ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า 2562 มูลค่าเท่าไร ? วิเคราะห์ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่การแข่งขันสุดร้อนแรง

6 เดือนแรกของปี 2562 ตลาด ‘เครื่องใช้ไฟฟ้า’ (Electronics & Device) ในประเทศไทย มีอัตราการเติบโตประมาณ 2-3%

นับเป็นตัวเลขที่ ‘สูง’ เมื่อเทียบกับปี 61 เพราะปีที่แล้วเติบโตแค่ 1% ขณะที่ภาพรวมทั้งปีตลาดเติบโต 5% คิดเป็นมูลค่ากว่า 250,000 ล้านบาท

จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล Chief Business Officer-Specialty Business บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ให้ข้อมูลว่า ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดว่าจะ ‘โต’ หรือ ‘ไม่โต’ มาจาก 3 ปัจจัยด้วยกัน คือ (1) กำลังซื้อผู้บริโภค (2) กลยุทธ์การตลาด-นวัตกรรมที่ลงในสินค้าใหม่ๆ และ (3) ปัจจัยภายนอก

ว่าตามตรง ‘กำลังซื้อ’ ถือเป็นปัจจัย ‘สำคัญ’ ที่สุดก็ว่าได้

จึงไม่แปลกที่แบรนด์ต่างต้องทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ แคมเปญโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อกระตุ้น ‘กำลังซื้อ’ ให้จับจ่าย

ท่ามกลางสมรภูมิเครื่องใช้ไฟฟ้า มาดูกันว่าธุรกิจไหนที่รุ่ง และธุรกิจไหนที่เป็นดาวตก

3 ธุรกิจขับเคลื่อนตลาด มือถือ-แอร์-ทีวี

ธุรกิจที่รุ่งสุดๆ ในช่วงครึ่งปีในตลาดนี้ ได้แก่ สมาร์ทโฟน เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ และโน้ตบุ๊ก

ปี 2561 ธุรกิจ ‘สมาร์ทโฟน’ กินสัดส่วนของตลาดรวมไปถึง 45% หรือประมาณ 100,000 ล้านบาท เรียกได้ว่าครึ่งปีขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

เหตุผลเพราะ แบรนด์มือถือทั้งหลายพยายามเน้นนวัตกรรม ‘กล้อง’ และทำตลาดในเซกเมนต์ ‘พรีเมียม’ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจฝืด

ตัวอย่างเช่น HuaweiP30 ที่เจาะกลุ่มพรีเมียม, Oppo ออกรุ่น Reno พร้อมนวัตกรรมกล้องแบบพับเก็บได้เองและจับกลุ่มพรีเมียม

‘เครื่องปรับอากาศ’ ครองสัดส่วน 12-13% คิดเป็นมูลค่าราว 35,000 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีเติบโตถึง 30% เนื่องจากปีนี้อากาศร้อนมาก! ทำให้แบรนด์แอร์ขายดีตามไปด้วย

‘โทรทัศน์’ หรือทีวี มูลค่า 27,000 ล้าน เติบโต 10% ปัจจัยสำคัญคือเทคโนโลยี 4k จนไปถึง 8k ซึ่งเป็นระดับราคาที่สูง

เติบโตอย่างมีนัย

หลังผ่านวิกฤตฝุ่น PM2.5 ตลาดเครื่องฟอกอากาศได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย

แต่จักรกฤษณ์มองว่า ในช่วง 2 เดือนแรกตลาดเครื่องฟอกอากาศขายดีมาก ทว่าตลาดนี้มีมูลค่าไม่สูง จึงไม่ได้ไปช่วยดันตลาดรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าให้สูงขึ้นอย่างโดดเด่น

ผิดกับตลาด ‘โน้ตบุ๊ก’ และ ‘คอมพิวเตอร์’ ที่อยู่ดีๆ ก็เติบโตอย่างมีนัยถึงขนาดที่ทำให้ ‘แท็บเล็ต’ ชะลอตัว

