ตลาดโลจิสติกส์ ใครอ่อนแอก็แพ้ไป กรณีศึกษาการจับมือกันของ FLASH EXPRESS และ นิ่มซี่เส็ง

ตลาดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท

ที่มีอัตราเติบโตปีละ 15-20%

และตลาดขนส่งพัสดุไทยมูลค่า 30,000 ล้านบาท

กลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือดของผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งแบรนด์สัญชาติไทยและแบรนด์ต่างชาติ

ไม่ว่าจะเป็นไปรษณีย์ไทย ที่ครองตลาดมาเป็นเบอร์ 1 และ Kerry Express สัญชาติฮ่องกง ที่ทั้งสองเจ้าครองส่วนแบ่งตลาดถึง 80%

รวมทั้งน้องใหม่อย่าง “FLASH EXPRESS”  สตาร์ทอัพสัญชาติจีนที่มีกลุ่มอาลีบาบาถือหุ้นอยู่ ที่กระโดดลงมาร่วมชิงแชร์ในตลาดได้ครบ 1 ปีเต็ม

และสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการโลจิสติกส์ไทยด้วยการจับมือกับนิ่มซี่เส็งโลจิสติกส์ ยักษ์ธุรกิจขนส่งสัญชาติไทยที่อยู่ในตลาดมาแล้ว 48 ปี ตั้งบริษัท “แฟลช โลจิสติกส์” เพื่อทำธุรกิจโลจิสติกส์รูปแบบใหม่ตอบสนองต่อตลาดผู้บริโภคยุค 4.0

FLASH EXPRESS X นิ่มซี่เส็ง = FLASH LOGISTICS

โมเดลการทำธุรกิจ “แฟลช โลจิสติกส์” คมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ แฟลช (FLASH GROUP) กล่าวว่า กลุ่มแฟลชไม่ใช่แค่บริษัทขนส่ง แต่เราเป็นบริษัทให้บริการอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร

ซึ่งสินค้าที่ซื้อจากอีคอมเมิร์ซทุกวันนี้ไม่ใช่สินค้าขนาดเล็กเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ที่ต้องการใช้บริการโลจิสติกส์

เพราะฉะนั้น แฟลช โลจิสติกส์” ที่บริษัทฯ จับมือกับนิ่มซี่เส็งนี้จะเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแบบครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจโลจิสติกส์และตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตในระยะยาว

“เราจะเป็นเหมือนอูเบอร์ของขนส่งที่เอาผู้ประกอบการรายย่อยๆ เข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน แล้วใช้ทรัพยากรร่วมกัน”

ปิยะนุช สัมฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นิ่มซี่เส็งโลจิสติกส์ และในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟลช โลจิสติกส์ จำกัด กล่าวว่า ปัญหาธุรกิจโลจิสติกส์ในไทยคือ เมื่อส่งขนส่งสินค้าแล้วส่วนใหญ่จะเป็นการตีรถเปล่ากลับ สิ่งนี้ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยแบกรับต้นทุนในการขนส่งที่สูงขึ้น แฟลช โลจิสติกส์ จึงเป็นตลาดโลจิสติกส์รูปแบบใหม่ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย รวดเร็วให้แก่ผู้ให้บริการ

โดยแผนการร่วมมือแรก คือ การสร้างแพลตฟอร์มสำหรับผู้ประกอบการขนส่งสินค้า โดยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เชื่อมโยงการขนส่งให้กับผู้ประกอบการขนส่งแต่ละราย พร้อมการมีศูนย์บริการรับและคัดแยกสินค้าแบบครบวงจร

เพราะฉะนั้นมองว่าสิ่งที่น่าจะทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยๆ ที่ขึ้นมาอยู่บนแพลตฟอร์มแฮปปี้

1. เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

2. ลดต้นทุนการขนส่ง และค่าเช่า

3. ต้นทุนพนักงานคงที่

4. มีระบบที่น่าเชื่อถือ

ทั้งนี้ ในเฟสแรกได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท และใน 1 ปีจะลงทุนเพิ่มไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายจุดแลกเปลี่ยนสินค้าให้ครบ 10 แห่ง ทั่วประเทศ

