผลตอบรับดีที่สุดรองจากไทยคือ เกาหลีใต้ และในอนาคตผู้จัดกำลังพิจารณาการขยายงานไปยัง บราซิลและเม็กซิโก

 ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางของ S2O ที่กำลังพัฒนาไปไกลกว่าเทศกาลดนตรีช่วงสงกรานต์ในประเทศไทย สู่การเป็นแบรนด์ festival สัญชาติไทยที่สามารถเดินทางไปสร้างประสบการณ์ความสนุกให้ผู้ชมทั่วโลกได้