ปัจจัยสำคัญคือ เกมมิ่ง-อีสปอร์ตที่เป็นกระแส กับความต้องการใช้ PC ในการทำงาน ซึ่งแท็บเล็ตไม่สามารถทดแทนได้

อย่างไรก็ตาม จักรกฤษณ์มองว่า ถึงกลุ่มโน้ตบุ๊กจะเติบโต แต่ยังเป็นนิชมาร์เก็ต ขายได้น้อยชิ้น แต่มีมูลค่าสูง จนปัจจุบันตลาดนี้มีมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท

เครื่องใช้ไฟฟ้า IOT AI มาแรง! โกยรายได้แล้ว 10%

จักรกฤษณ์กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการแบรนด์ต่างๆ ก็พยายามเล่นกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนานวัตกรรมที่มี Wifi เป็นฟังก์ชันเสริม การใช้ 4G IOT ตลอดจนการนำ AI มาเป็นจุดขาย

จากปี 2561 ที่ผู้บริโภคยังไม่ตอบรับมาก ยอดขายโดยรวมของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสริมด้วย IOT และ AI อยู่ที่เพียง 1% เท่านั้น

กระทั่ง 6 เดือนแรกของปี 62 รายได้จากกลุ่มนี้เพิ่มเป็น 10% (ประเมินจากยอดขายของ Power Mall) สะท้อนว่าผู้บริโภคให้ความสนใจเทคโนโลยีมากขึ้น

ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ทรงตัว

ตลาดเครื่องซักผ้ามีมูลค่าประมาณ 30,000 ล้าน ส่วนตู้เย็นประมาณ 27,000 ล้าน ทั้งสองเติบโตเล็กน้อยตามสถานการณ์ตลาด

ขณะที่หม้อหุงข้าวและเตารีดกลับชะลอตัวเล็กน้อย เนื่องจากไม่มีการกระตุ้นตลาดมากนัก

‘ตลาดกล้อง’ น่าห่วง โดนดิสรัปจนติดลบ 30%

จักรกฤษณ์เผยว่า ธุรกิจกล้องในประเทศไทย ทั้งกลุ่ม DSLR และ Compact ถือว่าเติบโตต่ำสุดในอาเซียน

แต่ที่จริงเรียกว่า ‘ติดลบ’ อาจจะตรงกว่า

หลายปีก่อนตลาดมีมูลค่าเฉลี่ย 100,000 ล้าน ปัจจุบันเหลือเพียง 7,000 ล้าน ติดลบถึง 30%

ศัตรูของกล้องไม่ใช่ใครที่ไหน หากเป็น ‘สมาร์ทโฟน’ ที่ใช้กันทุกวัน

แบรนด์โทรศัพท์ยิ่งพัฒนานวัตกรรมกล้องให้ล้ำเรื่อยๆ กล้องก็ยิ่งโดนดิสรัปมากขึ้น เพราะคนเริ่มหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมต้องซื้อกล้องในเมื่อสมาร์ทโฟนก็ถ่ายรูปได้เก๋ไก๋เหมือนกัน

สถานการณ์ตกลงต่อเนื่อง ยิ่งแบรนด์ไม่ active ไม่เพิ่มช่องทางการขาย ไม่กระตุ้นดีมานด์ผู้บริโภค ปล่อยให้ตลาดไหลเอื่อยๆ จนตลาดติดลบ

ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ายังน่าจับตาอย่างยิ่ง แต่ละธุรกิจมีความท้าทายของตัวเอง ยิ่งเจอโจทย์ยาก แบรนด์ยิ่งต้องออกแรงหนัก

สำคัญคือผู้ประกอบการทำให้เห็นถึง ‘Need’ ของตลาด

จากนั้นแบรนด์ค่อยมาวัดกันว่า เราจะเป็น ‘Want’ ของผู้บริโภคได้อย่างไร

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer