นอกจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และภาษาแล้ว สเปน ยังสร้างชื่อบนเวทีโลกได้จากความสำเร็จด้านกีฬา
นี่คือประเทศที่มีประชากรคว้าแชมป์ได้มากมาย ตั้งแต่ เทนนิส กีฬากลุ่มมอเตอร์สปอร์ต ไปจนถึง บาสเก็ตบอล
ฟุตบอล ก็เป็นกีฬาอีกประเภทที่ สเปน ทำได้ดี หลักฐานคือการคว้าแชมป์มาได้ 1 สมัยเมื่อปี 2010

สเปน ผ่านเข้าไปเตะฟุตบอลโลกครั้งแรกในปี 1934 โดยถือว่าประเดิมการร่วมทัวร์นาเมนต์ได้สวย ด้วยการไปถึงรอบ 8 ทีม
ข้ามมาในฟุตบอลโลก 1950 สเปน ทำผลงานได้ดีขึ้น ด้วยการคว้าอันดับ 1 ในรอบแบ่งกลุ่ม แล้วไปจบที่การคว้าอันดับ 4
หมุนเวลาต่อมาในปี 1982 สเปน ใช้สิทธิ์ของเจ้าภาพในการเข้าร่วมฟุตบอลโลก โดยแม้ผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ แต่ก็ไปหยุดที่รอบ 16 ทีม
ส่วนในฟุตบอลโลกอีก 6 ครั้งต่อมา สเปน ผ่านรอบคัดเลือกได้ตลอด แต่ก็ยังไม่สามารถระเบิดฟอร์มสุดยอดได้เสียที และไปได้ไกลสุดแค่รอบ 8 ทีม
ยุคทองของวงการฟุตบอลสเปนมาถึงในฟุตบอลโลก 2010 ซึ่งจัดขึ้นที่แอฟริกาใต้ โดยแม้ประเดิมทัวร์นาเมนต์ ด้วยการถูกสวิตเซอร์แลนด์เฉือนเอาชนะไป 0-1 แต่จากนั้นก็ชนะรวด
พร้อมการต่อบอลสั้น ด้วยจังหวะเกมที่เร็ว และครองบอลให้ได้นานที่สุดที่มีชื่อเรียกในภาษาสเปนว่า ติกิ-ตากา จนไปจบที่การทำประตู แม้แต่ละแมตช์จะทำประตูได้น้อยก็ตาม

การที่สเปน จบฟุตบอลโลก 2010 ด้วยตำแหน่งแชมป์ เสริมให้วงการฟุตบอลในประเทศได้รับความสนใจยิ่งขึ้น เพิ่มจากปัจจัยบวกอย่างลีกฟุตบอลลาลีกา ที่แฟนฟุตบอลทั่วโลกรู้จักดี และนักเตะทั่วโลกอยากไปโชว์ฝีเท้าที่มีอยู่เป็นทุนเดิม
อย่างไรก็ตามในฟุตบอลโลกครั้งต่อๆ มา สเปน กลับฟอร์มตก โดยฟุตบอลโลก 2014 ประเดิมด้วยการโคจรมาเจอกับเนเธอร์แลนด์ คู่แข่งที่เคยเอาชนะมาแล้วในนัดชิงฟุตบอลโลก 2010
สเปน แพ้ เนเธอร์แลนด์แบบย่อยยับ 1-5 ในแมตช์แรกของฟุตบอลโลก 2014 จากนั้นก็ตกรอบแบ่งกลุ่ม
ส่วนในฟุตบอลโลก 2018 และ 2022 ฝันในการคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ของสเปน ก็ดับลงแค่รอบ 16 ทีมจนกล่าวได้ว่า รอบ 16 ทีม คือกำแพงที่ทัพ “กระทิงดุ” ต้องข้ามให้ได้

สำหรับในฟุตบอลโลก 2026 สเปนผ่านมาร่วมทัวร์นาเมนต์ได้เป็นครั้งที่ 17 โดยสามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่ม จากนั้นผ่านกำแพงรอบ 16 ทีมได้เรียบร้อย หลังเฉือนเอาชนะประเทศเพื่อนบ้านที่พรมแดนติดกันอย่างโปรตุเกสไป 1-0
ในรอบ 8 ทีม สเปน พบกับ ทีมร่วมโซนยุโรปที่ประมาทไม่ได้เด็ดขาดอย่าง เบลเยียม เพราะเคยคว้าอันดับ 3 มาแล้ว และสามารถเรียกฟอร์มเก่ง สมฉายา “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ได้ในทัวร์นาเมนต์นี้อีกด้วย
ทว่า สเปน ก็เรียกฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง โดยเฉือนชนะเบลเยียมไปได้ 2-1 ทะลุเข้าสู่รอบ 4 ทีมไปพบกับแชมป์ 2 สมัยอย่าง ฝรั่งเศส / theguardain, wikipedia