และมีผู้ประกอบการจะเข้าร่วมแพลตฟอร์มแล้ว 100 กว่าราย

1 ปี “FLASH EXPRESS” ส่งพัสดุแล้ว 20 ล้านชิ้น

ข้ามกลับมาที่ “FLASH EXPRESS” ขนส่งพัสดุที่ติดอันดับ TOP3 ในเมืองไทย ใน 1 ปีที่ผ่านมาธุรกิจไปได้สวยหรูหรือไม่นั้น

คมสันต์ ลี กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา แฟลช เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งในประเทศไทย ใช้เงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ในการพัฒนาธุรกิจ และระบบให้บริการด้านขนส่งครอบคลุม 77 จังหวัด และยังใช้โมเดลเดิมที่ไม่ใช่เอาต์ซอร์สหรือแฟรนไชส์

ด้วยจุดแข็งราคาเริ่มต้นที่ 19 บาท อีกทั้งบริการรับฟรีถึงที่ตั้งแต่ชิ้นแรก

ปัจจุบันแฟลช เอ็กซ์เพรส มีจำนวน 1,000 สาขา พนักงานจำนวน 10,000 คน จำนวนพัสดุ 20 ล้านชิ้น มีรายได้ 500 ล้านบาทต่อเดือน มีการเติบโตกว่า 4,000%

ภายในปี 2562 ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มเป็น 1,700 สาขา มีพนักงานเพิ่ม เป็น 20,000 คน มีจำนวนพัสดุเพิ่มเป็น 40 ล้านชิ้น มีรายได้รวม 1,000 ล้านบาท เติบโต 1,000%

และภายในปีนี้จะให้บริการครอบคลุม 4 ประเทศในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา, เวียดนาม, ลาว และมาเลเซีย

และในปี 2022 จะให้บริการครอบคลุม 10 ประเทศอาเซียน

 

ยืนยันไม่ได้เล่นเกมราคา

จุดแข็งราคาเริ่มต้นที่ 19 บาทของแฟลช เอ็กซ์เพรสนั้นถูกมองว่าเป็น “เกมราคา” ที่ทำให้บริษัทขาดทุนในช่วงแรก

คมสันยืนยันว่าแฟลช เอ็กซ์เพรสไม่ได้เล่นเกมราคา แต่ราคานี้เป็นราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการอยู่แล้ว ทำไมเราจึงต้องไปเพิ่มต้นทุนให้กลุ่มผู้ประกอบการ และเป็นราคาที่บริษัทอยู่ได้ ถึงบริษัทขาดทุนแต่ก็ยังขาดทุนไม่มาก

สิ่งที่ต้องแข่งขันและผู้บริโภคอยากได้คือ ของจะส่งถึงมือหรือไม่ จะส่งตรงเวลาหรือเปล่า มากกว่า

แล้วถามว่าบริษัทจะเริ่มคืนทุนมีกำไรตอนไหนนั้น คมสันระบุว่า ต้องรอให้เปิดครบ 10 ประเทศอาเซียน หรือภายใน 4 ปี

ปีหน้าล้างไพ่ ใครอยู่รอดจะไปต่อได้

คมสันทิ้งท้ายว่า ปีหน้าตลาดโลจิสติกส์จะนิ่งแล้ว และจะเป็นการล้างไพ่ ใครอยู่ได้ก็จะอยู่ต่อไป ถ้าใครอยู่ไม่ได้ก็จะหายออกไปจากตลาด

และแน่นอนว่าจะมีบริษัทขนส่งพัสดุเข้ามาในไทยอีกแน่นอน

“ที่รู้มาคือจะเข้ามาในไทยภายในสิ้นปีนี้อีก 3 ราย โดยเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด มีเจ้าหนึ่งมาจากสหรัฐอเมริกา และมาจากจีน”

นับจากนี้คงต้องรอดูว่าใครจะแข็งแกร่งและยืนระยะในตลาดขนส่งและโลจิสติกส์ได้ดีกว่ากัน

ส่วน “แฟลช โลจิสติกส์” นั้นคมสันขอระยะเวลา 1 ปี จะทำให้แฟลชโลจิสติกส์มีปริมาณขนส่งสินค้ามากที่สุดในประเทศไทย

ส่วนจะทำได้หรือไม่นับจากนี้คงต้องมาดูกัน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer