ยิ่งตั้งหลักหลังเจออุปสรรคหรือเผชิญความเสียหายได้เร็วเท่าไร โอกาสที่จะฟื้นกลับมาได้ใหม่ก็มีมากเท่านั้น และยิ่งทำให้เป็นฝ่ายมีชัยเมื่อต้องสู้กับปัญหาในวันข้างหน้า เหมือนกับ Triumph แบรนด์ Big Bike สัญชาติอังกฤษที่เสียงเครื่องยนต์ยังกลับมาคำรามได้ทุกครั้งหลังวิกฤต จนกำลังจะมีอายุครบ 120 ปี

ยังมีอีกประเด็นที่ทำให้ Triumph น่าสนใจสำหรับชาวไทย เพราะนี่คือแบรนด์ที่ใช้โรงงานในไทยเป็นฐานการผลิตหลักนอกอังกฤษมาหลายปี จนเรียกได้ว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญสำหรับความสำเร็จในปัจจุบัน

 

แบรนด์ที่เครื่องไม่เคยดับ แม้ผ่านวิกฤตมามากมาย

Triumph ก่อตั้งเมื่อปี 1902 โดยเป็นธุรกิจที่ต่อยอดมาจากบริษัทนำเครื่องจักรและสินค้าเยอรมัน เข้ามาในอังกฤษภายใต้ชื่อ S.Bettmann & Co. Import Export Agency ซึ่งเริ่มมาก่อนตั้งแต่ปี 1885

Triumph กลายเป็นที่รู้จักของทั้งชาวอังกฤษและยุโรป รวมถึงสหรัฐฯ จากการผลิตจักรยานยนต์ให้ฝ่ายพันธมิตรนับแสนคันในสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง

และในเวลาถัดมามีส่วนสำคัญในการทำให้อังกฤษเป็นชาติมหาอำนาจในตลาดจักรยานยนต์

triumph Bonneville

เข้าสู่ยุค 60 แม้ Triumph มีสถานะเป็นแบรนด์แห่งความภาคภูมิใจของชาวอังกฤษ และโด่งดังในระดับนานาชาติจากภาพยนตร์ดังหลายเรื่องในยุคนั้น

แต่ก็ต้องเผชิญการรุกหนักจากแบรนด์ญี่ปุ่น เช่น Yamaha และ Kawasaki โดยเฉพาะตลาดในประเทศ ถัดจากนั้นในยุค 70 แบรนด์ญี่ปุ่นที่เน้นผลิตจักรยานยนต์ขนาดเล็กกว่า ราคาเข้าถึงได้มากกว่า

และผลักดันรถออกสู่ตลาดได้เร็วกว่าด้วยระบบเครื่องจักรและการบริหารจัดการโรงงานที่เหนือกว่า ก็แซงไปไกล ทิ้งให้ฝ่ายที่ตามหลังอย่าง Triumph ต้องขาดทุนหลายล้านปอนด์

John Bloor Triumph

John Bloor เจ้าของ Triumph คนปัจจุบัน 

ปัญหาสะสมมากมายทำให้ปี 1983 Triumph ล้มละลาย แต่ในปีนั้นเอง John Bloor ได้เข้ามาซื้อกิจการ โดยมหาเศรษฐีชาวอังกฤษที่สร้างตัวมาจากธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ปลุกเครื่องยนต์ของ Triumph ที่ใกล้ดับให้กลับมาดังคำรามอีกครั้ง

ด้วยการทุ่มเงินไปเกือบ 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,000 ล้านบาทตามค่าเงินปัจจุบัน) สร้างโรงงานแห่งใหม่พื้นที่ 10 เอเคอร์ในเมือง Hinckley ทางภาคกลางของอังกฤษ

Triumph Factory

ซึ่งนำเทคโนโลยีและระบบการบริหารจัดการดีไม่แพ้คู่แข่งมาใช้ จนในที่สุดในปี 2000 สถานะการเงินของแบรนด์ก็ดีขึ้น

ปี 2002 ที่ Triumph ต้องฉลองวาระครบรอบ 100 ปีท่ามกลางคราบน้ำตา เพราะโรงงานในเมือง Hinckley เสียหายอย่างหนักจากไฟไหม้

ซึ่งถือเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นกับโรงงานครั้งที่ 2 หลังแห่งแรกที่เมือง Coventry ราบเป็นหน้ากลองจากการทิ้งระเบิดแบบปูพรมของกองทัพเยอรมันช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

อย่างไรก็ตาม จากการเดินหน้าฟื้นฟูโรงงานทำให้ปลายปีนั้น โรงงานในเมือง Hinckley กลับมาเดินหน้าผลิตจักรยานยนต์ภายใต้แบรนด์ที่ชื่อหมายถึงชัยชนะได้อีกครั้ง

ปัจจุบัน Triumph คือแบรนด์จักรยานยนต์ใหญ่สุดของอังกฤษ มีโรงงานอยู่ 3 แห่งคือ อังกฤษ ไทย และบราซิล ยอดขายกว่า 80% มาจากตลาดต่างประเทศ

ขณะเดียวกันยังมีบริษัทลูกอยู่ในหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และอินเดีย ส่วนของในไทยถือเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วยอาคาร 5 หลัง พนักงานราว 1,000 คน  

ในเรื่องของยอดขายก็ถือว่ามีมูลค่าไม่น้อย โดยปี 2017 Triumph ทำยอดขายทั่วโลกได้ 63,404 คัน คิดเป็นยอดขายมูลค่า 498.5 ล้านปอนด์ (ราว 19,940 ล้านบาท)

เพิ่มขึ้น 11.1% จากปี 2018 ส่วนปีทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นอีกเป็น 502.7 ล้านปอนด์ (ราว 20,108 ล้านบาท)

 

แบรนด์อังกฤษชั้นนำบนแผ่นฟิล์ม  

เพราะเป็นชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ อังกฤษจึงมีแบรนด์จักรยานยนต์อยู่พอสมควร โดยนอกจาก Triumph แล้ว ยังมี Royal Enfield, Ariel และ Norton แต่ต้องยอมรับว่า Triumph เป็นที่รู้จักมากสุด

Marlon Brando Triumph

Marlon Brando กับ Triumph Trophy TR5  

ส่วนหนึ่งมาจาก Product Placement ในภาพยนตร์มาตั้งแต่ยุค 50 เริ่มจากรุ่น Thunderbird 6T ที่ Marlon Brando ขี่ในหนัง The Wild One ปี 1953 รุ่น Trophy TR5ใน The Great Escape หนังปี 1963 ที่ Steve McQueen แสดงนำ    

Jurassic Triumph

Triumph รุ่น Scrambler ในหนัง Jurassic World  

การประชาสัมพันธ์ลักษณะดังกล่าว ยังปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ยืนยันได้จากรุ่น Scrambler ใน Jurassic World หนังไดโนเสาร์ปี 2015 

และรุ่น Thruxton R ใน Ant-Man and the Wasp หนังแนว Super Hero ปี 2018 / moneyinc, motorcycledata, ultimatemotorscycling, theguardian, wikipedia

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer